12 มี.ค. เวลา 14:51 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
เคียวโตะ

"Nakano Yotsuba แฝดคนที่ 4 ผู้เป็นที่สุด!"

เรื่องราวบางอย่าง
มันช่างมีคุณค่าและงดงาม
จนแอบถามตัวเองในใจว่าที่ผ่านมา
เราทำอะไรอยู่ ถึงไม่ได้ดูจนจบ
พลาดโอกาสได้ดื่มด่ำจนสุด
ก่อนจะหยุดคิดเยอะ
แล้วสมัครแอปฯ ที่มีครบทุกตอนซะ
ถึงได้รู้ว่ายังโชคดีประมาณหนึ่ง
อย่างน้อยก็ได้สัมผัสความลึกซึ้ง
ตรึงอารมณ์และหัวใจแบบx5 ทะลุปรอท
กับอนิเมะ “เจ้าสาวผมเป็นแฝดห้า”
ที่ทำให้หัวใจรู้สึกเหมือนถูกสวมกอด
ด้วยความรัก อบอุ่น ละมุนหัวใจ
สดใสและเติบโตไปด้วยกัน
ตั้งแต่ Day 1 ที่ต่างมีกำแพงข้างใน
ตามด้วยความเข้มข้นสุดใจ
ชวนให้คิดตามไปมาว่า “Futaro”
พระเอกของเรื่องจะเลือกใคร?
(แล้วถ้าเป็นเราจะตัดสินใจแบบไหน?)
ในเกมของแฝดห้าและบททดสอบต่างๆ นานา
ทั้งสีหน้า ท่าทาง เครื่องประดับ /
ตลอดจนเหตุการณ์ รายละเอียดต่างๆ
ที่อาจเป็น Easter Eggs สื่อถึงปลายทางตอนจบ
จวบจนถึงวันที่จับมือเคียงกันไปจนสุดทาง
กับ “Yotsuba” ผู้เป็นทั้งรักแรก
และรักสุดท้ายของใจ ไม่ว่าคุณจะอยู่ทีมไหน
ก็อยากชวนมาทบทวนความประทับใจ
พร้อมสรุปทุกเหตุผลที่ทำให้แฝดสาว “คนที่ 4”
ได้เป็น “ที่สุด” ในใจพระเอก พี่น้อง
และผู้คนมากมายที่ได้รู้จักเธอ,,,🧡🎽🏀
.
.
.
.
.
1. ยตสึบะคือ “พลังของใจ” ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
- สายสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มที่โรงอาหารในวันเปิดเทอม แต่มันถูกถักทอมาตั้งแต่ "เกียวโต" เมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัดวาอารามเมื่อ 5-6 ปีก่อน ในตอนนั้นฟูทาโร่ยังเป็นเด็กห้าว ย้อมผมทอง เจาะหู และไม่ได้สนใจการเรียนเลย นอกจากถ่ายรูปเล่น เขาแอบหนีกลุ่มออกมาเดินเที่ยวคนเดียว จนได้พบกับ “ยตสึบะ” ซึ่งมาทัศนศึกษากับพี่น้องแฝดห้า และหลงทางออกมาจากกลุ่ม ราวกับนี่คือด้ายแดงแห่งพรหมลิขิต สอดคล้องกับบริบทสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เลยล่ะ
สิ่งที่เธอมอบให้เขา ไม่ใช่แค่ความน่ารัก สนุก สดใส เต็มไปด้วยพลังบวกเหลือล้นสุดๆ แต่ยังชวนให้หยุดคิด ทบทวน และลองมองชีวิตในมุมผู้ใหญ่ ว่าเรามีชีวิตกันไปเพื่ออะไร? ทำยังไงถึงจะโดดเด่น เป็นที่ต้องการของคนอื่น? ทั้งฟูทาโร่ที่รู้สึกนอกคอก แปลกแยกจากเด็กอื่นๆ และยตสึบะที่อยากจะเปล่งประกาย เป็นคนพิเศษที่สุดในหมู่พี่น้อง ก่อนจะมองกันใหม่ ไม่ใช่เรามีชีวิตเพื่ออะไร แต่มีชีวิตไป “เพื่อใคร” ต่างหาก
ด้วยสถานะครอบครัวที่กำลังลำบาก เธออยากฝึกตัวเองให้เรียนเก่งๆ ทำงานเงินเดือนสูงๆ มาดูแลคุณแม่ที่ป่วย และเคยแยกทางกับอาจารย์ ผู้เป็นสามีคนก่อน และพ่อแท้ๆ ผู้ทอดทิ้งแม่ ทิ้งนางฟ้าทั้ง 5 จนต้องดูแลกันเองอย่างดีที่สุด ส่วนเขาที่สูญเสียคุณแม่ไป เหลือไว้เพียงภาระหนี้สินธุรกิจ ก็อยากจะเลี้ยงดู “ไรฮะ” น้องสาวและพ่อให้มีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ ยตสึบะจึงเป็นผู้จุดประกาย ให้แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ในการจะ “เปลี่ยนตัวเอง” จนเติบโตมาเป็นคนเรียนเก่งสุดๆ
แม้ปัจจุบันช่วงแรก เขาเป็นตัวละครที่โดดเดี่ยว มีทักษะทางสังคมต่ำ และต้องเผชิญกับภาระหนี้สินของครอบครัวที่กดดันให้ต้องรับงานเป็นครูสอนพิเศษ ให้กลุ่มพี่น้องแฝดห้าที่แตกต่างกันสุดขั้ว และมีทัศนคติต่อต้านการเรียนและตัวเขาสุดๆ ทั้ง “อิจิกะ”ที่ดูเป็นมิตรแต่แอบมีระยะห่าง ขี้เกียจ ขี้เซาที่สุด /
โดยเฉพาะ “นิโนะ” ที่เข้าขั้นเกลียด และแอบแกล้งให้เขากินขนมที่เคลือบฤทธิ์นอนหลับ / “มิกุ” ที่โคตร Introvert เย็นชาและมองว่าการเรียนต้องใช้พลังมากไป / “อิตสึกิ” ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะทั้งคู่ดันมีปากเสียงกันเมื่อแรกเจอ และเธอเองก็มีทิฐิสูงไปอีก ยอมเรียนเองดีกว่า แม้ว่าทวนไปแล้วจะไม่รู้เรื่องเท่าไหร่
ในห้วงเวลาที่เขาถูกมองว่าเป็นคนเนิร์ดสุดแปลกหน้า น่ารำคาญ แกมบังคับ ผ่านสายตาพี่น้องคนอื่นๆ ยตสึบะเป็นเพนกวินคนแรกที่กล้ากระโดดลงน้ำเข้าหา เป็นเพียงคนเดียวในทุกเวลาที่ส่งพลังบวกให้
คอยเป็น “กาวใจ” ประณีประนอมให้พี่น้องลองเปิดใจเรียน ลองไปตามแนวทางเขาดู ก่อนจะได้รู้ถึงคุณค่าแห่งการเติบโต ช่วยประคองและพัฒนาไปด้วยกันทั้ง 5+1 คน จนฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกันได้เสมอมา
ถ้าไม่มียตสึบะในวันนั้น ก็คงไม่มีอุเอสึงิคุงหรือฟูทาโร่ในวันนี้ เงินทำบุญร่วมกัน 200 เยน นับว่ามีมูลค่าต่อชีวิตมากเกินบรรยาย,,,
2. ฟูทาโร่คือคนที่ “มองเห็น” ความงามข้างใน
- ภายใต้ภาพลักษณ์และแครักเตอร์ที่ดูสนุก สดใส ออกแนวเปิ่นโก๊ะด้วยซ้ำไป และคอยซัพพอร์ตดูแลใครต่อใครมามากมาย ทั้งพี่น้องข้างกายและผองเพื่อนใน รร. ไม่ว่าหญิง ชาย ห้องไหน ชมรมใด ข้างในของยตสึบะเองกลับเป็นคนที่ “เหนื่อยล้า” สะสมยิ่งกว่าใคร และหัวใจเธอก็เคยมีบาดแผลแห่งอดีตอันผิดพลาดที่อยากจะชดเชยมันให้ได้ ต่อให้ต้องเหนื่อยกว่านี้ก็ยอม
เพราะเมื่อก่อนตั้งแต่เยาว์วัย ยตสึบะคือคนที่พยายามสุดหัวใจ เพื่อให้ตัวเองแตกต่างจากพี่น้องอีก 4 คน ด้ตั้งแต่การผูกโบว์สีเขียวให้คุณแม่เห็นความพิเศษ แม้จะบอกว่าไม่จำเป็นหรอก ยังไงสำหรับแม่ การมีพวกเธอทุกคนคือความพิเศษที่สุด กระนั้นเมื่อท่านจากไป และได้คุณหมอนากาโนะ พ่อใหม่มาดูแลแทน ยตสึบะก็ยังคงสาละวนอยู่กับการพิสูจน์ตัวเอง
ทั้งความพยายามเรียนให้เก่งจนได้ที่ 1 ในบรรดาพี่น้อง แต่พ่อกลับไม่ชมมากพอเท่าที่หวังในใจ ก็ยังพยายามต่อไปในเส้นทางอื่น สร้างเอกลักษณ์ผ่านกีฬาและกิจกรรมชมรมบาสเก็ตบอล จนการเรียนค่อยๆ ตกลง แอบเรียนไม่ทัน กระทั่งมิคุเสนอตัวช่วยติว เธอก็ยังเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจว่า "ฉันไม่เหมือนกับพวกเธอ" ความมั่นใจที่มากเกินไปทำให้เด็กสาวแฝดคนที่ 4 มองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือการเรียนอันเป็นรากฐานของอนาคตมากมาย และสายสัมพันธ์ครอบครัว
สื่อให้เห็นว่ายตสึบะไม่ใช่คนหัวไม่ดี แต่เธอแค่ "ลำดับความสำคัญผิด" สอบตกบ่อยจนต้องย้าย รร. กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่รุนแรงที่สุด และที่แย่กว่าคือการเห็นพี่น้องทุกคนยอมย้ายตามทั้งที่สอบผ่าน เพราะนี่แหละคือสิ่งที่คุณแม่เรนะคอยสอนมาตลอด กลายเป็นวันที่อัตตา (Ego) ของเธอถูกละลายจนสลายไปในที่สุด จนเติบโตมาเป็นยตสึบะผู้แสนดีในที่สุด ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนอื่นเป็นการ ไถ่บาป และลึกๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มีความสุขตราบใดที่พี่น้องยังไม่สมหวังในด้านต่างๆ
ซึ่งในสายตาและในหัวใจของฟูทาโร่ เขามองเห็นเพียงเด็กสาวต้าวความสดใส แต่ข้างในแสนเหนื่อยล้าเจ็บปวด และยังคงรั้นที่จะพยายามทำทุกอย่างให้ดี ให้ทุกคนได้ไปต่อ ไม่ว่าจะต้องเรียนให้ดี ซ้อมวิ่งกับชมรม ช่วยงานกิจกรรมเพื่อนทีมนั้นทีมนี้มากมายเวลาใครขอความช่วยเหลือเข้ามา ยิ่งถ้าต้องปฏิเสธใคร ยิ่งเกรงใจจนไม่มีทางทำได้เลย
เพราะห่วงหน้าพะวงหลัง อยากช่วยทุกคนไปหมด และก็ไม่อยากให้อุเอสึงิคุงกับพี่น้องผิดหวังอีก เลยแอบเรียนหนัก แม้ไปสวนสนุกก็เอาบทเรียนไปฝึกบนชิงช้าสวรรค์คนเดียวต่อ กิจกรรมก็ทำหลากหลายไปหมด อย่างการเป็น 1 ในหัวหน้าห้องคู่กับฟูทาโร่ เธอก็คอยประสาน ช่วยเหลือเพื่อนๆ ทีมต่างๆ
ในงาน รร. ที่รับจ๊อบช่วยทุกทีมตั้งแต่งานแสดง ขายไก่ทอด บลาๆๆ จนเป็นลมล้มทั้งยืน กิจกรรมทำได้ไม่ครบแพลน กลายเป็นผลร้ายทั้งต่อผู้อื่น และมากกว่านั้นคือตัวเธอเองนี่แหละ พีคกว่าคือตื่นมาก็ยังอยากจะลุกไปขอโทษทุกคนอีก ฟูทาโร่ที่เห็นสิ่งเหล่านี้ในตัวยตสึบะมาตลอด จึงอดไม่ได้ที่จะจับมือประคองปลอบ
เพื่อบอกว่า "สิ่งที่เธอทำน่ะ มันมีค่ามากนะ ยตสึบะ!" และไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอก ทุกคนก็เห็นคุณค่าตรงนี้ ยินดีจะช่วยเธอจนสุด ปล่อยให้คนอื่นช่วยเหลือบ้าง อ่อนแอ เปราะบางบ้าง อยากให้รู้ว่าระหว่างทางมีฉันอีกคนคอยซัพพอร์ตเธออยู่
การที่ฟูทาโร่ตัดสินใจก้าวเข้าไปในกระเช้านั้นชิงช้าสวรรค์เพื่อช่วยทบทวนบทเรียน หรือตอนไปร่วมซ้อมวิ่งพร้อมทวนบทเรียนไปด้วย แม้จะแรงน้อย หอบหน้าซีด จนแทบลมจับ ทว่านี่คือสัญลักษณ์ของการ "เปิดใจรับ" ตัวตนที่แท้จริงของกันและกันอย่างถึงที่สุด เขาไม่ได้มองว่าเธอโง่ใดๆ แต่มองเห็น "หัวใจที่พยายามเพื่อทุกคน" จนอยากจะเป็นคนแบ่งเบาภาระนั้นเอง
คำพูดและการกระทำเหล่านี้เองที่ช่วยเยียวยาปมในใจของยตสึบะ ทำให้เธอรู้ว่าการเป็น "ผู้ให้" มาตลอดจนถึงตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการชดเชยอดีตเท่านั้น แต่มันคือ "เนื้อแท้" ที่งดงามและความพิเศษข้างใน ชนิดที่ต่อให้ไม่ผูกโบว์เขียวคู่ใจ ฟูทาโร่ก็ยังรับรู้ด้วยรัก บอกได้ว่านี่คือเธอจริงๆ
ยตสึบะคือตัวแทนของคนที่เคยผิดพลาด ฟาดฟันด้วยอัตตา แต่สามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีหัวใจยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งได้อย่างแท้จริง ทุกสิ่งที่เป็นเธอ คอยซัพพอร์ตฉันและทุกคนตลอดเวลา ทำให้รู้ใจตัวเองชัดเจนว่าฉันเองก็อยากจะดูแลเธอเหมือนกัน
เป็นคนสำคัญที่เคยให้แรงบันดาลใจในวันวาน และเป็นคนที่อยากจะจับมือก้าวผ่าน ทำให้ฉันเติบโตเป็นตัวเองที่ดีขึ้นในปัจจุบัน เพราะเธอทั้งนั้นที่ทำให้ฉันเป็นได้มากกว่าติวเตอร์ทั่วไป แต่เป็นทั้งเพื่อน พาร์ตเนอร์คู่ใจ และอยากจะ “ดีขึ้น” ไปด้วยกันได้ รู้มั้ยยัยบ้า!? จะสอบได้ 100 คะแนนเต็มมากี่ครั้ง ชีวิตก็ยังไม่เติมเต็มเท่าการได้พบเธอ
3. ข้อแตกต่างระหว่าง “นิยามรักทั้งห้า”
- จริงอยู่ที่ทั้ง 5 สาวฝาแฝด ต่างมีรูปร่าง หน้าตาที่เหมือน และเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่าง จนแม้แต่ฟูทาโร่เองก็ยอมรับว่าเขาชอบพวกเธอทั้งหมด (ในภาพรวม) ทุกคนทั้งน่ารักและดีในแบบฉบับของตัวเอง ยิ่งใช้เวลาเรียนรู้ เติบโตด้วยกันมาหลายปี ก็ยิ่งมีแต่ความผูกพัน ห่วงใยซึ่งกันและกัน ถ้านายลาออกจากติวเตอร์ พวกฉันก็จะตามไปด้วย ถ้าพวกเธอยังต้องการฉันอยู่ ขอให้รู้ว่าฉันพร้อมกลับมาและทำให้เต็มที่ยิ่งขึ้น แม้จะมีอุปสรรค์โจทย์การเรียนที่ยาก และโจทย์ชีวิตจากป๊ะป๋าที่โหดเคร่ง
กระนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกเพียงคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะฝนเลือกข้อที่ถูก หรือติวเข้มจนเขียนอธิบายได้ง่ายๆ ในข้อสอบ เพราะคำตอบของหัวใจ มันเป็นอะไรที่ยากที่สุด ต้องใช้ทั้งเหตุผล อารมณ์ ความรู้สึก และทุกอย่างเพื่อหยุดคิด ทบทวนจนมองออก
🎬 “อิจิกะ” - แม้จะมีความเป็นพี่ใหญ่ คอยดูแลซัพพอร์ต ใส่ใจรายละเอียดกระทั่งการแปรงฟันแบบลวกๆ ของยตสึบะ ก็แปรงให้น้องจนสะอาด พร้อมเสน่ห์อันแสนเย้ายวน ชวนผู้ชายหลงเสน่ห์ไปตามๆ กันตลอด แต่การที่เธอใช้การโกหก ปลอมตัว และแทรกแซงความสัมพันธ์ เพื่อชิงแต้มจากพี่น้องคนอื่น
ทำให้ความเชื่อใจซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของฟูทาโร่สั่นคลอน และไม่อาจไปต่อ เรื่องความรักมัน “แสดง” ไม่ได้เหมือนเวลาอยู่หน้ากล้องหรอก แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการที่เธอรู้ตัว สำนึกผิด และคอยซัพพอร์ตน้องๆ ต่อไป
ทั้งทำงานหาเงินเลี้ยงทุกคน ยิ่งในวันที่แยกตัวจากร่มเงาพ่อออกมาอยู่บ้านที่มีแค่พวกเธอและฟูทาโร่ ที่หวนกลับมาติว แวะเวียนมา ทั้งการที่เธอคอยสังเกตน้องๆ คอยให้กำลังใจกัน พร้อมทำฝันตัวเองให้เป็นจริงได้อย่างงดงาม
—-
🧁 “นิโนะ” - การรุกแบบสายฟ้าแลบ จาก Hater ที่มุ่งสู่การเป็น Lover เป็นสิ่งที่สร้างทั้งความตื่นเต้นและสับสนให้ฟูทาโร่ ทั้งนี้ด้วยความซึนๆ แข็งกร้าว และต้องการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ยิงคำรักใส่ตลอด มันขัดกับความต้องการแท้จริงในชีวิตฟูคุง ที่อยากได้ความสงบและการผ่อนคลาย ไร้ความกดดันบ้างก็ดี ต่างจากการทำขนม อบเข้าเตา ที่หากรู้สูตรและฝึกจนช่ำชอง ก็สามารถครองใจลูกค้าได้ทันที เสียดายที่รสชาติความรักนี้ของเธอมันรุนแรงไป
ใดๆ ความเข้มงวดและความรักอันร้อนแรงนี้ ก็ยังสะท้อนมาถึงความใส่ใจต่อครอบครัว นิโนะคือคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับความเป็นพี่น้องเสมอมา แม้ว่าจะปากร้ายยังไง ถึงเวลาก็ทำให้ ยอมเรียนด้วย มิคุอยากฝึกทำอาหารก็คอยช่วยจนเปิดร้านด้วยกันได้ ซึ่งฟูคุงเองก็รู้ดี ยอมรับหัวจิตหัวใจเธอในข้อนี้เช่นกัน
—-
🎧 มิกุ - แม้จะเป็นคนที่มีการพัฒนาที่น่าประทับใจที่สุดในบรรดาพี่น้อง จากเด็กสาว Introvert ผู้เงียบขรึม เข้าถึงยาก มีเพียงหูฟังเป็นเพื่อน แถมความเชื่อมั่นในตัวเองต่ำ ก่อนจะค่อยๆ ลงมือทำ เป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่เปิดใจเรียน รับการติวจากฟูทาโร่ และฉายแววให้เห็นความเก่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ จากการเล่นเกมที่ยตสึบะเคยทิ้งสมัย ม.ต้น จนเป็นติ่งเซ็นโกคุคนหนึ่ง
และยังคงพัฒนาต่อทั้งด้านการเรียน ความกล้าแสดงออก ความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าพูด ประสานงานกับเพื่อนๆ ชัดสุดคือเข้าไปประณีประนอมเพื่อนทีมชาย-หญิงที่กำลังทะเลาะกัน จากปัญหาบูธทาโกะยากิไฟไหม้ในงาน รร. ว่าแท้จริงทุกคนก็คือทีมเดียวกัน มีศักนภาพไม่ต่างกัน
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฟูทาโร่และมิกุมีลักษณะของ "ผู้สอน-ผู้เรียน" และออกแนวเพื่อนสนิทคิดยังไงก็มองไม่ออก เพราะไม่เคยบอกตรงๆ เท่าไหร่ เป็นแนวนี้มากไป ฟูทาโร่มักจะรู้สึกว่าต้องเป็นฝ่ายประคับประคองและให้กำลังใจเธอมากกว่า ต่างจากยตสึบะที่เป็นฝ่ายประคองเขาในทุกมิติ
—-
⭐ อิตสึกิ - แม้เธอจะสนิทกับไรฮะ และเข้าออกบ้านอุเอสึงิเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง รวมถึงเป็นคนที่ไรฮะสบายใจด้วยที่สุด เผลอไม่ได้เป็นต้องหยุดนั่งเขมือบแกงกะหรี่ แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับฟูทาโร่มีลักษณะเป็น "กระจกสะท้อน" ระหว่างกันมากกว่า
คือเห็นชัดว่าทั้งคู่จริงจังและเจ้าระเบียบเหมือนกัน ซึ่งในชีวิตจริง คนที่เหมือนกันเกินไปมักจะอยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อยเกิน หลายโมเม้นต์จึงออกแนว “คู่กัด” กันมากกว่า แม้แต่เกมแฝดห้าตอนสุดท้ายในงานแต่ง ก็ยังฉะกันอีก55+
ตลอดเวลาท่ผ่านมาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่มี "ประกายไฟเชิงโรแมนติก" ที่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอิตสึกิ คือเพื่อนสนิทที่สุดและที่ปรึกษาที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่น่าภูมิใจสุดๆ อาศัยแรงบันดาลใจจากคุณแม่และอุเอสึงิคุง เติบโตมาเป็นครูได้สมใจในที่สุด ขอบคุณมากค่ะ!
เมื่อกางแผนผังความสัมพันธ์ออกมา เราจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในวิธีที่แต่ละคนปฏิสัมพันธ์กับฟูทาโร่ ทั้งอิจิกะ, นิโนะ, มิกุ: ทั้งสามคนอยู่ในสภาวะ "ผู้เดินเกมรุก" (พวกเธอพยายามสร้างความประทับใจ เปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือแม้แต่ทำสงครามประสาทเพื่อให้ฟูทาโร่ "หันมามอง" ส่วนอิตสึกิคือ "กัลยาณมิตร" ที่เดินเคียงข้างกันในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากกว่าแฟน
ซึ่งในมุมของฟูทาโร่ที่แบกภาระหนักอึ้ง สิ่งนี้กลายเป็น "ความกดดัน" มากกว่าความผ่อนคลาย แต่ยตสึบะ คอยวางตัวเป็น "ผู้สนับสนุน" ซัพพอร์ตมาโดยตลอด เธอคือคนเดียวที่ถามว่า “นายโอเคมั้ย? อยากให้ช่วยอะไรรึเปล่า?" จะถามว่า "นายชอบฉันมั้ย? เมื่อไหร่จะตอบ?"
4. โลกใบใหม่” ที่ให้อะไรมากกว่าตำราเรียน
- ก่อนหน้านี้โลกของฟูทาโร่มีเพียงแค่การสอบ การเรียน และการทำงานพิเศษ มุ่งหาเงินมาใช้หนี้ เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยตสึบะคือคนที่ดึงเขาก้าวออกจากกรอบเดิมๆ ไปสู่โลกใบอื่นที่ให้อะไรที่แตกต่าง เธอพาเขาแต่งผี เล่นซ่อนแอบเพื่อตามหลอกเพื่อนๆ ในงานทัศนศึกษา ตจว.
ให้เขาลองเป็นตัวแทนห้อง และสอนให้เขารู้จักความหมายของคำว่า "ความทรงจำวัยรุ่น" ผ่านประโยคติดปากที่ฟูทาโร่ฟังจนจำขึ้นใจว่า “เรามาทำให้งานนี้ เป็นงานที่น่าจดจำ ไม่เสียใจ ไม่เสียดายทีหลังกันเถอะ!” เพราะเกรดลด สอบตก เรายังพยายามได้ใหม่ แต่ชีวิตอันสนุกสมวัย มันผ่านไปแล้วไม่กลับมาอีก
เมื่ออยู่กับยตสึบะ ฟูทาโร่ไม่ต้องสวมหน้ากากของ "ติวเตอร์ผู้เก่งกาจ" หรือ "พี่ชายผู้อบอุ่น" หรือลูกคนโตผู้แบกรับมาตลอด เขาสามารถกลับไปเป็นเด็ก ติดเบียว แกล้งหยอกคนอื่น หรือแสดงความ “ไม่รู้” ออกมาได้โดยไม่กลัวการถูกตัดสิน เป็นความสบายใจที่ไร้การให้คะแนน เป็นพื้นที่ส่วนตัวอันแน่นแฟ้นที่ทำให้ความรักเติบโตไปด้วยกัน บนชิงช้าในสนามเด็กเล่นนั้น ฉันชอบที่นั่นมากไม่แพ้ร้านอาหารที่ไปกับครอบครัว หรือห้องสมุดที่ไปติวหนังสือเลย
ฟูทาโร่ไม่ได้หลงรักคนที่เขาต้องประคองอยู่ตลอดเวลา แต่มอบใจให้กับคนที่คอย "เติมเต็ม" ส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเขามาแสนนาน อดีตที่เกียวโตเป็นเพียง "ของขวัญจากพรหมลิขิต" แต่ความดีงามและเข้ากันจนถึงปัจจุบันต่างหากคือสิ่งที่เขาโหยหาที่สุด
คนที่แม้เขาจะเลือกแล้ว ก็ยังคงวิ่งหนี แอบไปเคลียร์ใจกับนิโนะ ตอนเล่นชิงช้าก็ยังครุ่นคิดว่าชีวิตตอนนี้มันถูกแล้วจริงๆ เหรอ? เธอทิ้งพี่น้องมามีความสุขคนเดียวจะใช่รึเปล่า? เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่กล้าเรียกชื่อเขาตรงๆ หรือไม่กล้าบอกความจริงว่าตัวเองคือเด็กคนนั้นด้วยซ้ำไป
แม้แต่ตอนพุ่งไปจูบตรงใต้ระฆัง ก็ทำไปเพราะ "แรงอัดอั้น" ที่ระเบิดออกมาในเสี้ยววินาที เพราะตอนนั้นทุกคนสวมบทเป็นอิตสึกิกันหมด ทำให้ยตสึบะที่แอบรักฟูทาโร่มานานจึงอยากจะเข้าใกล้ อยากจะสัมผัสเขาสักครั้งในฐานะใครก็ได้ไม่ใช่เธอ
กระทั่งช่วงสุดท้ายของงาน รร. ที่พี่น้องคนอื่นพากันรุกหนักเพื่อชิงพื้นที่ในใจฟูทาโร่ จูบกันไปคนละที ยตสึบะกลับยังคงเลือกที่จะประทับจุมพิตอย่างแผ่วเบาในยามที่เขาเข้าสู่ห้วงนิทรา กลายเป็นสัญญะของความรักที่จริงใจและแสนจะขี้อาย คือช่วงเวลาที่เธอถอดใจไปแล้ว เป็นการจูบเพื่อ "ลาจาก" และ "ส่งต่อ" ความสุขให้พี่น้องคนอื่นโดยไม่หวังผลใดๆ
การเลือกยตสึบะจึงไม่ใช่แค่การเลือก "เจ้าสาว" สวมแหวน จุมพิตกันในงาน แต่คือการเลือก "ความสุขที่แท้จริง" ของชายผู้ค้นพบว่าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต ไม่ได้อยู่ในหนังสือเล่มไหน แต่อยู่ในรอยยิ้มของเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ เขามาตลอดนั่นเอง แม้จะเป็นผู้ชนะในเกมรัก ในงานแต่งยตสึบะก็ยังไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณพี่น้องทุกคนด้วยความละเอียด ใส่ใจ สำหรับทุกอย่างที่ผลักดันให้เธอเป็นเธอ
หรือในช่วงวันฮันนีมูนที่ฮาวาย ยตสึบะก็ยังทำให้ฟูทาโร่รู้สึกสบายใจ เป็นตัวเอง และให้พลังบวกกับคนอื่นได้ดีเหมือนเดิม อย่างตอนสวมบทเป็นนิโนะไปแนะนำน้องลิลลี่ในการเตรียมสารภาพรักกับหนุ่มน้อย ความอบอุ่นและร้อนแรงนั้นก็ไม่อาจเลือนไป แม้จะใส่วิกอยู่ก็ตาม นี่แหละคือความเป็นยตสึบะที่ไม่เหมือนใคร แค่เห็นหน้า โลกก็สดใส แถมให้ความฮา บ๊องๆ ตามมาด้วย ตอนเล่นสกีก็เป็นยักษ์ วิ่งไล่หาไปทั่ว55+
แต่เธอคืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีเยี่ยม ในการเรียนรู้จากความผิดพลาด ทำเพื่อคนอื่นและไม่ลืมที่จะหันกลับมาทำเพื่อตัวเองบ้าง จวบจนท้ายเรื่องก็ยังโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้น แม้ฟูทาโร่จะวางแผนใช้คนให้ถูกงาน ชวน 5 พี่น้องสลับบทบาทแก้ปัญหาให้กัน ทุกคนก็เลือกที่จะแก้มันด้วยตัวเอง
ยตสึบะก็ใจดีสู้เสือ ยิ้มหวาน มาเจอคุณปู่-ย่าด้วยกันและผ่านไปได้ด้วยดี ยังไงพี่น้องทุกคนก็อยู่ในตัวฉันเช่นกัน เชื่อเหลือเกินว่าสักวัน ความอบอุ่น แสนดี และเป็นสายซัพพอร์ตของยตสึบะ จะทำให้เธอเป็นนักกายภาพที่เปี่ยมคุณภาพได้เลยล่ะ และเส้นทางนั้นก็จะยังมีใครอีกคนคอยจับมือประคองอยู่ ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวแล้วล่ะ
ความรักและความผูกพันของฟูทาโร่และยตสึบะ จึงเปรียบเสมือนการเล่นชิงช้าที่แกว่งไปมา และกล้าที่จะถอยหลังสร้างแรงส่ง กระโดดพุ่ง ยะฮู้วววว โลดแล่นกับชีวิตต่อไปด้วยกันอย่างมีความสุข บางทีความรักที่ชนะใจ อาจไม่ใช่คนที่พยายามมากที่สุด แต่คือความรักที่อยู่ข้างกันตั้งแต่ต้นจนจบ,,,💍
โฆษณา