เมื่อวาน เวลา 00:58 • ไลฟ์สไตล์

หลักตัดสินพระธรรมวินัย

สัตถุศาสตร์" คำๆนี้เป็นคำที่ทรงคุณค่า
สำหรับชาวพุทธ ที่เราต้องนำมาบอก คำนี้
สามารถนำศาสนาพุทธที่ท่านทรงประกาศ
ไว้กลับมาได้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของ
มหาชน เพราะว่าปัจจุบันนี้มีการทำลายพระธรรมวินัยกันอย่างมากมาย ทั้งโดยที่รู้
หรือไม่รู้ และคนทั่วไปก็ไม่มีโอกาสรู้ได้
   หลักสัตถุศาสตร์ นี่แหละจะเปิดปัญญามนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ความเชื่อตามๆกันมา การปฏิบัติตามๆกันมา ที่ทำลายศาสนาจะลดลง เพียงแค่คนทั่วไปรู้เรื่องนี้ และ
พิจารณาให้ดี
การใช้หลักนี้ตรวจสอบทุก event ของการปฏิบัติ หรือ ความเชื่อที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ
จะทำให้คนกล้าหาญไม่ต้องเชื่อตามใคร
ง่ายๆในคำสอน ไม่ว่าจะเป็นนักบวชที่บวชมานานจะสิบปี ยี่สิบปี สามสิบปี หรือหลวงปู่ หลวงตา หลวงน้า หลวงอา ที่ไหน จะโด่งดังสักเท่าไร ก็ให้ใช้หลักนี้สอบสวนดูด้วยตนเอง ถ้าผิดจากหลักนี้ก็ควรละทิ้งเสียจะ
ช่วยให้ละจากความเชื่อผิดๆไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะเหมือนเรามีพระพุทธเจ้าสนับสนุนเรา มีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา
ไม่ได้มีหลวงปู่ หลวงตาที่ไหนเป็นศาสดา
และถ้าแม่นยำในหลักนี้ จะพบว่ามีหลวง
ปู่ หลวงตา ในอดีต ที่เป็นผู้นำในทางทรามให้กับพระรุ่นนี้อยู่มากมายหลายเรื่อง ซึ่งคนเหล่านี้ก็ล่วงลับไปแล้ว ก็ไม่ต้องพูดถึงมาก แต่ได้ทิ้งมิจฉาทิฏฐิไว้ให้คนรุ่นนี้อย่างมากมาย ซึ่งเราควรช่วยกันแก้ไขในยุคนี้
โดยใช้หลักนี้แหละ....คนรุ่นหลังที่จะตามมา จะเป็นคนที่โชคดี มีปัญญา มีความผาสุข อย่างที่ควรเป็นที่ควรได้ในศาสนานี้
ในร้อยคนที่ได้ฟังเรื่องนี้ ก็อาจจะมีสักส่วนหนึ่งที่เข้าใจ พิจารณาดีแล้ว สามารถ
นำไปปฏิบัติหรือเผยแผ่ออกไปอย่างถูกต้อง ตรงตามที่ท่านทรงสอนไว้ เราขออนุโมทนากับคนเหล่านี้ด้วยความยินดี
แต่บางส่วนที่อาจจะเห็นว่าขัดแย้งกับความเชื่อที่ตนมีอยู่ ก็ขอให้ปล่อยผ่านไป
เพราะเราไม่ได้มีความต้องการให้คนมาเชื่อหรือศรัทธาในทันที แต่เป็นการนำหลัก
ธรรมที่ตรงตามคำสอน มาตั้งไว้ ให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ เรียนรู้ ในสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมา
แล้วใช้ปัญญาของตนเองพิจารณาเพื่อ
ความเห็นถูกต้องของตนเอง
พระหรือนักบวชรุ่นใหม่ ควรใช้เรื่องนี้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อที่จะได้เป็นสาวกของพระองค์ อย่างเต็มภาคภูมิ
ส่วนพระที่บวชมานาน ก็ควรจะสอบสวน
ดูด้วยตนเอง และดูถึงชีวิตที่ผ่านมาของตน ว่าอยู่ในหลักนี้หรือไม่ ถ้าไม่มี ไม่รู้จัก
ก็ควรศึกษา กลับทำเสียให้ถูก จะเป็นความเจริญในอริยะวินัยของตนเอง
ส่วนสำหรับฆราวาส ยิ่งมีประโยชน์มากมาย อย่างน้อยก็จะรู้จัก "พระ" ใน
พระธรรมวินัย ไม่ต้องไปเที่ยวกราบไหว้
พระทุศีล พระปรารถนาลามก เสียทั้งเวลาเสียทั้งเงินทอง และยังได้รับมิจฉาทิฏฐิ
ติดตัวไปด้วย เช่นคนในทุกวันนี้นับล้านคน
ที่มีศรัทธาในศาสนา แต่ต้องไปเดินตาม
พวกพระปรารถนาลามก พระทุศีล โดยไม่รู้และก็จะไม่มีโอกาสรู้ เพราะเดินตามผิดคน ไม่ได้เดินตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอน หลักแปดข้อนี้ จะทำให้ตาสว่างอย่างรวดเร็ว ไม่หลงงมงายไปตามวาทะกรรม หรือความเชื่อนอกศาสนา
ก็จะยกตัวอย่างสักข้อสองข้อ มาให้เป็น
แนวทาง
1. เพื่อความคลายกำหนัด คำว่าคลายกำหนัดนี้ พระในยุคก่อน ที่ไม่มีความรู้จะ
เข้าใจว่าความกำหนัด คือเรื่องเมถุนธรรม
อย่างเดียว ซึ่งเป็นความผิดอย่างมหันต์
ความกำหนัดสำหรับนักบวชที่มาฝึก ก็คือ ความกำหนัด อันเป็นกามคุณที่เกิดขึ้น
จากอายตนะ6 หรือ six-sense ทั้งหมด
โดยเฉพาะ การกราบไหว้จากผู้คน เงินทอง การแวดล้อมคลุกคลี กับฆราวาสที่มา
ยกย่องสรรเสริญ สิ่งเหล่านี้มีโทษมาก พอๆ กับเรื่องเมถุน เลยทีเดียว เพราะมันครอบงำจิตไปตลอดชีวิต ครอบงำทุกขณะที่มีคนมากราบไหว้หรือ อยู่ท่ามกลางผู้คน
มีความกำหนัดที่จะพบเจอ ผู้คน มีความกำหนัดในการกราบไหว้ของผู้คน
ซึ่งตรงกันข้ามกับหลักสัตถุศาสตร์ ต้องหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านี้ พระอริยะ หรือพระที่กำลังฝึกที่จะเป็นพระอริยะจะรู้เรื่องนี้และจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือพระอริยะ จะเป็นคน social distancing หรือ introvert ได้ตลอดชีวิต และเกือบตลอดเวลา เพราะเป็นการปฏิบัติในเรื่อง"อินทรีย์สังวร" พระอริยะในศาสนาพุทธ จึงเป็นผู้พบเห็นได้ยาก เพราะพบเห็นได้ยากจึงเป็น"อาหุเนยโย ปาหุเนยโย อัญชลีกะนะณีโย" ส่วนที่พระรุ่นเก่าๆที่ทำตัวเป็นแบบอย่างทรามในอดีต
ทำตัวเหมือนซุปตาร์ มีกิจมากพบผู้คนมาก นั่นแหละคือความกำหนัด แต่คนไม่รู้ก็ไปกราบไหว้
ยิ่งมีคนกราบไหว้มากก็ยิ่งมีความกำหนัด
มาก ก็เกิดลัทธิเอาอย่าง ตามกันมาเป็นพรวน พระแก่ๆในรุ่นก่อนจึงเป็นตัวอย่าง
อันทรามให้กับ และปัจจุบันก็ยิ่งมีมาก จึงพากันแห่ออกมาแสดงธรรมเพราะความกำหนัดนี่แหละ บวกด้วยความโลภในเงินทองทั้งๆที่พระพุทธเจ้าห้ามไว้
ปัจจุบันกลายเป็นความปกติ คลุกคลีกับชาวบ้าน
จนเสียความสันโดษ ความมักน้อย หลักธรรมถูกทำลาย จากหลวงปู่หลวงตารุ่นเก่าที่เป็นแบบอย่าง พระเหล่านี้ก็เหมือนตาสีตาสา หรือคนแก่ธรรมดา ไม่รู้หลักธรรมวินัย เพร่ะไม่ได้ศึกษา และเรื่องนี้ควรไปสอบสวนดูอีกครั้ง ถ้าเข้าใจได้ทั้งแปดข้อ
ก็จะเห็นความจริงยิ่งขึ้นไปอีก
นี่แหละความเสื่อมในปัจจุบัน เห็นผิดด้าน ความมักน้อยสันโดษ ถูกทำลาย..
.......สวัสดี.......!!!!!
โฆษณา