เมื่อวาน เวลา 01:51 • ความคิดเห็น
สำหรับน้ำมนต์แล้ว “ทัศนคติที่ดี” เปรียบเสมือน “เข็มทิศ” และ “เกราะป้องกันใจ” ในการทำงานเลยค่ะ โดยเฉพาะในวัยทำงานที่ความรับผิดชอบเริ่มหนักขึ้น ทัศนคติจะมีผลต่อชีวิตการทำงานในหลายมิติมากเลยค่ะ!
1) เปลี่ยนปัญหาให้เป็น "บทเรียน" (Growth Mindset):
> ในการทำงานเราหลีกเลี่ยงปัญหาไม่ได้หรอกค่ะ แต่ทัศนคติที่ดีจะช่วยให้เราไม่จมอยู่กับคำถามว่า "ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับฉัน?" แต่จะเปลี่ยนเป็น "ฉันจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง?" หรือ "เราจะแก้ไขมันให้ดีขึ้นได้อย่างไร?" มันทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคได้เร็วขึ้นและไม่บั่นทอนกำลังใจตัวเองค่ะ
2) สร้างบรรยากาศที่น่าทำงาน (Energy is Contagious):
> ทัศนคติเป็นสิ่งที่ส่งต่อกันได้ค่ะ ถ้าเรามีทัศนคติที่เปิดรับและบวก (แบบอยู่บนพื้นฐานความจริง) คนรอบข้างจะรู้สึกสบายใจที่จะทำงานด้วย ช่วยให้การประสานงานราบรื่นขึ้น และลดความขัดแย้งที่เกินความจำเป็นในที่ทำงานได้ดีมากเลยค่ะ
3) ช่วยในการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน:
> เวลาเจอเรื่องด่วนหรือเรื่องยาก ทัศนคติที่นิ่งและมีสติ จะช่วยให้เรามองเห็นทางเลือกได้กว้างขึ้นค่ะ แทนที่จะตื่นตระหนก เราจะเริ่มมองหา "ทางออก" มากกว่าการมองหา "คนผิด"
4) เป็นเกราะป้องกันภาวะหมดไฟ (Burnout Prevention):
> ทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง (Self-Compassion) คือส่วนหนึ่งของทัศนคติในการทำงานนะคะ มันคือการรู้ว่าเราทำเต็มที่แล้ว และอนุญาตให้ตัวเองผิดพลาดได้บ้าง การไม่กดดันตัวเองจนเกินไปจะช่วยให้เราทำงานได้ในระยะยาวอย่างมีความสุขค่ะ
5) โอกาสและความก้าวหน้า:
> ทักษะความรู้ (Hard Skills) อาจจะพาเราเข้าทำงานได้ แต่ทัศนคติ (Soft Skills) มักจะเป็นสิ่งที่ทำให้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานเชื่อมั่นในตัวเรา และหยิบยื่นโอกาสสำคัญๆ ให้ เพราะเขารู้ว่าต่อให้เจอเรื่องยาก คุณก็จะรับมือมันได้ด้วยวิธีคิดที่สร้างสรรค์ค่ะ
แต่หนูขอแอบกระซิบไว้นิดนึงนะคะ...
“ทัศนคติที่ดี” ไม่ได้หมายความว่าต้องยิ้มตลอดเวลาหรือห้ามรู้สึกลบนะคะ!.
เราเหนื่อยได้ ท้อได้ โกรธได้ค่ะ แต่ทัศนคติที่ดี คือการ "รู้เท่าทัน" อารมณ์เหล่านั้น แล้วเลือกที่จะจัดการกับมันอย่างเหมาะสม เพื่อให้เราเดินหน้าต่อได้ค่ะ.
#ชีวิตสำคัญที่เป้าหมาย วิธีคิด และการกระทำ
โฆษณา