Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
p
peace maker
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 02:55 • ข่าวรอบโลก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบต่อความมั่นคงระดับโลกอย่างยืดเยื้อ
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ยังไม่ได้เปิดกว้างที่จะนำไปสู่การเจรจาเนื่องจากความขัดแย้งในครั้งนี้ สะท้อนการดำรงอยู่(Existence)และการมีตัวตน(Identity) การพ่ายแพ้จะนำมาสู่การควบคุมและทำลายโครงสร้างความรัฐชาติ ซึ่งแต่ละประเทศถือว่าการมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนเป็นเรื่องสำคัญ การที่คู่ขัดแย้งคืออิหร่านและอิสราเอลที่มี สหรัฐฯเป็นพันธมิตร ทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ในการสู้รบในครั้งนี้ เพื่อเป้าหมายที่แตกต่างกัน
กล่าว คือ อิสราเอล ต้องการความมั่นคง ความปลอดภัยไม่มีประเทศใดที่จะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในระยะยาว แนวทางที่เลือกใช้ คือ การทหารเพื่อการทำล้างฝ่ายตรงข้ามไม่ให้มีศักยภาพที่จะเป็นภัยคุกคามระยะยาวได้ จึงใช้กำลังเต็มที่ต่อการทำลายโครงสร้างทางการทหาร การปกครอง และการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ของอิหร่าน โดยความร่วมมือของสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตร
เป้าหมายของสหรัฐฯ ในข้อเท็จจริงแล้ว มุ่งต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่า และการเข้ามาจัดระเบียบในตะวันออกกลางใหม่ โดยเฉพาะด้านพลังงานเป็นเครื่องมือการสนับสนุนของโครงสร้างการเป็นมหาอำนาจ (Energy and Geopolitic) เพื่อไม่ให้จีนขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเทียบเท่าสหรัฐฯ เนื่องจากจีนพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคนี้ ร้อยละ ๕๗ ของการนำเข้านำ้มันทั่วโลก
ขณะที่อิหร่าน เป้าหมายสูงสุด คือ การรักษาระบอบการปกครอง(Regime Security) และด้านอารยธรรม(Civilization Identity ) ให้ดำรงอยู่ระยะยาว เพราะหากถูกแทรกแซงทางการทหารและไม่มีการตอบโต้ป้องกัน จะสูญเสียอำนาจอธิปไตย และรูปแบบการปกครองแบบรัฐอิสลาม
ดังนั้น อิหร่านจะต้องทำทุกวิถีทางในการป้องกันและตอบโต้ ซึ่งอิหร่านได้รับประสบการณ์ตรง จึงมีการเตรียมการภายในเพื่อการป้องกันและสู้รบมาอย่างดี ดังจะเห็นจากการที่มีการสังหารผู้นำสูงสุด แต่ก็มีการตั้งผู้นำใหม่สายหัวรุนแรง ขึ้นมารับมือกับสถานการณ์ และดำเนินการต่อสู้ต่อไป
โดยหลังการรับตำแหน่ง นายมอจตาบา คามาเนอี ได้ออกแถลงการชัดว่ายังดำรงการต่อสู้และจะแก้แค้นและเอาคืน จะทำลายฐานทัพของสหรัฐฯในตะวันออกกลาง จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป ซึ่งสะท้อนintentionที่จะมีการสู้รบต่อไป แม้ว่าจะเป็นสงครามระยะยาว
ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่าน เปิดช่องทางการพูดคุยหาทางวออก โดยเสนอเงื่อนไขในระดับสูง คือ ๑)การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน ๒)การจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ๓)การมีหลักประกันจากนานาชาติที่จะไม่เกิดการโจมตีอีก ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยแต่มีข้อสังเกตว่าข้อเสนอไม่ได้มาจากผู้นำสูงสุดคนใหม่ ดังนั้น การพูดคุยยังไม่เกิดขึ้นในห้วงนี้ แม้ว่าจะมีบางประเทศพยายามเป็นตัวกลาง คือ โอมาน อียิปต์ ตุรกี
แนวการต่อสู้ของอิหร่านในระดับภูมิภาคตะวันออกกลาง ไม่ได้โดดเดี่ยว แต่มีพันธมิตรจากกลุ่มหัวรุนแรงที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอล คือ กลุ่มฮูษี ฮิสบุลเลาะห์ ฮามาส สร้างสถานการณ์รบกวนในพื้นที่รอบๆอิสราเอล เช่นในเลบานอน และในอิรัก รวมทั้งมีจีน และรัสเซีย ให้การสนับสนุนในมิติการเมืองระหว่างประเทศ และทางลับในเรื่องการทหาร
สำหรับแนวทางการต่อสู้ของอิหร่าน ในระดับยุทธศาสตร์ คือ
๑) การสร้างสถานการณ์ให้กระทบต่อระบบพลังงาน ระบบเศรษฐกิจโลก เพื่อสร้างสภาวะต่อระบบโลก และเป็นแรงเหวี่ยงไปมีผลต่อฝ่ายตรงข้ามให้ได้มากที่สุดดังนั้น จึงเป็นที่มาของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางการส่งนำ้มันไปยังภูมิภาคต่างๆ
๒)การใช้เทคติคการยืนระยะ ความอดทน และสร้างความยืดเยื้อของสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดแรงกดดันจากภายในประเทศคู่ขัดแย้ง หรืออิหร่านไม่ยอมเสียหายเพียงประเทศเดียว ความเสียหายต้องเกิดขึ้นกับคู่ขัดแย้งและพันธมิตรของคู่ขัดแย้งด้วย
๓)การทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของสหรัฐฯและอิสราเอลให้ได้มากที่สุดในภูมิภาคgcc เพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อความมั่นคงของอิหร่านเอง
๔)การชะฮีดของผู้นำอิหร่านจะเป็นการเปิดการปฏิบัติการจากproxyในภูมิภาคต่างๆที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐและอิราเอล เพื่อทำลายและสร้างความหวาดกลัวให้ฝ่ายตรงข้าม และประเทศที่ให้การสนับสนุน
เมื่อพิจารณาเจตจำนงค์ของคู่ขัดแย้งสะท้อนว่าความขัดแย้งในครั้งนี้ จะไม่จบโดยเร็วแต่ยืดเยื้อขยายวงกว้าง เนื่องจากบางประเทศในยุโรป เริ่มขยับในการสนับสนุน สหรัฐฯ มากขึ้น หรือมีบางประเทศที่ได้รับผลกระทบเกิดความไม่พอใจกับความขัดแย้ง มีท่าทีสนับสนุนมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการเกิดสงครามมากกว่าระดับRegional
โดยทิศทางของend state ของความขัดแย้ง คือ zero sum gameที่ต้องมีผู้แพ้และชนะ เท่านั้นในความขัดแย้งครั้งนี้ เนื่องจากคู่ขัดแย้งได้ทุ่มเทงบประมาณ กำลัง อาวุธ จำนวนมหาศาล ดังนั้นจึงมีต้นทุนของสงคราม
การยอมรับความพ่ายแพ้ อาจต้องเสียค่าชดใช้ จำนวนมหาศาล รวมทั้งการเสียศักดื์ศรี ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีคู่ขัดแย้งที่จะยอมเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ระยะเวลาในการสู้รบจะเกินกว่าที่หลายฝ่ายประเมิน คือ ไม่น้อยกว่า ๔ สัปดาห์ ด้วยเหตุผลที่ดังกล่าวมาข้างต้น สรุปว่าความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ ได้สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงของระเบียบโลก ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่ ทิศทางของสถานการณ์ไม่มีสัญญาณทางบวกที่จะทำให้ปัญหายุติโดยเร็ว ดังนั้น ความมั่นคงของโลกจึงมีความสั่นคลอน และอาจพัฒนาไปสู่สงครามขนาดใหญ่ต่อไป
การเมือง
ข่าว
ข่าวรอบโลก
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย