15 มี.ค. เวลา 10:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รัสเซียอาจ ‘ได้กำไรมากที่สุด’ จากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กำลัง ‘ปั๊มเงินเข้าเครมลิน’

ในเพลิงสงครามที่เขย่าตลาดพลังงานโลก ขณะเดียวกัน ความสนใจของสหรัฐและทรัพยากรทางทหารจำนวนมากกำลังถูกดึงไปยังตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยจึงมองว่า ในความวุ่นวายครั้งนี้ “ประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด” อาจไม่ใช่ฝ่ายที่อยู่ในสนามรบ แต่คือ “รัสเซีย”
อันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป กล่าวต่อคณะทูตในกรุงบรัสเซลส์ว่า “จนถึงตอนนี้ มีผู้ชนะเพียงรายเดียวในสงครามครั้งนี้ นั่นคือรัสเซีย”
เขาอธิบายว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นนี้ ช่วย “เพิ่มรายได้” ให้มอสโก ซึ่งสามารถนำไปใช้สนับสนุนสงครามในยูเครนได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความสนใจของโลกและสหรัฐที่หันไปยัง “ตะวันออกกลาง” ยังทำให้แนวรบยูเครนถูกลดความสำคัญลง และเปิดโอกาสให้รัสเซีย “รุกคืบ” ได้ง่ายขึ้นด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ปธน.ทรัมป์ดูเหมือนจะมอบ “ของขวัญ” อีกชิ้นให้ปูติน เมื่อทรัมป์ระบุว่า สหรัฐเปิดทางให้นานาชาติซื้อ “น้ำมันรัสเซียกลางทะเล” 30 วันได้ หวังพยุงตลาดพลังงาน และก่อนหน้านั้น สหรัฐก็ “เปิดไฟเขียว” ให้อินเดีย 30 วัน สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้
ที่ผ่านมา มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ทำให้น้ำมันดิบรัสเซียต้องขายในราคา “ต่ำกว่าตลาดโลกอย่างมาก” แต่เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว ช่องว่างราคานี้อาจหายไปทันที และทำให้เครมลิน “มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายพันล้านดอลลาร์” แทน
📌ราคาน้ำมันแพง = เงินเข้ารัสเซีย
นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า ผลประโยชน์ของรัสเซียจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ “ระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลาง”
หากวิกฤติยืดเยื้อเพียงไม่กี่สัปดาห์ ผลกระทบอาจจำกัด แต่หากกินเวลาหลายเดือน เศรษฐกิจรัสเซียอาจได้รับเม็ดเงินมหาศาลจากการส่งออกพลังงาน
เพทรัส คาตินาส นักวิจัยด้านพลังงานจากสถาบัน Royal United Services Institute ระบุว่า ส่วนลดราคาน้ำมันที่รัสเซียต้องให้กับผู้ซื้อเพราะมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วิกฤติอิหร่านเริ่มต้น
“ยิ่งราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานเท่าไร รัสเซียก็ยิ่งขายน้ำมันได้ในราคาที่ใกล้เคียงตลาดโลกมากขึ้น” เขากล่าว
รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงใหม่ให้ “เครื่องจักรสงครามของรัสเซีย” เดินหน้าต่อในยูเครน
ตามข้อมูลของสถาบันวิจัย Centre for Research on Energy and Clean Air (CREA) ระบุว่า รัสเซียได้รับ “รายได้ราว 6 พันล้านยูโร” จากการขายเชื้อเพลิงฟอสซิล ภายในแค่สองสัปดาห์นับตั้งแต่สงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้น
รายได้ดังกล่าวสะท้อนว่า ในเดือนมีนาคม รัสเซียมีรายได้จากการขายน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินเพิ่มขึ้นราว 672 ล้านยูโร หลังจากราคาพลังงานเฉลี่ยต่อวันรวมกันพุ่งขึ้นประมาณ 14% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์
เพื่อสะท้อนรายได้ที่เพิ่มขึ้นของรัสเซีย บรรดาเทรดเดอร์เปิดเผยว่า น้ำมัน Urals ซึ่งเป็นน้ำมันดิบหลักของรัสเซียที่ส่งไปยังท่าเรืออินเดีย ถูกขายในราคาสูงกว่า Brent ซึ่งเป็นมาตรฐานราคาน้ำมันโลก “เป็นครั้งแรก”
นิโคลัส มัลเดอร์ นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และเป็นผู้เขียนหนังสือ The Economic Weapon: The Rise of Sanctions as a Tool of Modern War กล่าวว่า “สำหรับผู้ค้าน้ำมันรัสเซีย นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์”
3
โฆษณา