Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Benika
•
ติดตาม
14 มี.ค. เวลา 06:44 • ไลฟ์สไตล์
ชื่อเรื่อง: เจาะลึกการคลอดลูกที่ญี่ปุ่น
สวัสดิการแม่และเด็ก กับบทพิสูจน์ "ความแกร่ง" ของคุณแม่สายสตรอง
จุดเริ่มต้นของสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (Boshi Techou)
เมื่อรู้ตัวว่าตั้งท้อง สิ่งแรกที่เราต้องทำคือไปตรวจที่คลินิกสูตินรีเวชเพื่อยืนยันผล เมื่อได้ใบรับรองจากคุณหมอแล้ว เราต้องนำเอกสารนั้นไปที่ว่าการเมือง (役場) เพื่อออกสมุดที่ชื่อว่า “Boshi Techou (母子手帳)” หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก
สมุดเล่มนี้คือหัวใจสำคัญที่เราต้องพกติดตัวไปโรงพยาบาลทุกครั้งจนลูกจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพราะจะถูกใช้บันทึกทุกรายละเอียดตั้งแต่วันตรวจครรภ์ น้ำหนักแม่ ขนาดตัวเด็ก วันเวลาที่คลอด วิธีการคลอด ปริมาณเลือดที่เสียระหว่างคลอด ไปจนถึงประวัติการรับวัคซีนทั้งหมด เพื่อให้แพทย์เรียกดูประวัติได้ทันทีหากมีเหตุฉุกเฉิน
สวัสดิการและค่าใช้จ่ายที่ช่วยเบาแรง
ในอดีต รุ่นพี่เคยเล่าว่าต้องสำรองเงินค่าทำคลอดไปก่อนแล้วค่อยมาเบิกคืน แต่ปัจจุบันสะดวกขึ้นมาก เพราะเราสามารถทำเรื่องให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าทำคลอด (ประมาณ 400,000 เยน) ตรงไปยังโรงพยาบาลได้เลย ทำให้เราไม่ต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่ไว้ล่วงหน้า จะมีเพียงค่าตรวจรายครั้งที่จ่ายเองเพียงเล็กน้อยประมาณ 1,000 - 3,000 เยนเท่านั้น
นอกจากนี้ ก่อนคลอดคุณแม่ยังได้รับสิทธิ์ตรวจสุขภาพฟันฟรีอีก 1 ครั้งด้วย
ตารางวัคซีนและสุขภาพลูกน้อย
หลังจากเด็กเกิดแล้ว รัฐบาลจะมีกำหนดการฉีดวัคซีนฟรี โดยจะส่งเอกสารและนัดหมายมาให้ที่บ้านตามช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งวัคซีนหลักๆ มีดังนี้
1. BCG: วัคซีนป้องกันวัณโรค
2. Diphtheria ・Pertussis・Tetanus (DPT): วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ, ไอกรน และบาดทะยัก
3. Polio: วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ
4. Measles・Rubella (MR): วัคซีนรวมป้องกันโรคหัดและหัดเยอรมัน
5. Japanese Encephalitis: วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจแปนนิส บี
6. Haemophilus influenzae type b (Hib): วัคซีนป้องกันเชื้อฮิบ (สาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ/ไข้หวัดใหญ่บางชนิด)
7. Streptococcus pneumoniae: วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมค็อกคัส
หลังคลอด เราต้องพาลูกไปตรวจที่โรงพยาบาลเดิมที่คลอดจนถึงอายุ 1 เดือน หลังจากนั้นเดือนที่ 2 , 3 ,5 และทุกๆ 2 เดือนจะต้องย้ายไปตรวจสุขภาพที่แผนกสุขภาพของที่ว่าการเมืองจนถึงอายุ 3 ขวบ ตามวันที่รัฐบาลกำหนดมาให้
การจัดการเมื่อลูกป่วยในวันหยุด
เราควรหาคลินิกประจำ (Home Doctor) ไว้สำหรับฉีดวัคซีนหรือรักษาอาการป่วยทั่วไป แต่สิ่งที่ท้าทายคือ เด็กๆ มักจะชอบมาป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุในตอนกลางคืน หรือวันหยุด วันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเราต้องพาลูกไปที่ "โรงพยาบาลฉุกเฉินประจำเขต" ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใหญ่และอยู่ห่างออกไปราว 1 ชั่วโมง
ระบบที่นี่คือ ถ้าป่วยไม่หนักมากต้องไปคลินิกก่อน หากเกินกำลังคุณหมอเขาจะออกใบส่งตัวให้เราไปโรงพยาบาลใหญ่ เราจะเดินดุ่มๆ ไปโรงพยาบาลใหญ่โดยตรงไม่ได้
บทสรุป: ความแกร่งของแม่ในแดนปลาดิบ
การเลี้ยงลูกในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด (บ้านนอก) เป็นบททดสอบที่ใหญ่มาก ถ้าสามีไม่ได้มีเวลาช่วยเต็มที่ คุณแม่ต้อง "แกร่ง" มาก
• ต้องขับรถเองให้ได้ เพราะการเดินทางด้วยรถสาธารณะพร้อมข้าวของพะรุงพะรังนั้นลำบากมาก
• ต้องสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับที่จัดการเอกสารและคุยกับหมอรู้เรื่อง
และในการไปโรงพยาบาลหรือตรวจสุขภาพทุกครั้งอย่าลืม Boshi Techou(สมุดสุขภาพแม่และเด็ก) , บัตรประกันสุขภาพ และ บัตรการรับการรักษาฟรีสำหรับเด็กที่ทางที่ว่าการเมืองที่เราอยู่ออกให้(ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะโรงพยาบาลในจังหวัด หรือโรงพยาบาลฉุกเฉิน โรงพยาบาลใหญ่ที่กำหนดเท่านั้น)
แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเรามีลูก สัญชาตญาณความเป็นแม่จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเองโดยธรรมชาติ จากผู้หญิงตัวเล็กๆ เราจะกลายเป็นยอดมนุษย์ที่จัดการทุกอย่างได้เองเพื่อลูก
#เลี้ยงลูกในต่างแดน #แม่บ้านต่างแดน #ญี่ปุ่น
ไลฟ์สไตล์
blockdit
เรื่องเล่า
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย