วันนี้ เวลา 04:16 • การเมือง
หลายปีมาแล้ว ไปเจอหนังสือ ของ ที ลอบ ซัง รัม ปา .เขียนเล่า เรื่องว่า ที่ทิเบต มีถ้ำแห่งหนึ่ง ประตูปมีกลไก เปิดเลื่อนออก เมื่อเข้าไปข้างใน ก็มีภาพ Halogram ฉายออกมาเป็น timemachin เหมือนวา มีการทำลายล้าย โลก .เนื่องด้วย การทดลอง ยิงขีปนาวุธ แล้วมีความบกพร่องเกิดขึ้น ไม่ได้ถอดหัวรบนิวเคลียร์ออก .พอยิงออกไป ฝ่ายตรงข้ามกับคิดว่า ถูกโจมตี
.. คราวนี้ ก็ระดมยิงกันใหญ่ ต่างมีระบบอัตโนมัติ . เรื่องราวที่ว่า เหมือนว่า โลกนั้น ก็เคยเจริญมา แล้วก็ทำลาย ที่ว่า เจริญแล้วก็เสื่อม ต้องเริ่มต้นกันใหม่ เหมือนเรื่องราว มหาภารตยุทธ เมื่อประมาณ2530 ก็เคยถามพระ ที่นับถือ เรื่องราวสงครามโลก ครั้งที่สาม ว่าจะเกิดมีจริงมั้ย ท่านก็บอกว่า มีจริง แต่ฉันอยู่ไม่ทัน โยมคงอยู่ทัน ได้เห็น
มี.พระท่านพูดให้ฟัง เรื่องราวคนเก่. เก่งสร้าวกรรม ดินฟ้าอากาศ ก็ไปดึงจิต คนเก่งๆ สร้างกรรม ตกนรก ให้ขึ้นมาเกิด เสมือนว่า ยุคนี้ จิตจากดินแดนนรกมาเกิดกันมาก เค้าก็มุ่งมั่นพัฒนาวัตถุ สร้างความเจริญวัตถุ เสาะแสวงหาอำนาจ เบียดเบียนกันให้มาขึ้น เอารัดเอาเปรียบกันมาขึ้น แก่งแย่ง ที่ทำมาหากินมากขึ้น ความเจริญความรู้ในวัตถุต่างพัฒนา เป็นไปเพื่อ .ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง ให้ตายดันคราวละมากๆ
เราเคยถามเรื่องราวคนที่ว่า เก่งๆ จิตเค้าเดินทางมาจากไหน ถึงได้มาอาศัย กายเป็นมนุษย์ .ท่านก็บอกว่า คนเก่งที่ตกนรกมีมาก เหมือนเทวทัต นั่นก็เป็นคนเก่ง .เค้าก็มีปัญญา ที่ว่า ตามติดเจ้าชายสิทธัตถะ .แต่เพราะสิ่งเดียวที่ ทำลายเค้า ก็ตัวที่อยากเป็นใหญ่เป็นโต .อยากคิดครองศาสนา อยากเป็นศาสดาเสียเอง คิดทำลายพระพุทธเจ้า .สิ่งเหล่านี้นี้ ก็นำพาเค้าลงนรกอเวจี
แล้วเราก็มาฟังพระ ท่านก็เล่าเรื่องราว ต่างๆ ว่าต่อไป ทั้งมหาธาตุ จะเคลือนที่แปรปรวน ธาตุดินเคลื่อนที่ ลมเคลื่อนที่ น้ำเคลื่อนที่ ไฟเคลื่อนที่ เพราะเป็นมหาธาตุ เมื่อขยับเคลื่อนที่ ธาตน้อย ที่อาศัย ก็ต้องเดือดร้อน แล้วก็มาเรื่องราว ที่ว่า เค้าจะเก็บจิตมนุษย์ไปเรื่อยๆ เก็บลงนรก เพราะว่า เกิดมา ก็แก่งแย่งกัน โลภไม่รู้จักพอ .
..ที่ว่า ของในโลกนี้เป็นของกลางวัตถุในโลก ก็เป็นของกลาง อารมณ์โลภโกรธหลง ก็เป็นของกลาง ต่างฝ่ายก็ไปเอามาอารมณ์นึกคิดมา เอาตัวร้ายๆมา .แสดงตนว่า ข้านี้.เก่งทำลายได้มากว่า ออกอาวุธทำหลาย ให้ราบคาบ เหมือนแสดงให้ดูเป็นขวัญตา .แล้วจะอยู่กันยังไงดีนี่ ไอ้คนที่ไม่ได้ เป็นตาสีตาสา ก็เดือดร้อนไปทั่ว ที่เค้าว่า เป็นไปตามยุคสมัย
.. พอเจ็บ ก็โมโห เครียดแค้นทำลายกันเอง เพิ่มความเกลียดชัง ต้องทำลาย กายนั้นให้สิ้นซาก ทั้งที่ไม่ต้องเจ่นฆ่ากัน มันก็แก่เจ็บตายกันทุกคน
เราก็ได้ .เหมือนเป็นมดตัวน้อย . เดินในโลก .ก็ดูเค้า . ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ต้องเตรียมตัว .ว่า ชีวิตต่อไป จะลำบาก เช่นไร . ในเมื่อโลกนี้ เค้าเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม สิ่งอำนวยความสะดวก .จะเหมือนเดิม หาได้ง่ายมั้ย แม้แต่เงินทอง .มาดแล.หล่อเลี้ยงสังขารกรรม.(ต่อไปเงินทองก็ไม่มีค่า พระท่านพูดให้ฟัง แต่เราก็นึกไม่ออกว่า มันจะเกิดขึ้นมาในสถานะการณ์ แบบไหน) ที่ว่า ตั้งขึ้นมาให้จิตอาศัย แล้วก็ดับไป ลมไป ไฟไป น้ำไป .เหลือธุลีดิน .ลมพัดมาอีกที รูปนั้น ก็สลายหายไปจากโลก
.เป็นใหญ่เป็นโต .เหมือนว่า บุญเยอะ กรรมก็เยอ.. เหมือนว่ามีบุญเก่า ร่ำรวย ข้าทาสบริวาร แล้วก็หลวอำนาจวาสนา . หลงโลกธรรม .หลงแล้วเป็นไป . ใช้อารมณ์นึกคิดเยี่ยงไร .เราก็เปรียบเทียบดูได้ .ยิ่งใหญ่โต .หลงลืมความเป็นมนุษย์ .ที่ว่า เป็นมนุษย์แค่รูปที่อาศัย ข้างใน เป็นจิตเปรตอสุรกาย ไม่ใข่มนุษย์..ที่แสดงออกมา ในคำว่า กิริยาของกายวาจาใจ เนื่องอารมณ์นึกคิกปรุงแต่ง แสดงออกมา
.เช่น ว่า เสาะแสวงหาสันติภาพ .แต่ก็ทำให้เลือดไหลนองแผ่นดิน เดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า. จะได้รับ กระดาษใบหนึ่ง รับรอวเป็นรางวัล เป็นผู้รักษาสันติภาพ. พรั่งพรู ด้วยคำสรรเสริญเยินยอ เป็นผู้น่า จะมีเกียรติยศ .ผู้เป็นผู้รักษาสันติภาพ
โฆษณา