16 มี.ค. เวลา 08:22 • ข่าว

ญี่ปุ่นสามารถส่งเรือรบไปช่วยทรัมป์ที่อิหร่านได้หรือไม่??

สงครามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน เริ่มมีกลิ่นอายของความเป็นสงครามโลกมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าทางรัฐบาลสหรัฐจะไม่ยอมรับว่ามันเป็นสงครามก็ตาม
ซึ่งล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐได้ประกาศเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรช่วยกันส่งเรือรบมารุมยำอิหร่าน จะได้เปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ไวๆ หรือก็คือ จะได้เป็นหุ้นส่วนสงครามร่วมกัน
และหนึ่งในชาติพันธมิตรที่ทรัมป์โทรไปขอเรือรบ ก็คือ ญีุ่ปุ่น โดยให้นายกหญิงเหล็ก ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นผู้รับเรื่อง
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้สั่งเคลื่อนย้ายพลทหารอเมริกันที่ฐานทัพในโอกินาวา และ นางาซากิกว่า 2,200 นาย ไปประจำการ พร้อมรบที่ตะวันออกกลางแล้ว มาคราวนี้ ถึงคราวที่ญี่ปุ่นต้องส่งทหาร และเรือรบของตัวเองลงมาช่วยทรัมป์ลุยศึกที่ช่องแคบฮอร์มุซบ้าง
โดยทรัมป์ ได้ประกาศผ่านโซเชียลของตัวเองให้ชาติที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อันได้แก่ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และ อื่นๆ ส่งเรือรบมาสนับสนุนกองทัพสหรัฐในการยิงเรือรบอิหร่าน ถ้าอยากให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ก็ต้องส่งเรือรบของพวกคุณเข้ามา
และสำหรับ ทรัมป์แล้ว นี่ไม่ใช่แค่คำขอร้อง แต่คือคำสั่ง
1
ถ้าเป็นชาติอื่นๆ ที่รักจะเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ ก็อาจจะแค่บ่นอุบๆ อิบๆ แล้วก็ส่งเรือไป
แต่นั่นไม่ใช่กรณีของญี่ปุ่น ที่ขอบเขตการเคลื่อนพลถูกกำหนดด้วยมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ที่จะมีกองทัพไว้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น
ดังนั้นการที่จะสั่งให้ยกทัพเรือรบติดอาวุธ ไปช่วยทรัมป์ที่ตะวันออกกลาง มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เหมือนที่ทรัมป์นั่งเซ็นชื่อแกร๊กเดียว บนโต๊ะทำงานหรูๆในทำเนียบขาว แต่ต้องผ่านรัฐสภา ตีความว่าการส่งเรือรบออกนอกเขตราชอาณาจักรไปที่ตะวันออกกลาง มันเกี่ยวกับการป้องกันชาติญี่ปุ่นที่ตรงไหน??
ตามหลักกฎหมายความมั่นคงของญี่ปุ่นระบุชัดเจนว่า การใช้กองกำลังป้องกันตนเอง ไปรบที่ไหน ตรงมีเหตุผลเข้ากับเงื่อนไข 1 ใน 2 ข้อคือ
1. เมื่อญี่ปุ่นกำลังเผชิญหน้ากับภัย ที่เรียกว่า "สถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น"
หรือ
2. เมื่อเกิด "สถานการณ์ที่มีอิทธิพลสำคัญต่อผลประโยชน์ของญี่ปุ่น" ที่หากละเลยอาจกลายเป็นภัยคุกคามได้ในอนาคต
1
หากจูงใจให้สภาญี่ปุ่นเชื่อได้ว่าญี่ปุ่นตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ 1 ใน 2 ข้อนี้ จึงสามารถเคลื่อนเรือรบได้ แล้วสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เข้าข่ายภัยคุกคามความมั่นคงของญี่ปุ่นได้แล้วหรือยัง?
หากเมื่อพิจารณาว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันมากเป็นอันดับ 5 ของโลก และ 95% ของน้ำมันนำเข้าของญี่ปุ่นมาจากตะวันออกกลาง แล้ว ในจำนวนนั้นกว่า 70% ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นการปิดช่องทางเดินเรือของอิหร่าน ก็ถือเป็นภัยคุกคามความอยู่รอดด้านพลังงาน และเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้เหมือนกัน
แต่ทว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่น เคยชงเรื่องการส่งเรือเก็บกวาดทุ่นระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถจูงใจชาวสภาได้ ด้วยเห็นว่าการใช้เรือเก็บกวาดทุ่นระเบิดรอบน่านน้ำอิหร่าน อาจเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นถูกโยงเข้าสู่สงครามนอกประเทศ ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
1
อีกทั้งปริมาณน้ำมันสำรองของญี่ปุ่น มีเพียงพอกับการใช้งานในประเทศถึง 250 วัน (ในขณะที่ประเทศไทยมีเพียง 60 วัน) จึงเห็นว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่นในวันนี้
นั่นเป็นแค่ตัวอย่างการอนุมัติส่งเรือเก็บทุ่นระเบิด ยังส่งไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น จะให้เรือรบนี่ แทบลืมไปได้เลย
โคบายาชิ ทาคายุกิ หัวหน้าทีมฝ่ายนโยบายของพรรค LDP ของนายกหญิง กล่าวผ่านสื่อว่า "ผมเกรงว่าเงื่อนไขด้านกฎหมายของญี่ปุ่น มีมาตรฐานสูงมาก จนอาจทำให้เราส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลางไม่ได้ ภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้น หากสถานการณ์ตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งอย่างรอบคอบ"
แต่ใช่ว่า มันจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากในอดีต ญี่ปุ่นก็เคยส่งเรือกวาดทุ่นระเบิด 6 ลำ ไปช่วยสหรัฐเก็บกวาดทุ่นระเบิดของอิรักในอ่าวเปอร์เซีย ในช่วงปี 1991 มาแล้ว
แต่นั่นก็เป็นช่วงที่ สหรัฐฯ สิ้นสุดปฏิบัติการพายุทะเลทรายในอิรักแล้วถึง 1 เดือน และยังเป็นการส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ก็ไม่ได้ไปรบโดยตรง แต่เป็นการแสดงน้ำใจด้านความปลอดภัยในการเดินเรือมากกว่า
ถึงจะส่งช้า แต่ส่งนะ แต่จะทันใจทรัมป์รึเปล่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา