Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิชัย กัญญา
•
ติดตาม
16 มี.ค. เวลา 17:41 • นิยาย เรื่องสั้น
"เมืองที่ผู้คน...ต่างคน ต่างอยู่ ไม่มีใครสนใจกัน ใครจะไปไหน มาไหน ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน!
เมืองที่ข้างบ้านไม่รู้จักกัน เมืองที่...ไม่มีใครรู้จักเราและเราก็ไม่รู้จักใคร (หมายถึง ไม่รู้จักจริงๆ) ไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากไหน พ่อแม่ชื่ออะไร บ้านช่องอยู่ไหน? โธ่เอ๊ย ! ใครมันจะไปอยากอยู่ว๊ะ" ?
ผมครับ...!!! ผมเอง...ใช่! คุณอ่านไม่ผิดหรอก...ผมนี่แหละ ! อยากอยู่...."
ผมจำความได้ว่าผมเดินทางเข้ากรุงเทพฯครั้งแรกตอนผมอายุ 12 ขวบ ตอนนั้นผมเข้ามากรุงเทพฯกับอา เพื่อใช้ช่วงเวลาปิดเทอมเข้ามาหาเงิน ความทรงจำตอนนั้นผมยังจำได้ดี นั่งรถไฟมาจากสถานีพิษณุโลกมุ่งหน้าสู่ปลายทางหัวลำโพง กรุงเทพฯ ไปทำงานก่อสร้างแถวๆบางพลีสมุทรปราการ เป็นแคมป์ก่อสร้าง อยู่ด้วยเพิงสังกะสี ข้างฝาถูกตีด้วยสังกะสีรอบด้าน ตอนกลางวันไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะร้อนอบอ้าวขนาดไหนส่วนพื้นก็ปูด้วยไม้อัดหนาๆ อายุแค่ 12 ปี สิ่งที่ผมทำได้ตอนนั้นก็คือกรรมกรก่อสร้างคนนึง เข็นรถปูน
เข็นกรวด ทราย ที่ใช้ในการก่อสร้างมาที่โม่ผสมปูน มีไอ้ใบ้เป็นคนผสมปูน พูดไม่รู้เรื่องหรอก แต่ก็พอจับใจความได้ เป็นที่หัวเราะเฮฮากับคนงานก่อสร้างคนอื่นๆ สมัยนั้นเทเสาทีนึงใช้คนเป็นสิบ กว่าจะเต็ม 1 เสาก็เอาเรื่องอยู่ ที่ผมไปทำตอนนั้น เป็นบ้านจัดสรร จำคลับคล้ายคลับคลา ว่าอยู่ใกล้ๆกับคิงคองไอส์แลนด์ ซึ่งตอนนั้นก็ร้างไปแล้ว
พอโรงเรียนเปิดเทอม ก็รีบกลับมาบ้านนอก ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ นี่คือสิ่งที่ผมจำได้ตอนที่มากรุงเทพฯครั้งแรก...แต่ก็ภูมิใจที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองเป็นเงินก้อนแรก...
ครั้งที่2 เข้ากรุงเทพฯอีกที... ตอนอายุ 18 ปี ตอนนั้นหอบความฝันและความหวัง มากับแฟน 2 คนด้วยความหวัง ว่าเงินเดือน 4,500 บาทถึง 5,000 บาท สมัยนั้นก็เย๊อะแล้ว สำหรับคนที่จบแค่ มัธยมต้นอย่างผม เราทำงานเป็นพนักงานขายรองเท้า คนทั่วไปจะเรียกร้านนี้ว่า"ร้านฮัลโหล"เพราะว่าเวลาที่ขาย คนขายจะอยู่ด้านล่าง ส่วนคนที่อยู่ชั้นบน อยู่ในสต๊อกจะเรียกว่า"กัปตัน" เรามีรองเท้าหลายไซส์ให้เลือกเวลาลูกค้าต้องการเบอร์อะไร คนที่ขายก็จะประกาศใส่ไมค์ ว่าต้องการรองเท้ารุ่นนี้ สีนี้เบอร์นี้ กัปตันได้ยินก็วิ่งกันหัวชนฝา
ก็รีบหารองเท้าคู่นั้นให้เจอ ก่อนที่จะโยนมันลงบนราง จนถึงจุดเด่นคือ ถึงมือผู้ขายแล้ว ให้ผู้ซื้อรองสวมใส่ จบที่ขั้นตอนจ่ายตังค์
มีรองเท้าให้ลูกค้าได้เลือกทุกไซส์ ทุกสีตอนนั้น ผมเข้ากรุงเทพฯมาอยู่แถวตลาดปีนังคลองเตยอยู่ได้ 2 ปีกว่าๆ ก็พากันกลับบ้านด้วยเงินเก็บจำนวนหนึ่ง พอได้ช่วยพ่อแม่แฟนสร้างบ้าน
ผมเข้ากรุงเทพฯมาหลายครั้ง ไปๆมาๆจนวันหนึ่ง ผมได้กลับบ้านไปเจอนาข้าวกำลังออกรวง บรรยากาศเดือนพฤศจิกายน หมอกลงอากาศหนาวเย็นยะเยือก กระทบผิวกายนั่นเป็นความรู้สึกที่ทำให้ผม บอกกับใจตัวเองว่า...
"ชาตินี้กูไม่กลับไปเหยียบกรุงเทพฯอีกแล้ว...พอกันทีขออยู่บ้านนอกนี่แหละ "
อยู่บ้านนอกมา10กว่าปี สุดท้าย!!...เลือกหนีชีวิตบ้านนอก สังคมชนบทมาตายเอาดาบหน้าที่กรุงเทพฯซ๊ะงั้น!!! เพราะสังคมบ้านนอกมันแคบ จะทำอะไรก็ดูเหมือนว่าถูกจับจ้องไปเสียหมด คนเราก็ชอบพูดเรื่องของคนอื่น แต่ไม่ชอบพูดเรื่องของตัวเอง ยิ่งทำผิดเท่าไหร่ทำไม่ดีเท่าไหร่ ก็อยากจะปกปิดไว้ ไม่อยากให้คนอื่นรู้แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่น มีเท่าไหร่ใส่ไม่ยั้งพูดให้หมด ไม่พอใส่สีตีไข่ เพื่อความบันเทิง เพื่อความสนุกปากเอามันส์เข้าไว้
โซเชียลมีเดีย
ไลฟ์สไตล์
ข่าว
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย