16 มี.ค. เวลา 19:49 • สิ่งแวดล้อม

นิวสกายฯ เปิดเยี่ยมชม “บ่อรับขยะระบบปิดใหญ่สุดในไทย”

โครงการกำจัดมูลฝอยผลิตไฟฟ้าอ่อนนุช ก่อนทดสอบรับขยะ 20 มี.ค.นี้
บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เปิดให้สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่รอบโครงการเข้าเยี่ยมชม “บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด” ซึ่งถือเป็นบ่อรับขยะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารจัดการขยะและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนเริ่มทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ และเป็นผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ขณะนี้การก่อสร้างโครงการมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 86.89 และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดให้สื่อมวลชนและประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการ เข้าเยี่ยมชม “บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด” ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบกำจัดมูลฝอยสมัยใหม่ โดยบ่อดังกล่าวได้รับการออกแบบเป็นระบบปิด (Closed System) สามารถรองรับขยะได้ประมาณ 24,000 ตัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร
กระบวนการกำจัดขยะของโครงการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยขยะจะถูกนำมาเทในบ่อพักภายในอาคารระบบปิดเป็นเวลา 3–5 วัน เพื่อลดความชื้น ก่อนใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่ควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 850–1,100 องศาเซลเซียส จากนั้นนำพลังงานความร้อนมาผลิตไอน้ำแรงดันสูง เพื่อหมุนกังหันไอน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 30 เมกะวัตต์
การเปิดเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ได้เห็นกระบวนการทำงานจริงของระบบรับขยะ รวมถึงมาตรการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนเริ่มการทดสอบระบบตามแผน โดยโครงการเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 และมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2569 รวมระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 1,000 วัน
สำหรับโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช 86 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และรองรับได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน ดำเนินงานภายใต้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (BOT)
โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งยกระดับระบบบริหารจัดการขยะของเมือง ด้วยการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ โครงการยังได้ติดตั้งระบบตรวจจับกลิ่นอัจฉริยะ หรือ E-nose (Electronic Nose) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จำลองการรับรู้กลิ่นของมนุษย์ โดยใช้ชุดเซนเซอร์ตรวจจับสารระเหยในอากาศและแปลงข้อมูลเป็น Odor Fingerprint เพื่อนำไปวิเคราะห์ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถจำแนกประเภทและวัดระดับความเข้มข้นของกลิ่นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ขณะเดียวกัน ภายในบ่อพักขยะยังใช้ระบบห้องแรงดันลบ (Negative Pressure System) ซึ่งออกแบบให้อากาศภายในอาคารมีความดันต่ำกว่าภายนอก ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในตลอดเวลา ส่งผลให้กลิ่นไม่สามารถรั่วไหลออกสู่ภายนอกได้ โดยอากาศทั้งหมดจะถูกดูดเข้าสู่ระบบเตาเผาเพื่อใช้ในกระบวนการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูง 850–1,100 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นและก๊าซต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทระบุว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยควบคุมกลิ่นจากขยะไม่ให้แพร่กระจายสู่ชุมชนโดยรอบ และทำให้การดำเนินงานของโครงการเป็นไปอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
#WasteToEnergy #EnvironmentalTechnology #CircularEconomy
#BangkokWasteManagement #RenewableEnergy #SustainableCity
#ThailandEnergy
#IBiznews
IBiz news
A Part of IBiz Media Network
โฆษณา