3 ชั่วโมงที่แล้ว • การเมือง

ศักยภาพรบ 'อิหร่าน' ถดถอยจริงหรือไม่? เหลือไม้ตายอะไรใช้ต่อกรกับ 'สหรัฐ-อิสราเอล'

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การร่วมโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอลบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการยิงขีปนาวุธและโดรนอย่างรุนแรง แต่อิหร่านยังคงมีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญได้
ทำเนียบขาวเผยในวันเสาร์ (14 มี.ค.) ว่า ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง กองทัพเรือของอิหร่านก็ประเมินว่าการสู้รบไม่มีประสิทธิภาพ สหรัฐสามารถคุมน่านฟ้าอิหร่านได้อย่างสมบูรณ์ และว่า ปฏิบัติการ Epic Fury ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม
ต่อมาวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐได้ทำลายล้างขีดความสามารถด้านการผลิตโดรนของอิหร่านแล้ว และในช่วงบ่ายวันจันทร์ (16 มี.ค.) กาตาร์ประกาศว่าสามารถสกัดฝูงขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านได้จำนวนหนึ่ง ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และบาห์เรน ออกประกาศเตือน และมีขีปนาวุธลูกหนึ่งตกใส่รถยนต์พลเรือนในกรุงอาบูดาบี ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 1 ราย
จากรายงานเหล่านี้ เราจะเหมารวมได้หรือไม่ว่า ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านลดลงอย่างรุนแรง แล้วอิหร่านยังโจมตีเพื่อนบ้านและอิสราเอลต่อได้อย่างไร อัลจาซีราสรุปไว้ดังนี้
📌 อิหร่านยิงขีปนาวุธได้ลดลงจริงหรือไม่?
จริงๆ แล้ว จำนวนขีปนาวุธและโดรนที่อิหร่านยิงใส่ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย อิสราเอล และชาติอื่นๆ ในภูมิภาค ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
จากการรวบรวมข้อมูลโดยอัลจาซีรา ซึ่งอ้างอิงจากแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมยูเออี พบว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของความขัดแย้ง อิหร่านยิงขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธร่อนใส่ยูเออี 167 ลูก และยิงโดรน 541 ลำ เป็นต้น แต่ในทางกลับกัน เมื่อความขัดแย้งมาถึงวันที่ 15 ยูเออียิงสกัดขีปนาวุธได้ 4 ลูก และโดรน 6 ลำ
ตามรายงานของสถาบันเพื่อการศึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล ระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธต่ออิสราเอลก็ลดลงเช่นกัน จากเกือบ 100 ลูกในช่วงสองวันแรก เหลือเพียงตัวเลขหลักเดียวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ด้านเพนตากอนเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การยิงขีปนาวุธของอิหร่านลดลง 90% จากวันแรกของการสู้รบ และการโจมตีด้วยโดรนลดลง 86%
📌 คลังแสงขีปนาวุธอิหร่านถูกทำลายไปเท่าไร?
สำนักงานอำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐประเมินในปี 2022 ว่า อิหร่านมีคลังแสงขีปนาวุธนำวิถีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
แม้ไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าอิหร่านมีขีปนาวุธเท่าไร แต่ข่าวกรองอิสราเอลคาดว่า อิหร่านมีขีปนาวุธราว 3,000 ลูก และลดลงสู่ระดับ 2,500 ลูก หลังสงคราม 12 วันในเดือน มิ.ย. ปี 2568
กลยุทธ์สำคัญของสหรัฐจึงเป็นการมุ่งเป้าโจมตีเครื่องยิงขีปนาวุธของอิหร่าน เนื่องจากการยิงขีปนาวุธแต่ละครั้งจะมีหลักฐานบางอย่างปรากฏขึ้นในสถานที่นั้นๆ เช่น การระเบิดขนาดใหญ่ ซึ่งดาวเทียมและระบบเรดาร์สามารถตรวจจับได้
ด้านสถาบันการศึกษาสงครามอ้างอิงเจ้าหน้าที่ทางทหารของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลปลดประจำการเครื่องยิงไปแล้ว 290 เครื่อง จากที่มีราว 410 - 440 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม รศ.เดวิด เดส โรเชส จากมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศในวอชิงตันดีซี บอกว่า เนื่องด้วยประเทศอิหร่านมีพื้นที่กว้างขวาง และหากไม่มีกองกำลังภาคพื้นดิน ก็อาจยากที่จะกำจัดขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธของอิหร่านต่อสหรัฐและอิสราเอลที่อ้างว่าสามารถควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้เกือบทั้งหมดแล้ว
“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะระบุตำแหน่งเครื่องยิง สิ่งที่เราเห็นคือ ขีปนาวุธซ่อนอยู่ในที่ลับ หรือในสถานที่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทหารก่อนเกิดสงคราม ซึ่งเป็นช่วงที่ถูกเพ่งเล็งน้อยลง” เดส โรเชส กล่าวกับอัลจาซีรา
เดส โรเชส บอกด้วยว่า การยิงที่ชะลอตัวลงเป็นเพราะกองทัพอิหร่านสูญเสียขีดความสามารถในการยิงเป็นชุด ดังนั้น อิหร่านจึงยิงเพียง 1 หรือ 2 ลูกต่อครั้ง เน้นมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและการพาณิชย์ โดยเฉพาะในประเทศอ่าวเปอร์เซีย แทนที่จะเน้นเป้าหมายทางทหาร แต่อิหร่านยังคงยืนยันว่ามีเป้าหมายที่จะโจมตีแค่ผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาค
รองศาสตราจารย์กล่าว “กองทัพบอกว่า [การกระทำของอิหร่าน] ไม่มีนัยสำคัญ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า การยิงก่อกวนเพื่อทำให้ระบบเตือนภัยในประเทศใกล้เคียงอ่อนกำลังลง และสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชน”
โฆษณา