18 มี.ค. เวลา 08:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

มาโมรุ โฮโซดะ สร้าง Scarlet ให้สากลร่วมสมัย ผ่านการประยุกต์ Hamlet ด้วยการมองการล้างแค้นในมุมกลับ

คำเตือน : มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ “Scarlet”
หากเป็นยุคก่อน การที่อนิเมะจากฝั่งญี่ปุ่น จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจนได้มาเป็นที่ยอมรับในอีกฟากตะวันตกนั้น แทบจะเป็นไปได้ยากมาก หากแต่ปัจจุบันเส้นกั้นเหล่านั้นก็ดูจะจางลงเรื่อย ๆ และสำหรับผลงาน “Scarlet” แอนิเมชันเรื่องใหม่ของ มาโมรุ โฮโซดะ เองก็ตาม ที่ไม่เพียงแต่จะเป็นชิ้นงานที่มาพร้อมเนื้อหาที่ดูเติบโตมากขึ้น แต่มันจะยังเป็นชิ้นที่มีความเป็นสากลและร่วมสมัยมากขึ้นอีกด้วย
โดยอ้างอิงจาก Variety ผ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับฯ มาโมรุ โฮโซดะ เคยให้ไว้ในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส เมื่อเดือนกันยายนปี 2025 เพื่อพูดถึงเบื้องหลังบางส่วนและเนื้อหาของ “Scarlet” ที่สะท้อนถึงสภาวะการณ์ของโลกในปัจจุบัน ที่จะพูดถึงแง่มุมความแก้แค้น ผ่านเรื่องราวตัวละครของสการ์เล็ตที่ไม่อาจล้างแค้นได้สำเร็จ ก่อนจะถูกส่งไปยังอีกภพภูมินึง และมอบมาซึ่งมุมมองที่กลับด้านไปอย่างสิ้นเชิง
“‘Scarlet’ มันสัมพันธ์กับสภาพสังคมในปัจจุบันของเรามาก ถ้าให้พูดแบบง่าย ๆ มันคือเรื่องราวของการแก้แค้น“
“ตัวเอกของเราอย่าง สการ์เล็ต คือเจ้าหญิงที่มาจากสังคมยุคกลาง ที่ล้มเหลวในเป้าหมายการล้างแค้นศัตรูคู่แค้นของเธอ จากนั้น เธอก็ถูกส่งไปยังอีกภพภูมิหนึ่ง ที่ ๆ ซึ่งเธอยังไม่ปล่อยวางจากการแก้แค้น และด้วยการกระทำเช่นนั้น ในการได้เดินทางไปยังอีกโลกหนึ่ง มันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียที่แปลกใหม่มากจริง ๆ ซึ่งการที่โลกทั้งสองภพมันต่างกันโดยอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นแก่แท้ ที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเอกลักษณ์” โฮโซดะ กล่าว
ทั้งนี้เนื้อหาของ “Scarlet” ก็ดูจะมีส่วนคล้ายกับผลงานชิ้นก่อน ๆ อยู่ไม่น้อย ทั้งการที่ตัวละครเอกมักตกอยู่ ระหว่างสองมิติหรือห้วงเวลาที่แตกต่างกัน และมันเป็นอาจเป็นได้ทั้ง ความเป็นจริงหรือห้วงที่ชวนหลีกหนี จากอดีตหรือในปัจจุบัน ร่วมสมัยหรือปกรณัม แต่ต่างตรงที่ “Scarlet” จะมีความเป็นสากลและร่วมสมัยยิ่งขึ้น ทั้งการที่นำเอาโศกนาฎกรรมคลาสสิคจากฟากยุโรปอย่าง “Hamlet” มานำเสนอใหม่ในสไตล์แอนิเมชันแบบเจ้าหญิงดิสนีย์
ซึ่งโฮโซดะเอง ก็รู้สึกถึงการซ้อนทับเชิงวัฒนธรรมนี้ ว่ามันสะท้อนจากการที่เขาสังเกตเห็น ปรากฎการณ์การบริโภคผลผลิตสื่อแอนิเมชันจากทางอเมริกา, ยุโรปหรือญี่ปุ่นในช่วง 10 ปีก่อน ว่ามันแทบไม่มีความเหลื่อมทับกันเลย จนกระทั่ง การมาของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ผู้ชมทั่วโลกก็สามารถเข้าถึงและบริโภคสื่อแอนิเมชันจากแหล่งต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจและเข้าถึงความละเอียดอ่อนของสไตล์แอนิเมชันที่ต่างกันได้มากขึ้น เรียกได้ว่า สตรีมมิ่งสามารถทำลายกำแพงที่แบ่งแยกแอนิเมชันจากแต่ละฟากโลกลงไปได้
พอมาถึง “Scarlet” โฮโซดะ ที่เป็นแฟนตัวยงของสไตล์แอนิเมชันวาดมือสองมิติแบบอเมริกันแบบที่ เกล็น คีน เคยทำไว้ใน “Beauty and the Beast” ก็ดึงแรงบันดาลใจนั้น มาใช้ในขั้นตอนการผลิตแอนิเมชันของเรื่อง ด้วยเป้าหมายที่จะมอบงานภาพที่สวยงาม อุดมไปด้วยรายละเอียดที่มากขึ้น รวมถึง ความหลากหลายของอากัปกริยาและการแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งเป็นรูปแบบที่หาได้ยากจากอนิเมะญี่ปุ่นปกติ
โฮโซดะ จึงพยายามยกระดับงานวาดมือด้วยการประยุกต์คอมพิวเตอร์กราฟฟิคมาใช้ ซึ่งในเรื่องนี้ นอกเหนือจากจะได้ จิน คิม นักออกแบบตัวละครจาก Disney ซึ่งเคยร่วมงานมาตั้งแต่ “Belle” หวนกลับมาร่วมงานแล้วนั้น โฮโซดะ ยังได้ ทาดะฮิโระ อุเอซูกิ นักออกแบบฉากจาก “Big Hero 6” และ “Coraline” มาร่วมออกแบบตัวละครอีกด้วย
ทั้งนี้อีกปัจจัยหลักที่ทำให้ โฮโซดะ เติบโตมากขึ้นในฐานะผู้กำกับแอนิเมชันนักเล่าเรื่อง ก็คือการที่เขาได้รับเชิญไปนำเสนอผลงานในเทศกาลระดับนานาชาติอยู่เนือง ๆ ซึ่งทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับผลงานของในวงกว้างมากขึ้นมาโดยตลอด นับตั้งแต่ “The Girl Who Leapt Through Time” ในเทศกาลปูซาน หรือ “Mirai” ในเทศกาลเมืองคานส์ และเขาก็ยินดีจะได้ส่งมอบแนวคิดอันใหม่นี้ของเขาผ่าน “Scarlet”
“ด้วยหนังแต่ละเรื่อง ผมสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมใหม่ ๆ ได้โดยตรง ซึ่งทำให้ผมได้ขยายขอบเขตความคิดของผม ต่อประเภทของธีมและรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลายขึ้น ซึ่งการที่ผมสามารถนำเอาองค์ประกอบที่แทบจะยกมาจากเชคสเปียร์ส มาประยุกต์ใช้กับสื่อแอนิเมชัน เป็นบางอย่างที่ผมไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะเกิดขึ้นได้จริง หากผมย้อนเวลากลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว”
“สำหรับผม ความคิดของการแก้แค้นในตอนนี้ มันร่วมสมัยกว่าที่เคยเป็นมา เพราะโลกกำลังสั่นคลอนหนักและมันก็ดูน่ากลัว แถมมันยังมีความขัดแย้งเต็มไปหมด สำหรับผมในฐานะผู้สร้างและผู้กำกับฯ ผมคิดว่าเราทุกคนต่างขวนขวายหาทางสื่อสาร ในระนาบหรือระดับเชิงศิลป์ที่ต่างกันออกไป”
“และผมหวังว่าหนังเรื่องนี้ จะนำพาพวกเราไปสู่อีกโลกที่แตกต่างจากนี้บ้าง” โฮโซดะ กล่าวทิ้งท้าย
“Scarlet” กำกับและเขียนบทโดย มาโมรุ โฮโซดะ (“Belle” และ “Summer Wars”) ให้เสียงพากย์โดย มานะ อาชิดะ, มาซากิ โอคาดะ, ยูทากะ มัตสึชิเงะ, โคทาโร่ โยชิดะ, โคจิ ยาคุโช, มาซาชิกะ อิชิมูระ, ยูกิ ไซโตะ, โชตะ โซเมทานิ, คาซึฮิโระ ยามาจิ, โทคิโอะ อีโมโตะ, คาโยโกะ ชิราอิชิ และ โนอะ ชิโรยาม่า
“Scarlet” วางกำหนดฉายในไทย 26 มีนาคม 2026
โฆษณา