20 มี.ค. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
Tapah

Peter Williams-Hunt - ชีวิตสั้น ผลงานยืนยาว

ถ้าหากใครสักคนอยากเห็นสภาพของประเทศไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอย่างไร ชื่อของปีเตอร์ วิลเลียมส์-ฮันท์ เป็นชื่อหนึ่งที่ได้รับการพูดถึง เพราะเขาเป็นคนบันทึกภาพถ่ายทางอากาศของประเทศไทยเกือบทั่วประเทศ แล้วเขาเป็นใคร ชีวิตของเขามีความเป็นมาอย่างไร มาทำความรู้จักปีเตอร์ วิลเลียมส์-ฮันท์ กัน
นักโบราณคดีหนุ่มจากเบิร์กเชียร์
ปีเตอร์ วิลเลียมส์-ฮันท์ เกิดวันที่ 2 กรกฏาคม ค.ศ. 1919 ที่คาเวอร์แชม แคว้นเบิร์กเชียร์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ปีเตอร์มีความสนใจในด้านโบราณคดีตั้งแต่เป็นวัยรุ่น โดยเป็นสมาชิกชมรมโบราณคดีเบิร์กเชียร์ และมีประสบการณ์งานภาคสนามมาแล้ว
แผนที่เมืองคาเวอร์แชม
นักตีความภาพถ่ายทางอากาศ
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปีเตอร์เข้ารับราชการในกองทัพอากาศในตำแหน่งเจ้าหน้าที่่ข่าวกรองและพลร่ม มีหน้าที่ตีความภาพถ่ายทางอากาศ โดยประจำอยู่ที่แอฟริกาเหนือและอิตาลี ก่อนย้ายมาประจำการที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนมิถุนายน 1945
ซึ่งที่นี่ เขามีส่วนสำคัญในการบันทึกภาพถ่ายทางอากาศตอนประจำการที่สิงคโปร์, กรุงเทพ และ ไซ่ง่อน แม้ภาพถ่ายของเขาจะมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการชำระค่าปฏิกรรมสงครามก็ตาม แต่ก็ช่วยให้เห็นสภาพบ้านเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพถ่ายประเทศไทย 1,671 ภาพ
ภาพถ่ายทางอากาศกรุงเทพมหานคร บริเวณวัดสระเกศ โดยปีเตอร์ วิลเลียมส์-ฮันท์
บ้านหลังสุดท้ายที่มาเลเซีย
หลังสงครามสิ้นสุด ปีเตอร์ได้ลาออกจากทหารอากาศในตำแหน่งพันตรี ย้ายไปใช้ชีวิตที่มาเลเซีย เขาศึกษาวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์ที่ดินของชนพื้นเมืองในมาเลเซียผ่านภาพถ่ายทางอากาศ เขาใช้ชีวิตในมาเลเซียจนได้รับฉายาว่า นายหนวด “Tuan Jagot” และได้แต่งงานกับวา ดรามาน ลูกสาวหัวหน้าเผ่าเซไม ในปี ค.ศ.1950 มีลูกชาย 1 คน ชื่อ แอนโทนี
วา ดรามาน ภรรยาของปีเตอร์ วิลเลียมส์-ฮันท์ ภาพโดย Bah Tony W Hunt
เขาได้รวบรวมผลงานการสำรวจและเขียนหนังสือ “Introduction to the Malayan Aborigines” ในปี ค.ศ. 1952 เพื่อช่วยให้รัฐบาลมาเลย์และเจ้าหน้าที่ชาวอังกฤษรู้จักชนพื้นเมืองและเข้าใจถึงปัญหา ขณะเดียวกันก็สอนให้ชนพื้นเมืองเรียนรู้การเกษตรและสุขอนามัย รวมไปถึงเป็นมัคคุเทศก์และพนักงานบริการให้กับคนต่างถิ่นอีกด้วย
หนังสือ  AN INTRODUCTION TO THE MALAYAN ABORIGINES
ปีเตอร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาชนพื้นเมือง และเป็นรักษาการผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งสหพันธ์มลายา ช่วยเหลือบริติชมิวเซียมในการส่งของจัดแสดงเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ส่งตัวอย่างพืชพันธุ์ให้สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ และสัตว์ตัวอย่างให้พิพิธภัณฑ์ราฟเฟิลส์ (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ในปัจจุบัน) รวมไปถึงมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาเลเซียที่เสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1953 ปีเตอร์ไปร่วมงานแต่งงานน้องสาวภรรยาที่ตาปาห์ รัฐเปรัก และประสบอุบัติเหตุร่วงตกสะพาน และเสาไม้ไผ่ทิ่มแทงร่างกาย เขาถูกส่งไปโรงพยาบาลบาตู กาจาห์ รัฐเปรัก และจากโลกในอีก 8 วันต่อมา ก่อนถึงวันเกิดครบรอบ 34 ปี เพียง 3 สัปดาห์ ร่างของเขาถูกฝังในป่าหมู่บ้านเมืองตาปาห์ตามประเพณีชาวเซไม
หลุมฝังศพของปีเตอร์ วิลเลียมส์ ฮันท์ ภาพโดย Bah Tony W Hunt
โฆษณา