4 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์

กลอง​เซรามิก​จีน 6,100​ ปีก่อน​ และกลองสำริด​จีน 3,100 ปีก่อน​ ตามหลักฐาน​เกิดขึ้น​ครั้งแรก​ในโลก​

ยูนนาน (Yunnan) จีน: เมื่อ​ 3,100​ ปีก่อน​ เป็นอารยธรรมกลองแห่งเดียว​ ​[เกิดภาษา​ เมือง​ อักษร​ ฯลฯ​]​ ที่พัฒนา หน้ากลองโลหะ​ หรือ​ กลองสำริดหน้าปิด (หน้ากลองเป็นโลหะ (Bronze Drum​ เมื่อ​ประมาณ​ 3,100​ ปีก่อน​) จนกลายเป็นวัฒนธรรมหลักที่ส่งต่อหน้ากลองโลหะมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ดองซอน​ เวียดนา​ม​ ประมาณ​ 2,500​ ปีก่อน​)
ส่วนเมโสโปเตเมีย​
และอียิปต์ใช้หนังสัตว์ขึงหน้ากลอง​ ​ยังไม่พบหลักฐาน​ว่าเมโสโปเตเมีย​และอียิปต์มีการใช้หน้ากลองโลหะ​
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
นอกจากนี้​จีนยังเป็นต้นกำเนิด​กลองดินเผา​ ซึ่ง​ใช้หนังสัตว์ขึงหน้ากลอง​ เมื่อ​ประมาณ​ 6,100​ ปีก่อน​
#เมโสโปเตเมีย :
กลองส่วนใหญ่เป็นโครงไม้หรือดินเผาแล้ว ขึงด้วยหนังสัตว์ เมื่อ 3,100 ปีก่อน แต่ไม่พบหลักฐานการใช้กลองสำริด
#อียิปต์มีเครื่องดนตรี ดีด พิณ และเป่าเป็น โครงไม้หรือดินเผาขึงหนัง เมื่อ 2,801 ปีก่อน แต่ไม่พบหลักฐานการใช้กลองสำริด เช่นกัน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น
​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ยุคกลองดินเผา​ หลักฐานการพบ "กลองดินเผา" ในประเทศ​จีนมีความเก่าแก่ที่ส​ุดใน​โลก​ ประมาณ​ 6,100​ ปีก่อน​
โดยหลักฐาน​ที่พบเปรียบ​เทียบ​ความเก่าแก่
กลองดินเผาที่พบในเมโสโปเตเมีย​ ประมาณ​ 3,100​ ปี​ก่อน
และ​กลองโครงไม้หรือดินเผาขึงหนังอียิปต์​ 2,801​ ปีก่อน​
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น
​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
1. วัฒนธรรมต้าเหวินโข่ว (Dawenkou Culture): มีการค้นพบกลองที่ใช้ หนังจระเข้ (Alligator Drum) ประมาณ 4,600 – 6,100 ปี (ประมาณ 4,100 – 2,600 ปีก่อนคริสตกาล) ณ​ มณฑลซานตงและมณฑลเจียงซู ประเทศจีน
การค้นพบกลองที่ใช้ หนังจระเข้ (Alligator Drum) ขึงบนโครงดินเผา หลักฐานการใช้เครื่องหนังในประเทศ​จีน​ มีรูปจระเข้: สลักไว้บนตัวกลองดินเผา​ และ​ลายก้นหอย (Spiral): ด้านซ้ายของรูปจระเข้
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
กลองดินเผาขึงหนังจระเข้ (Alligator Drum) วัฒนธรรมต้าเหวินโข่ว (Dawenkou Culture) 4,100 – 2,600 ปีก่อนคริสตกาล (ประมาณ 4,600 – 6,100 ปีมาแล้ว) จำลองภาพโดย นฤพนธ์ เพ็งอ้น, 2026
2. กลองดินเผาวัฒนธรรมหม่าเจียเหยา (Majiayao Culture)ในประเทศจีน (Neolithic ยุคหินใหม่) หรือประมาณ 5,800​ - 4,000 ปีก่อน​ มีลวดลายเขียนสีที่สวยงามและรูปทรงคล้ายแจกันหรือถัง​ พบกลองดินเผาจำนวนมากในมณฑลกานซูและชิงไห่ 5,800 - 4,000 ปีก่อน (ประมาณ 3,800–2,000 ปีก่อนคริสตกาล)
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ภาพจำลอง กลองดินเผาวัฒนธรรมหม่าเจียเหยา (Majiayao Pottery Drum) วาดโดยใช้ นฤพนธ์ เพ็งอ้น หน้ากลองจำลองการขึงด้วยหนังสัตว์ตัวกลองมีรูปทรงคล้ายแจกันหรือถุง (Vase-shaped) ทำจากดินเหนียวสีส้มอิฐ (Terracotta) เขียนด้วยสีดำและแดงเป็นลายเส้นโค้ง ก้นหอย และเกลียวคลื่นอายุ 5,800 - 4,000 ปีก่อน
3. วัฒนธรรมหลงซาน (Longshan Culture) กลองดินเผาสีดำที่มีผนังบาง​ อายุ: ประมาณ 4,500 – 4,000 ปี (2,500 – 2,000 ปีก่อนคริสตกาล) ผนังบางเฉียบ: บางชิ้นมีความบางเพียง 1-3 มิลลิเมตร​ เสียงที่ได้จะยังคงเป็นเสียงที่มีความแห้งแบบเซรามิก (Earth tone) แตกต่างจากเสียงกังวานแบบโลหะ (Metallic ring) ของกลองสำริด
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ
กลองดินเผาสีดำที่มีผนังบาง วัฒนธรรมหลงซาน (Longshan Culture) อายุ: ประมาณ 4,500 – 4,000 ปี (2,500 – 2,000 ปีก่อนคริสตกาล) ผนังบางเฉียบ: บางชิ้นมีความบางเพียง 1-3 มิลลิเมตร วาดภาพโดย นฤพนธ์ เพ็งอ้น, 2026
[ข้อสังเกต​ เครื่องเซรามิก​สีดำ "บ้านเก่า"จ.กาญจนบุรี ประมาณ 3,500 - 4,000 ปีมาแล้ว​ มีลักษณะ ผิวสีดำและขัดมัน คล้ายกับวัฒนธรรมหลงซานแต่ไม่พบ กลองดินเผาขึงหนังจระเข้​ ใน​ ตำบลบ้านเก่า​ อ.เมือง​ฯ​ จ.กาญจนบุรี​ ประเทศ​ไทย]​
เปรียบเทียบเครื่องปั้นดินเผาสีดำ "บ้านเก่า" vs "หลงซาน"
หลงซาน: สีดำมีความเงากว่าและผนังบางกว่ามาก (ระดับเปลือกไข่)บ้านเก่า: มักเป็นสีดำหรือเทาเข้ม ผิวขัดมัน (Burnished) จนเงา เนื้อดินละเอียด
พานสามขา (Tripod Pottery): เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของบ้านเก่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับภาชนะ "ติ่ง" (Ding) ของจีนในยุคเดียวกัน
หลงซาน​ : รูปทรงกลองดิน
บ้านเก่า​ : ภาชนะมีเชิงสำหรับใส่ของ
"ฝู" (Fou - 缶) ซึ่งเป็นภาชนะดินเผาที่นำมาเคาะเป็นจังหวะ
กลอง​ดินเผาทั้ง​สามวัฒนธรรม​ มีโครงรูปทรงกระบอกหรือทรงกรวยคล้ายแจกัน (Vase-shaped) มีรูสำหรับระบายอากาศเพื่อให้เสียงกังวาน
หน้ากลอง: เดิมทีจะมีการขึงด้วย หนังใบหูของสัตว์ หรือ หนังจระเข้ ไว้ด้านบน โดยใช้เชือกร้อยผ่านรูขอบกลองเพื่อยึดให้ตึง​มีลายเส้นเรขาคณิต ลายก้นหอย หรือลายสัตว์
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
กลอง​ดินเผา​ เป็นเครื่องดนตรีประเภท "ดิน" (土 - Tǔ) ในระบบเครื่องดนตรี 8 ประเภท ปาอิน (八音 - Bāyīn) ของราชวงศ์โจว​ ประเทศ​จีน​
เครื่องดนตรีประเภท "ดิน" (土 - Tǔ) คือ​ (Ceramic/Pottery)
เครื่องดนตรีตามวัสดุทั้งแปดที่ใช้ทำ ของจีน​ ได้แก่
1. ทอง (โลหะ) หรือ​สำริด (Bronze)
เช่น​ เปียนจง (编钟 - Biānzhōng): ระฆังราวสำริด
หลัว (锣 - Luó): ฆ้องจีน
ป๋อ (钹 - Bó): ฉาบหรือฉิ่ง,
2. หิน​ เช่น​ ระฆังหินราว,
3. ไหม (สาย) เช่น​ กู่ฉิน (古琴 - Gǔqín) กว่า 3,000 ปี​ เป็น​พิณ 7 สาย​ และกู่เจิง (古筝 - Gǔzhēng): พิณแนวนอนที่มีจำนวนสายมากกว่า,
4. ไม้​ เช่น​ จู้ (柷 - Zhù): กล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมคล้ายถังข้าว ใช้ไม้กระทุ้งด้านใน, ปั่น (板 - Bǎn): กรับไม้ที่ใช้ตีให้จังหวะหนักแน่น
และ​อวี๋ (敔 - Yǔ): เครื่องดนตรีรูป "เสือหมอบ" ที่มีฟันเลื่อยอยู่บนหลัง ใช้ไม้ครูดที่หลังเสือเพื่อส่งสัญญาณจบการบรรเลง,
5. น้ำเต้า​ เช่น​ เซิง (笙 - Shēng) หรือ "แคนจีน",
6. ดิน​ เช่น​ กลองหนังจระเข้​,
7.​ หนัง เช่น​ กลองตั้ง​ เจี้ยนกู่ (建鼓 - Jiàngǔ)
8.​ ไม้ไผ่​ เช่น​ ตี๋จื่อ (笛子 - Dízi): ขลุ่ยผิวที่มีเยื่อไผ่บางๆ แปะที่รูเป่าเพื่อให้เกิดเสียงสั่นสะเทือน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น
​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
กลองดินเผาในกลุ่มดนตรียุคบาบิโลนและซูเมอร์ ประมาณ 3,100​ ปีก่อน​
[1,100 ปีก่อนคริสตกาล]​
ดาร์บูก้า (Darbuka / Goblet Drum)
ดินเผาขึงด้วยหนังสัตว์ รูปทรงแบบถ้วย (Goblet shape)
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
กลองดินเผาในอียิปต์โบราณ
อาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) ประมาณ​ 2,801 ปีก่อน​ [1,750 ปีก่อนคริสตกาล]
กลองทรงถ้วยและทรงหม้อดินเผา​ ตัวกลอง: ทำจากดินเหนียวหรือเซรามิก
หน้ากลอง: ขึงด้วยหนังสัตว์ เช่น หนังแพะ หรือ หนังปลา
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
กลองดินเผาแหล่งโบราณคดี
บ้านเชียง จ.อุดรธานี​ เป็น​ภาชนะดินเผาทรงสูง (Vessels with High Pedestal) อายุประมาณ 2,300 - 3,000 ปีมาแล้ว​ ภาชนะที่มี "เชิงสูง" หรือฐานบานออก และตัวภาชนะทรงกลมหรือรี​ ภาชนะดินเผาทรงกระบอกหรือทรงกรวย (Pedestal Vessels) แต่ไม่พบ "กลองดินเผา" (Ceramic Drum) ที่มีลวดลายเขียนสี
วัตถุโบราณ​บ้านเชียง​
อายุ​ประมาณ 2,300 - 1,800 ปีมาแล้ว​ เป็น​วัตถุโบราณที่ รูปร่างคล้ายกลอง หรือมี ลวดลายเขียนสี​ ใช้สีแดงเขียนเป็น ลายก้นหอย (Spiral), ลายเส้นคดโค้ง (S-shape) และ ลายเรขาคณิต
กลองอุคุ (Udu) ของ​ชาวอิกโบ (Igbo) ในประเทศไนจีเรีย​ อายุประ​มาณกว่า 1,000 ปี​
ยุคกลองสำริด​
กลองสำริดสมัยราชวงศ์ชาง
ประเทศ​จีน​ ประมาณ 3,100 ปีก่อน​ ปัจจุบัน​เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เซ็นโอคุ ฮาคุโกะกัง ที่ประเทศญี่ปุ่น​ คือ กลองสำริด​ ตกแต่งด้วยลาย "ขุย" (Kui) มีขาเดียว และมีลายหงส์คู่หล่ออยู่บนหน้ากลอง
กลองมีความหนาเพียง 3-5 มิลลิเมตร​ (Bronze Drum with Kui Design) เคลือบด้วยแล็กเกอร์สีเขียว​ สันนิษฐานว่าเดิมอาจมีการขึงด้วยหนังจระเข้ที่ด้านข้างทั้งสองด้าน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ที่มาภาพ : นิทรรศการโบราณวัตถุสำริด [นิทรรศการอิตายะ ฮาซัน ที่พิพิธภัณฑ์เซ็น-โอคุ ฮาคุโคคัง] กลองกุยเสิน (คิจินโกะ): ความสูง 82 ซม. น้ำหนัก 71 กก. ศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสต์ศักราช สมัยราชวงศ์ชางตอนปลาย3,100 ปีก่อน
กลองสำริดจากสมัยราชวงศ์ชาง​ประเทศ​จีน​
(Bronze Drum with Kui Design) ลาย "เทาเทีย" (Taotie) บนลายเมฆและอสนีบาต (Cloud and Thunder patterns) อายุ​ประมาณ 3,100 ปีก่อน​ ขอบหน้ากลองมีลวดลายจุดนูน (Nipple pattern/Nails) 3 แถว เก็บรักษา​ไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลหูเป่ย​ (Hubei Provincial Museum) อำเภอฉงหยาง (Chongyang County) มณฑลหูเป่ย​ ประเทศ​จีน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
กลองสำริดจากสมัยราชวงศ์ชาง
(Bronze Drum with Kui Design) ลาย "เทาเทีย" (Taotie) มีชื่อเรียกว่า "กลองสำริดฉงหยาง" (Chongyang Bronze Drum - 崇阳铜鼓) ปลายราชวงศ์ชาง (Late Shang Dynasty) ประมาณ 3,100 ปีก่อน​
[1,300 - 1,000 ปีก่อนคริสตกาล]​ ความสูงประมาณ 75.5 เซนติเมตร และหนัก 47.5 กิโลกรัม​ มี​ 3 ส่วนหลัก: ส่วนยอด (Crown), ตัวกลอง (Body) และฐาน (Pedestal/Base) ทรงกระบอกวางแนวนอน มีหน้ากลองสองด้านที่สามารถเคาะให้เกิดเสียงได้
กลองสำริดลายกบ สมัยราชวงศ์ชาง (1600 ปีก่อนคริสตกาล - 1046 ปีก่อนคริสตกาล) พิพิธภัณฑ์หูหนาน ที่มาภาพ Wikimedia Commons
กลองสำริดว่านเจียป้า (Wanjiaba Type) รูปทรงอ่าง​ เมืองฉู่สง​ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน​ ราชวงศ์โจวตะวันออก​ โดยกลองระบุว่าอยู่ในช่วงประมาณ 2,806 -​ 2,626 ปีก่อน​
หรือ​ 2,716 ± 90 ปีก่อน​
[690 ± 90 ปีก่อนคริสตกาล]​ การหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี จากไม้​(C-14)
สันนิษฐาน​ว่า​อาจเป็น"ต้นแบบ" (Prototype) ของกลองสำริดดอนซอง​ และกลองมโหระทึก​ ประมาณ 2,500 -​2,000​ ปีก่อน​
#นฤพนธ์​ ​เพ็งอ้น
​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ
กลองสำริดว่านเจียป้า (Wanjiaba Type) รูปทรงอ่าง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ราชวงศ์โจว กลองสำริดระบุว่าอยู่ในช่วงประมาณ 2,806 - 2,626 ปีก่อน [690 ± 90 ปีก่อนคริสตกาล] ที่มาภาพ Wikimedia Commons
กลองสำริดแบบดองซอน (Dong Son Type) รูปทรงนาฬิกาทรายประมาณ 2,000 - 2,500 ปีมาแล้ว ลุ่มแม่น้ำแดง ประเทศเวียดนาม
แบ่งเป็น 3 ส่วนชัดเจน
ส่วนบนพองออก, ส่วนกลางคอดและส่วนฐานบานออก
กลองมีลาย "ดาว" หรือ "พระอาทิตย์" ตรงกลาง
มีลายเรือ ลายคนแต่งกายด้วยขนนก ลายสัตว์ และลายเรขาคณิต
กลองมโหระทึกในบริเวณ ทุ่งไหหิน (Plain of Jars) มีตัวกบประดับอยู่บนหน้ากลอง
มีลายดาวหรือพระอาทิตย์ตรงกลางหน้ากลอง และลายนกกระสาบินแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว
ประมาณ 2,100 - 2,500 ปีมาแล้ว​ จัดแสดง​ที่​ หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติลาว
กลองมโหระทึก
ณ​ ถ้ำองบะ ลุ่มน้ำแม่กลอง​จ.กาญจนบุรี ประเทศ​ไทย​
​ประมาณ 2,100 - 2,500 ปี
กลองมโหระทึกที่ บ้านพังกา เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
กลองมโหระทึก​บ้านดอนตาล จ.มุกดาหาร​
สันนิษฐาน​ว่าเกิดการค้าและวัฒนธรรม/อารยธรรม​สำริด
ที่สำคัญระหว่าง ยูนนาน (จีน), ลุ่มแม่น้ำแดง ประเทศ​เวียดนามประเทศ​ลาว​ และ​ประเทศ​ไทย
สำหรับ​ทุ่งไหหินอ​าจเป็นจุดพักสินค้าของกองคาราวานที่เดินทางระหว่างจีน​
เนื่องจาก​ ดินแดน​สมัยโบราณ
มีแหล่งแร่เหล็กและทองแดง ทำให้เกิดชุมชนที่มั่งคั่งพอจะ "สั่งซื้อ" หรือ "แลกเปลี่ยน" กลองสำริด
เหมืองเซโปน (Sepon Mine) แขวงสะหวันนะเขต​ ประ​เทศลาว
พบหลักฐานการทำเหมืองทองแดงย้อนกลับไปได้ไกลถึง 3,000 ปี​ มีการขุดปล่องเหมืองแนวตั้ง (Shafts) ลึกถึง 20-40 เมตร และใช้ไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็งทำเป็นโครงพยุงปล่อง​ ผลการตรวจวิเคราะห์ไอโซโทปของตะกั่ว (Lead Isotope) ในกลองสำริดที่พบในภูมิภาคนี้หลายใบ มีค่าตรงกับแร่ทองแดงจากเหมืองเซโปน​ ดังนั้น​ จึง​สันนิษฐาน​ว่า​ ประเทศ​ลาวโบราณ​เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกวัตถุดิบสำริด
กระบวนการหล่อกลองสำริดว่านเจียป้าและดองซอน
เรียกว่า​ "การหล่อแบบไล่ขี้ผึ้ง" (Lost-wax casting) หรือการใช้ "แม่พิมพ์ดินเผาแบบแยกส่วน" (Sectional mold)
1. การเตรียมหุ่นขี้ผึ้ง (Wax Modeling)
ช่างจะปั้นหุ่นกลองด้วยดินเหนียวเป็นแกนในก่อน จากนั้นพอกทับด้วย ขี้ผึ้ง​ หนาประมาณ 3-5 มิลลิเมตร​ แกะสลักลายดาว ลายกบ หรือลายเรือลงบนผิวขี้ผึ้ง
2. นำดินเหนียวผสมทรายพอกทับหุ่นขี้ผึ้งอีกชั้นเพื่อทำเป็นแม่พิมพ์นอก​ มีการเสียบ แท่งสำริดเล็กๆ (Spacers) ไว้ระหว่างแม่พิมพ์ในและแม่พิมพ์นอก เพื่อรักษาช่องว่างให้คงที่เมื่อขี้ผึ้งละลายออกไป
3. นำแม่พิมพ์ไปผ่านความร้อน​ ให้ขี้ผึ้งที่อยู่ตรงกลางจะละลายไหลออกมาตามรูที่ทำไว้ เหลือเพียงช่องว่างที่มีลวดลายตามที่แกะสลักไว้บนขี้ผึ้ง
4. การหล่อโลหะ (Casting)
ส่วนผสม (Alloy) เททองแดงผสมกับดีบุก​และ​ตะกั่ว​เหลวที่ร้อนจัดลงไปในช่องว่างระหว่างแม่พิมพ์เพียงครั้งเดียว เพื่อให้โลหะหลอมละลายไหลได้สะดวกและเก็บรายละเอียดลวดลาย
(หากเทหลายรอบกลองจะร้าวหรือเสียงไม่กังวาน)
5. เมื่อโลหะเย็นตัวลง ช่างจะทุบแม่พิมพ์ดินออก ได้กลองสำริดที่มีลวดลายตามหุ่นขี้ผึ้ง​ ขัดผิวให้เรียบเนียน และหากเป็นกลองที่มีกบแยกส่วน​ หล่อตัวกบมาหมุดติดบนหน้ากลองในภายหลัง
อัตราส่วนผสมโลหะสำริด (The Bronze Alloy)
ทองแดง (Copper - Cu): ประมาณ 70-80%
ดีบุก (Tin - Sn): ประมาณ 10-15%
ตะกั่ว (Lead - Pb): ประมาณ 5-10%
อุณหภูมิการหลอมเหลว (Melting Point)
ทองแดงบริสุทธิ์: ละลายที่ 1,085 องศาเซลเซียส
ผสมดีบุกและตะกั่วลงไป อุณหภูมิหลอมเหลวจะลดลงเหลือประมาณ 900 - 1,000 องศาเซลเซียส
การควบคุม​อุณหภูมิ​ โดยเพิ่มความเร่งอุณหภูมิ​ ประมาณ 1,100 องศาเซลเซียส
โดยโลหะจะไม่แข็งตัวก่อนที่จะไหลไปถึงขอบแม่พิมพ์ที่บางเฉียบ
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
หากอุณหภูมิไม่นิ่งหรือมีก๊าซค้างในโลหะ หน้ากลองจะมีรูพรุน (Pitholes) ทำให้เสียงเพี้ยน
การระบายความร้อน: กลองที่มีผนังบาง (3-5 มม.) ต้องอาศัยการถ่ายเทความร้อนที่สม่ำเสมอทั่วทั้งใบ เพื่อป้องกันการบิดเบี้ยวหรือการแตกร้าวขณะโลหะเซตตัว
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
โฆษณา