20 มี.ค. เวลา 05:40 • ข่าวรอบโลก

แม้จะเผชิญความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของ สหรัฐฯ และ อิสราเอล

แต่ "อิหร่าน" กลับเลือกเดินหน้ายืดความขัดแย้งต่อไป
แทนที่จะถอยหรือเร่งเจรจาสันติภาพ สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำอิหร่านไม่ได้มองสงครามครั้งนี้ในกรอบ "แพ้หรือชนะ" แบบทั่วไป แต่เป็นโอกาสในการต่อรองอำนาจและกำหนดอนาคตของภูมิภาคใหม่
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านสูญเสียผู้นำทางทหารและโครงสร้างบัญชาการจำนวนมาก ขณะที่ภายในประเทศก็เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การคว่ำบาตร และผลกระทบจากสงคราม เช่น การขาดแคลนทรัพยากรและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้นำที่เหลือยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าว พร้อมประกาศว่าสามารถทนต่อความสูญเสียและพร้อมสู้ต่อไป
กลยุทธ์สำคัญของอิหร่านคือการ "ยืดสงคราม" เพื่อเพิ่มต้นทุนให้ฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะผ่านการโจมตีที่กระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานโลก เช่น การคุกคามเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าน้ำมันโลก แนวทางนี้ทำให้ประเทศมหาอำนาจและพันธมิตรต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
ในขณะเดียวกัน อิหร่านยังพยายามตั้งเงื่อนไขสำหรับอนาคตหลังสงคราม เช่น การสร้างระเบียบภูมิภาคใหม่ การเรียกร้องค่าชดเชย และการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาหรับกับสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนเป้าหมายในการกลับมาเป็นผู้กำหนดเกมในภูมิภาค มากกว่าการยุติความขัดแย้งเพียงอย่างเดียว
โดยภาพรวม ยุทธศาสตร์ของอิหร่านจึงมุ่งไปที่การทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่า "สงครามนี้แพงเกินจะดำเนินต่อ" เพื่อบีบให้เกิดการเจรจาในเงื่อนไขที่ตนได้เปรียบ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ อิหร่านกำลังเดิมพันครั้งใหญ่ โดยใช้ความยืดเยื้อของสงครามเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาอำนาจและความอยู่รอดของระบอบในระยะยาว
#อิหร่าน #ยืดสงคราม #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #IRGC #SouthPars #ทรัมป์ #อิหร่าน #ราคาน้ำมัน #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews
💥ลองมาดูสินค้าของ KKW.P บน Shopee สิ! https://collshp.com/kkw_shopee
โฆษณา