20 มี.ค. เวลา 09:18 • ประวัติศาสตร์

"อีฟแห่งเอเชีย" Homo juluensis (มนุษย์จูลู) ​ ผู้สืบทอดพันธุกรรมสู่ "เดนิโซวาน" (Denisovans)

Homo juluensis (มนุษย์จู๋ลู่ / มนุษย์หัวโต) สวี่จาง (Xuchang), มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน​ กะโหลกศีรษะขนาดใหญ่ (พบชิ้นส่วนกะโหลก (Xuchang 1 และ 2) ที่มีลักษณะเด่นคือ กะโหลกขนาดใหญ่มาก และมีความจุสมองสูงถึง 1,800 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งใหญ่กว่ามนุษย์ปัจจุบันและนีแอนเดอร์ทัล​
Homo juluensis (มนุษย์จู๋ลู่ / มนุษย์หัวโต) สวี่จาง (Xuchang), มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน​ มี​ปริมาตร​สมอง​ 1,800​ cc
ใหญ่​กว่า​ มนุษย์​จินหนิวซาน (Jinniushan), มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีนมีอายุแก่กว่า​ (ประมาณ 280,000 - 260,000 ปีก่อน) มีปริมาตรสมอง (Cranial Capacity) อยู่ที่ประมาณ 1,330 ถึง 1,390 ลูกบาศก์เซนติเมตร
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ
ภาพจำลอง สมมติฐาน "อีฟ" (Mitochondrial Eve) ของสายพันธุ์ย่อย เมื่อ 200,000 ปีก่อน อาจส่งต่อมาถึงมนุษย์ปัจจุบัน เช่น ชาวเมลานีเซีย และชาวอะบอริจินในออสเตรเลีย มีดีเอ็นเอของกลุ่มนี้สูงที่สุดในโลก (ประมาณ 3-5% ขณะที่ชาว เอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีในสัดส่วนที่น้อยกว่า โดย นฤพนธ์ เพ็งอ้น, 2026
สันนิษฐาน​ว่า​ Homo juluensis คือกลุ่มประชากรที่เป็น บรรพบุรุษของมนุษย​์เดนิโซวาน ในเอเชียตะวันออก "อีฟ" (Mitochondrial Eve) ของสายพันธุ์ย่อย​ ส่งต่อมาถึงมนุษย์ปัจจุบัน ชาวเอเชียตะวันออก ชาวพื้นเมืองในโอเชียเนีย และชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​
"อีฟ" (Mitochondrial Eve) ของสายพันธุ์ย่อย​ อาจส่งต่อมาถึงมนุษย์ปัจจุบัน ชาวเอเชียตะวันออก ชาวพื้นเมืองในโอเชียเนีย และชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรณีนี้ไม่ใช่การสืบเชื้อสายโดยตรงจาก "แม่คนเดียวกัน" แต่เกิดจาก การผสมข้ามสายพันธุ์ (Interbreeding) ระหว่างบรรพบุรุษมนุษย์ปัจจุบันที่อพยพเข้ามา กับกลุ่มมนุษย์โบราณที่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว
ชาวเมลานีเซีย และชาวอะบอริจินในออสเตรเลีย มีดีเอ็นเอของกลุ่มนี้สูงที่สุดในโลก (ประมาณ 3-5% ขณะที่ชาว เอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีในสัดส่วนที่น้อยกว่า
เราตรวจ ไม่พบ ไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอ (ซึ่งถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกเท่านั้น) ของสายพันธุ์นี้ในมนุษย์ปัจจุบันหมายความว่าสายเลือดที่ส่งต่อมาถึงเราผ่านทาง นิวเคลียร์ดีเอ็นเอ (DNA รวมจากทั้งพ่อและแม่พวกเขาไม่ได้เป็น "ต้นตระกูลหลัก" ของเรา แต่เป็น "บรรพบุรุษร่วม" ที่ฝากชิ้นส่วนพันธุกรรมล้ำค่าไว้ในตัวพวกเราจนถึงทุกวันนี้
ศ. สวานเต พาโบ (Svante Pääbo): เจ้าของรางวัลโนเบล ผู้บุกเบิกการสกัดดีเอ็นเอโบราณ (Ancient DNA)
อ่าน​บทความ​เพิ่มเติม... สมมติฐาน วาย-โครโมโซมอล อดัม (Y-chromosomal Adam) อยู่​ในจีน​
ช่วงเวลาที่บรรจบกัน (The Time Window)
บรรพบุรุษชายร่วมกันของมนุษย์
กลุ่มมนุษย์ในจีน:
ฮัวหลงตง (300,000 ปี) ปริมาตร​สมอง​1,150 ลูกบาศก์เซนติเมตร​,
จินหนิวซาน (260,000 ปี) มนุษย์จินหนิวซาน (Jinniushan) มีปริมาตรสมอง 1,330 ลูกบาศก์เซนติเมตร
และ​มนุษย์​ต้าหลี่ (260,000 ปี) มีปริมาตรสมองประมาณ 1,120 - 1,200 ลูกบาศก์เซนติเมตร
#Naruepon Peng-on Author Translate and compile
จากบทความ​ #Naruepon​Peng-on​
สมมติฐาน วาย-โครโมโซมอล อดัม (Y-chromosomal Adam) อยู่​ในจีน​
ช่วงเวลาที่บรรจบกัน (The Time Window) 300,000​ -​200,000​ปีก่อน​ และ​ระบุค่ากลางไว้ที่ประมาณ 275,000 ปีที่แล้ว
มนุษย์​ฮัวหลงตง (300,000 ปี): มีใบหน้าและคางที่เริ่มคล้ายมนุษย์ปัจจุบัน แม้ปริมาตรสมอง (1,150 cc)
มนุษย์​จินหนิวซาน (280,000 ปี): มีปริมาตรสมองสูงถึง 1,330 cc ซึ่งแทบจะเท่ากับค่าเฉลี่ยมนุษย์ปัจจุบัน (ประมาณ 1,350 cc)
มนุษย์​ต้าหลี่ (260,000 ปี): มีส่วนผสมของลักษณะโบราณและสมัยใหม่ที่ชัดเจน
เมื่อนำตัวเลข 275,000 ปี นี้ไปเทียบกับกลุ่มมนุษย์โบราณในจีนที่คุณรวบรวมมา (ค่าเฉลี่ยฟอสซิล 273,333 ปี) จะพบว่ามีความสอดคล้องกันอย่างมาก
ช่วงกลางของยุค Middle Pleistocene พื้นที่ในจีนมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์โบราณอย่างหนาแน่นและต่อเนื่อง​ วิวัฒนาการของมนุษย์ในประเทศ​จีนมี Timeline ที่ชัดเจน ไม่ได้กระจายตัวแบบสุ่ม
Homo juluensis "อีฟ" (Mitochondrial Eve) ของสายพันธุ์ย่อย​ การพบกะโหลกที่มีขนาดใหญ่ (1,700 ซีซี ซึ่งใหญ่กว่ามนุษย์ปัจจุบันเฉลี่ย 1,350-1,400 ซีซี) บ่งบอกว่า:มี วิวัฒนาการที่ล้ำหน้า​ โครงสร้างใบหน้าส่วนล่าง: มีโหนกแก้มที่แบนและกว้างคล้ายกับมนุษย์ยุคใหม่ ไม่ยื่นออกมามากเหมือนมนุษย์โบราณ ในช่วง 200,000 ปีก่อน​
ยีนจาก "อีฟแห่งเอเชีย" กลุ่มนี้ช่วยให้มนุษย์ปัจจุบันปรับตัวเข้ากับ ที่ราบสูง (เช่น ทิเบต) หรือป้องกันโรคบางชนิดได้ดีขึ้น
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ยีนจากกลุ่ม Homo juluensis (ซึ่งมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับสายพันธุ์ Denisovans) ทิ้งมรดกทางพันธุกรรมที่สำคัญไว้ในคนเอเชียและชาวโอเชียเนีย
1. การอาศัยในที่สูง (ยีน EPAS1): นี่คือมรดกที่ชัดเจนที่สุด พบมากใน ชาวทิเบต ยีนนี้ช่วยให้ร่างกายจัดการกับระดับออกซิเจนที่ต่ำในที่สูงได้ดีเยี่ยม โดยไม่ทำให้เลือดข้น
2. การทนต่อความหนาวเย็น: ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสีน้ำตาล (Brown Fat) เพื่อสร้างความร้อนได้ดีขึ้น พบในกลุ่มคนทางเอเชียเหนือและชาว Inuit (เอสกิโม)
3. ระบบภูมิคุ้มกัน (ยีน HLA): ยีนกลุ่มนี้ช่วยให้มนุษย์สมัยใหม่ที่เพิ่งอพยพมาถึงเอเชีย สามารถต่อสู้กับ เชื้อโรคประจำถิ่น ในท้องถิ่นนั้นๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอวิวัฒนาการใหม่เองเป็นหมื่นปี
4. รูปทรงของฟัน: ลักษณะฟันกราดที่มี 3 ราก (3-rooted molars) ซึ่งพบได้บ่อยในคนเอเชียปัจจุบัน (ประมาณ 30-40%)
5. มีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและการกักเก็บไขมัน ซึ่งในอดีตช่วยให้รอดชีวิตจากความอดอยาก
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
Homo longi หรือ​ มนุษย์มังกร - Dragon Man ที่มีขนาดสมองประมาณ 1,420 ซีซี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เดียวกับมนุษย์ปัจจุบัน
ช่วงเวลา: พบฟอสซิลที่มีอายุประมาณ 146,000 - 150,000 ปีก่อน​ เมืองฮาร์บิน ทางตอนเหนือของจีน
ปัจจุบันเชื่อว่าพวกเขาคือสายพันธุ์เดนิโซวานในเอเชียตะวันออก​
Dragon Man ประมาณ อายุ​ ประมาณ​ 146,000 - 150,000 ปีก่อน​มี โหนกแก้มที่แบนและต่ำ (flat and low cheekbones) ขัดแย้งกับรูปร่างกะโหลกส่วนอื่นที่ดูโบราณ
มนุษย์​ Dragon Man มีใบหน้าดั้งเดิมที่ค่อนข้างแบนและโหนกแก้มไม่ยื่นออกมาข้างหน้า​
ซึ่ง มนุษย์​ปัจจุบัน​ ก็มีลักษณะนี้
ต่างจาก มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล ที่มีใบหน้าส่วนกลางยื่นออกมา (mid-facial projection)
และโหนกแก้มลาดไปด้านหลัง
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
เปรียบเทียบกะโหลกของ Dragon Man (Homo longi) ปริมาตรสมอง 1,420 ซีซีและ มนุษย์ปัจจุบัน (Homo sapiens) ทรงกะโหลก: กะโหลกของ Dragon Man จะมีลักษณะ ยาวและแบนต่ำ (Long and Low) ในขณะที่มนุษย์ปัจจุบันมีกะโหลกที่ สูงและกลม (High and Globular สร้างภาพจำลองโดย นฤพนธ์ เพ็งอ้น
Dragon Man มีใบหน้าที่ "หด" เข้ามา: การที่มีโหนกแก้มแบนและต่ำบ่งบอกว่าใบหน้าของเขาเริ่มลดขนาดลงและมาอยู่ใต้กะโหลกศีรษะมากขึ้นเป็นทิศทางเดียวกับวิวัฒนาการของมนุษย์ปัจจุบัน
["ครึ่งล่างของใบหน้า" Dragon Man จะดูคล้ายพวกเรามากครับ แต่ถ้ามอง "ครึ่งบน" (สันคิ้วและกะโหลกยาว) เขาจะดูเป็นมนุษย์โบราณ]
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
การพบฟอสซิลฟันและกระดูก (เช่น ที่ถ้ำจือเหริน มณฑลกว่างซี) แสดง​ว่า​ มนุษย์ที่มีลักษณะใกล้เคียงปัจจุบันอาจเข้ามาถึงจีนตั้งแต่ 100,000 - 120,000 ปีก่อน
มนุษย์​ปักกิ่ง​ Homo erectus (ช่วงปลาย)
เมื่อ​ 300,000 - 200,000​ ปีก่อน​ ในประเทศ​จีน​ เริ่มลดจำนวนลงหรือวิวัฒนาการไปเป็นสายพันธุ์ที่ก้าวหน้าขึ้นหลงเหลือกลุ่มเล็กๆ อยู่ในบางพื้นที่จนถึงช่วง 230,000 ปีก่อน​ คาดว่าน่าจะสูญพันธุ์​ไปเมื่อ​ 200,000​ ปีก่อน
อาศัยอยู่ในแถบนั้นจนถึงช่วงประมาณ 200,000 - 300,000 ปีก่อน เป็นอย่างน้อย ก่อนจะหายไปจากบันทึกทางโบราณคดี
การสูญพันธุ์​ของ​มนุษย์ปักกิ่ง (Homo erectus) จากฟอสซิลที่ถ้ำ โจวโข่วเตี้ยน (Zhoukoudian) ระหว่าง​ 300,000 - 200,000​ ปีก่อน​ สอดคล้อง​กับการทำนาย​ยีนโครโมโซม​ Y อดัม​ หรือ​ ไมโตคอนเดรีย​ อีฟ​ ในช่วง​เวลาเดียวกัน​
"สอดคล้อง" กับทฤษฎีการกำเนิดใหม่​ Homo juluensis (มนุษย์จู๋ลู่ / มนุษย์หัวโต) อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน​ กะโหลกศีรษะขนาดใหญ่มาก (ประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เซนติเมตร) และ​Homo longi (มนุษย์มังกร - Dragon Man)
ช่วงเวลา: พบฟอสซิลที่มีอายุประมาณ 146,000 - 150,000 ปีของจีน
การสูญพันธุ์ของมนุษย์
ปักกิ่งในช่วง 200,000 ปีก่อน สอดคล้องกับข้อมูล Mitochondrial Eve และ Y-chromosomal Adam
มนุษย์กลุ่ม Erectus ดั้งเดิม "ไม่ได้ส่งต่อ" พันธุกรรมสายแม่ (mtDNA) ไมโตคอนเดรียล อีฟ: มีชีวิตอยู่ในแอฟริกา​ เมื่อประมาณ 150,000–200,000 ปีที่แล้ว
หรือสายพ่อ (Y) เมื่อประมาณ 200,000 ถึง 300,000 ปีก่อน
มาถึงมนุษย์ปัจจุบัน​ สันนิษฐาน​ว่าอาจมาจากแอฟริกา​ หรือ​ในประเทศ​จีน
จากข้อสันนิษฐาน
วาย-โครโมโซมอล อดัม (Y-chromosomal Adam) อยู่​ในจีน
ช่วงเวลาที่บรรจบกัน (The Time Window)
บรรพบุรุษชายร่วมกันของมนุษย์
กลุ่มมนุษย์ในจีน:
ฮัวหลงตง (300,000 ปี) ปริมาตร​สมอง​1,150 ลูกบาศก์เซนติเมตร​,
จินหนิวซาน (260,000 ปี) มนุษย์จินหนิวซาน (Jinniushan) มีปริมาตรสมอง 1,330 ลูกบาศก์เซนติเมตร
และ​มนุษย์​ต้าหลี่ (260,000 ปี) มีปริมาตรสมองประมาณ 1,120 - 1,200 ลูกบาศก์เซนติเมตร
#Naruepon Peng-on Author Translate and compile
สายใยของมนุษย​์ปักกิ่ง​ขาดตอนไปในช่วงที่สายพันธุ์ใหม่เริ่มรุ่งเรือง​ในประเทศ​จีน​ [Homo juluensis​ มนุษย์จู๋ลู่ / มนุษย์หัวโต เมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน​ ปริมาตร​สมอง​ 1,800 ลูกบาศก์เซนติเมตร) และ​Homo longi มนุษย์มังกร - Dragon Man อายุ​ประมาณ 146,000 - 150,000 ปีก่อน​ เมืองฮาร์บิน ของจีน
การอุบัติขึ้นของ "มนุษย์หัวโต" (Homo juluensis): สวี่เจียเหยา ในช่วง 200,000 ปี
ก่อนที่ Erectus หายไป จากหลักฐาน​สันนิษฐาน​ว่า Homo juluensis​ เข้ามาแทนที่ด้วยกะโหลกขนาด (1,700 -​1,800​ซีซี) ซึ่งสะท้อนถึงระดับสติปัญญาและการล่าที่เหนือกว่า​ และอาจเป็นเป็นบรรพบุรุษของ เดนิโซวาน (Denisovans) ในเอเชีย
Homo sapiens ช่วง 200,000 ปีก่อน​ มีกะโหลกกลมมน หน้าผากตั้งตรง และมี คาง ที่ชัดเจน (ต่างจากมนุษย์ยุคก่อนหน้า) Omo Kibish ซึ่งมีฟอสซิลอายุเก่าแก่ถึง 195,000 ปี​ เอธิโอเปีย (East Africa) ปริมาตรสมอง: ประมาณ 1,435 ลูกบาศก์เซนติเมตร
หลักฐานที่ ถ้ำ Misliya (Misliya Cave) อิสราเอล (Levant)
เป็นฟอสซิลกะโหลกและฟันอายุประมาณ 177,000 - 194,000 ปี
กลุ่มบุกเบิกบางส่วนเดินทางออกจากแอฟริกาผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง
และ Homo sapiens idaltu) อายุประมาณ 160,000 ปี Herto เอธิโอเปีย (East Africa)
Omo Kibish ซึ่งมีฟอสซิลอายุเก่าแก่ถึง 195,000 ปี เอธิโอเปียกะโหลกศีรษะทรงกลม (Globular Braincase): มีลักษณะโด่งและกลมมน ไม่แบนยาวเหมือนมนุษย์โบราณหน้าผากสูง: มีหน้าผากที่ตั้งชันมีคาง (Chin): นี่เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของ Homo sapiens สันคิ้วลดลง: สันคิ้วไม่หนาและไม่ยื่นออกมามากเท่ากับมนุษย์ยุคก่อนหน้าภาพจำลองโดย นฤพนธ์ เพ็งอ้น, 2026
Homo sapiens ช่วง 150,000 ปีก่อน​ ร่างกายและโครงสร้างกระดูกเริ่ม เหมือนมนุษย์ปัจจุบัน (Anatomically Modern Humans) แทบจะ 100%
ค้นพบ​รอยเท้า ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์สมัยใหม่ (อายุ 153,000 ปี) หลักฐานการใช้ชีวิตในถ้ำแถบ Klasies River Mouth แอฟริกาใต้
หลักฐานเครื่องมือหินโกตดิวัวร์ (West Africa) ที่บ่งบอกว่ามนุษย์อาศัยอยู่ในพื้นที่ ป่าดิบชื้น เมื่อ 150,000 ปีก่อน
Homo juluensis (มนุษย์จู๋ลู่ / มนุษย์หัวโต) อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน​ กะโหลกศีรษะขนาดใหญ่มาก (ประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เซนติเมตร) เปรียบ​เทียบกับ​ Homo sapiens: ในช่วง 200,000 ปีก่อน (เช่น ฟอสซิล Omo I) ปริมาตร​สมอง​ 1,400-1,500 ซีซี
รอยต่อสู่ Dragon Man (Homo longi):
เมื่อไล่เลี่ยมาถึง 150,000 ปีก่อน
Homo longi ปรากฏตัวขึ้นพร้อมลักษณะใบหน้าแบบมนุษย์สมัยใหม่มากขึ้น กลุ่มนี้ถูกจัดเป็น "Sister group" หรือกลุ่มพี่น้องที่ใกล้ชิดกับ Homo sapiens มากที่สุดในยุคนั้น​ Homo longi มีความใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับพวกเรา (Homo sapiens) มากกว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthals)
กลุ่มที่มีสมองใหญ่และซับซ้อนกว่า (Juluensis / Longi / Denisovans) แทนที่เจ้าถิ่นเดิม (Erectus)
โฮโม จูลูเอนซิส (Homo juluensis) เมื่อ​ 300,000​ ปีก่อน​ล่าม้าป่าเป็นกลุ่มเล็กๆ และสร้างเครื่องมือหิน รวมถึงอาจแปรรูปหนังสัตว์เพื่อความอยู่รอด ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 50,000 ปีก่อน— สายพันธุ์มนุษย์ที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ ซึ่งรวมถึงเดนิโซแวน (Denisovans) ที่ลึกลับ และฟอสซิลโฮมินินหลายชิ้นจากทิเบต ไต้หวัน และลาว — อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกตั้งแต่ประมาณ 300,000 ปีที่แล้วถึง 50,000 ปีที่แล้ว
#นฤพนธ์​ ​เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
แผนภาพแสดงแหล่งโบราณสถานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียกลาง พร้อมกับซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบในบริเวณนั้น (เครดิตภาพ: C. Bae และ X. Wu) ภาพนี้ใช้ภายใต้ใบอนุญาต CC BY-NC-ND สำหรับวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์และการศึกษา
ข้อสันนิษฐาน​
โฮโม ลองไก (Homo longi) หรือ​มนุ​ษ​ย์มังกร​
ฟอสซิลกรามล่างจากเซี่ยเหอ (Xiahe)
กรามล่างจากเผิงหู (Penghu 1): พบในช่องแคบไต้หวัน​
และกะโหลกจากตัมงูฮ่าว 2 (Tam Nguu Hao 2): ฟอสซิลฟันที่พบในประเทศ​ลาว ซึ่งช่วยยืนยันการกระจายตัวของสายพันธุ์นี้ลงมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อาจถูกจัดอยู่ในสาย พันธุ์ โฮโมจูลูเอนซิส​ ประเทศ​จีน
#นฤพนธ์​ ​เพ็งอ้น
​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ความแตกต่างทางสรีระ ระหว่างมนุษย์มังกรกับมนุษย์เซเปียนส์​ ในช่วง​ 150,000​ ปีก่อน
Homo longi: มีกะโหลกขนาด ใหญ่ที่สุด ในบรรดามนุษย์ดึกดำบรรพ์ ความจุสมองประมาณ 1,420 ซีซี​ แต่รูปทรงกะโหลกจะ ยาวและแบนกว่า
ปากไม่ยื่นออกมามากเท่ามนุษย์โบราณ
เบ้าตา: มีลักษณะค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีขนาดใหญ่
Homo sapiens: สมองมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่กะโหลกจะมีลักษณะ กลมมน (Globular) และมีหน้าผากที่ตั้งชันกว่า​
Homo longi: ใบหน้ากว้างและใหญ่ มี โหนกคิ้ว (Brow ridge) ที่หนาและยาวเป็นสันต่อเนื่อง
เบ้าตามีลักษณะค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมและมีขนาดใหญ่มาก
Homo sapiens: ใบหน้าเล็กและเรียบกว่า โหนกคิ้วบางลงมากหรือแทบไม่มี และเบ้าตามีลักษณะค่อนข้างกลม
Homo longi: ไม่มี คาง (ลักษณะเด่นของมนุษย์โบราณ) และมีฟันกรามที่ใหญ่มากเพื่อรองรับการบดเคี้ยวอาหารที่เหนียวหรือแข็ง
Homo sapiens: เริ่มมี คาง (Chin) ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีเพียงสายพันธุ์เราเท่านั้น
Homo longi: มีรูปร่างล่ำสัน แข็งแรง และตัวใหญ่กว่า เพื่อปรับตัวให้เข้ากับ อากาศหนาวจัด ในแถบเอเชียตะวันออก
Homo sapiens: ในช่วงนั้นยังมีรูปร่างที่เพรียวกว่า เพื่อช่วยในการระบายความร้อน เนื่องจากยังอาศัยอยู่ในแถบแอฟริกาและตะวันออกกลาง
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
โฆษณา