2 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

'ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน' ตั้งเป้าใหญ่ ‘200 ล้าน’ เตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 แบรนด์ ทำชาใส่ขวดเข้า ‘7-Eleven’

คุยกับ “วิว-พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ” เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ครบ 3 ปี มี 22 สาขาทั่วกรุงเทพฯ มองภาพใหญ่ทำผงชาเจาะตลาด B2B อยากให้ชาเย็นอยู่คู่บ้าน-คาเฟ่ ปีนี้ขยับไปต่างจังหวัด-แตกแบรนด์ใหม่-ทำชาแบบขวดเข้า 7-Eleven ตั้งเป้าใหญ่ดันรายได้สู่ 200 ล้าน
3 ปีที่แล้ว “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ร้านชาเย็นที่เติบโตจากย่านบรรทัดทองถูกพูดถึงจนเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียด้วยชื่อร้านที่สะดุดหู-ง่ายต่อการจดจำ แม้จะยาวเกิน 3-4 พยางค์ผิดจากตำราการตั้งชื่อแบรนด์ที่ต้องสั้น กระชับ จับใจ ทว่า ชื่อยาวความหมายตรงตัวโดยไม่ต้องพลิกกระบวนท่ามากมายส่งให้ร้านชาเย็นแห่งนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ประจวบเหมาะกับจังหวะที่ “มิกซ์ เฉลิมศรี” อินฟลูเอนเซอร์สายกินนำโปรดักต์ “สลัชชี่ชาเย็น” ไปรีวิว ก็ยิ่งทำให้ยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าวเติบโตเกือบ 3 เท่าตัว
จบปีแรกของการปั้นแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท และปีที่ผ่านมาทำเงินไปราว 140 ล้านบาท พร้อมกับการแตกแบรนด์ใหม่ที่ไม่ได้ขายแค่ชาเย็นอีกต่อไป “เข้ม” แบรนด์กาแฟโบราณ โอเลี้ยง และโกโก้ เข้ามาเติมพอร์ตโฟลิโอเพิ่มอีกหนึ่ง โดยปีนี้ “วิว-พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ” เจ้าของและผู้ก่อตั้งฉันจะกินชาเย็นทุกวัน บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า มีแผนแตกแบรนด์เพิ่มอีก 2 แบรนด์ พร้อมกับเป้ารายได้ที่อยากขึ้นไปแตะระดับ “200 ล้านบาท”
ในฐานะแบรนด์หน้าใหม่อายุ 3 ขวบ “วิว” บอกว่า ปีที่ผ่านมาท้าทายมาก ก้าวผ่านยุคตั้งไข่สู่ช่วงที่ต้องพยายามรักษาระดับการเติบโต เริ่มจับทางได้ว่า ต้องทำอะไรบ้าง นอกจากการขยายสาขาจนครบ 22 แห่ง “ฉ้นจะกินชาเย็นทุกวัน” ยังมีโอกาส Collaboration ร่วมกับแบรนด์ดังอื่นๆ อาทิ สก๊อต ซุปไก่สกัดรสชาเย็น ขนมปาร์ตี้ รสชาเย็น ขนมปังชาเย็นร่วมกับ “Bow Bakery” เป็นต้น
มูฟเมนต์ทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” มีผลประกอบการราว 140 ล้านบาท ทำยอดขายเฉลี่ยเดือนละ 100,000 แก้ว รวมทั้งปีทะลุ “1 ล้านแก้ว” นอกจากการขยายสาขาและการตลาดแบบ Collaboration ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ “วิว” เล่าว่า แบรนด์มีโอกาสขยับไปทำธุรกิจรับจัดเลี้ยง หรือ “Catering” รวมถึงโฟกัสการขาย “Raw Material” หรือวัตถุดิบผงชา โดยได้ไอเดียจากการไปคอลแล็บส์ร่วมกับแบรนด์อื่นๆ จนเห็นว่า ผงชามีศักยภาพนำไปต่อยอดได้หลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องชงขายแก้วต่อแก้วหน้าร้านเท่านั้น
1
“วิว” เริ่มจากแตกไลน์ทำ “ชาเย็น 3 in 1” ขายหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ ชิมลางตลาดมาพักหนึ่งก็พบว่า มีศักยภาพไปต่อได้อีก ปีนี้การทำวัตถุดิบขายในรูปแบบ B2B จึงเป็นอีกตลาดที่มุ่งหน้าทำให้สำเร็จ จะได้เห็นกันเต็มๆ ในช่วงไตรมาสที่ 3 การเติบโตของ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ในขวบปีที่ 3 ไม่ได้จำกัดตัวเองในฐานะร้านขายชาเย็นอีกต่อไป “วิว” วางแบรนด์ในฐานะ “Flavour Ownership” ถ้าผู้บริโภคอยากกินชาเย็น ต้องนึกถึงชาเย็นรสชาติแบบฉันจะกินชาเย็นทุกวันเป็นตัวเลือกแรกๆ
หลังจากขยายสาขาไปแล้ว 22 แห่ง รวมทั้งมีโอกาสไปรอบๆ กรุงเทพฯ อย่าง “ชลบุรี” และ “นครปฐม” ปีนี้ฉันจะกินชาเย็นทุกวันขอข้ามไปเปิดตลาดภูมิภาคที่จังหวัดขอนแก่น หมุดหมายการขยายสาขาหลังจากนี้พิจารณาจากเสียงเรียกร้องของลูกค้าเป็นหลัก รวมถึงต้องเป็นโลเคชันที่มีศักยภาพ พื้นที่อาจจะไม่ต้องใหญ่เท่ากับสาขาแรกๆ ไปในไซซ์เล็กลง
หรือบางแห่งเป็น “Cloud Kitchen” ระบุว่า ปีที่ผ่านมายอดสั่งซื้อผ่านเดลิเวอรี่มาแรงมาก มีสัดส่วนกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่องทางการสั่งซื้อทั้งหมด สะท้อนว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป การมาซื้อหน้าร้านไม่เหมือนเดิม
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness #กรุงเทพธุรกิจMarketing
โฆษณา