21 มี.ค. เวลา 01:03 • การเมือง

ข้อเสนอที่ต้องการให้ปฏิเสธ

ทรัมป์เริ่มออกอาการให้คู่ต่อสู้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าอเมริกาไม่สามารถเอาชนะอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ เหมือนเมื่อครั้งในอดีตที่เคยเข้ารุกรานและจัดการกับผู้นำของใครต่อใครในหลายประเทศทั่วโลกมาแล้ว
ล่าสุดก่อนที่จะเข้ารุกรานอิหร่าน ก็ใช้กองกำลังบุกเข้าจับกุมตัวประธานาธิบดีมาดูโรของเวเนซุเอลาพร้อมภรรยา เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๘ โดยการยัดเยียดข้อหากล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้ง และค้ายาเสพติด
อเมริกาหลงตัวเองคิดว่าเป็นตำรวจโลก อาศัยกำลังกองทัพที่เหนือกว่า บวกกับความเห็นแก่ตัวที่สังคมนานาชาติรังเกียจ อยากได้ทรัพยากรของประเทศไหนก็ยัดเยียดข้อกล่าวหาแล้วใช้กำลังเข้าจัดการ โดยไม่สนใจสายตาชาวโลก
การเข้าจัดการกับอิหร่าน ทรัมป์ไม่สามารถทำแบบเดียวกับที่ทำกับเวเนซุเอลาได้ เพราะกระดูกชิ้นโตอย่างอิหร่านแข็งแกร่งกว่าเวเนซุเอลามาก ทั้งเค็ม ขม และเหนียวเคี้ยวยาก เผลอๆอาจติดคอปิดหลอดลมเสียชีวิตได้ จึงใช้วิธีลอบกัด แบบคนขี้ขลาดตาขาว ยิงลูกยาวด้วยขีปนาวุธ เด็ดหัวเสียเลย
มั่นใจเต็มร้อยว่า เมื่อกำจัดเบอร์หนึ่งลงได้แล้ว การเมืองอิหร่านจะระส่ำระสายไม่เป็นกระบวน แล้วค่อยเข้าทุบแค่นี้ก็จบ
แต่ผิดคาดเหตุการณ์กลับตาลปัตร แค่ไม่ทันข้ามวันที่สิ้นคามาเนอี ขีปนาวุธนำวิถีเป็นฝูงก็พุ่งเข้าโจมตีทุกฐานทัพของอเมริกาในประเทศอ่าวอาหรับราวกับฝูงผึ้งหลวง สร้างความเสียหายชนิดที่อเมริกาช็อคตาตั้ง จนต้องเผ่นหนี
แต่ไม่วายยังคุยโวว่าตนเองบรรลุเป้าหมาย ชนะศึกครั้งนี้แน่นอน พร้อมส่งสัญญาณให้อิหร่านเข้ามาเจรจา หากต้องการสงบศึก
เรียกได้ว่าเกทับบลั๊ฟแหลกกันสุดๆ ใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมหลอกชาวโลก เพื่อรักษาหน้าไม่ให้แหกยับไปมากกว่านี้
การออกแถลงการว่าอเมริกาชนะอิหร่านแล้ว เพราะบรรลุเป้าหมายที่สามารถทำลายผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้นั้น แท้ที่จริงเป็นการแก้เกี้ยว กลบเกลื่อนความจริงที่ตนเองกำลังเพลี่ยงพล้ำ เพราะทุ่มอาวุธลงไปเท่าไร อิหร่านไม่ยุบ กลับตอบโต้หนักขึ้นกว่าเดิม ขืนดันทุรังเดินหน้าต่อไป มีแต่พังกับพัง จึงส่งสัญญาณขอเจราจาด้วย
อเมริกาใช้แสนยานุภาพของกองทัพที่เหนือกว่าเป็นอาวุธ แต่อิหร่านใช้น้ำมันดิบเป็นอาวุธกดดันทางอ้อมด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จำกัดปริมาณพลังงานที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจโลก เป็นบูมเมอแรงย้อนกลับไปทำลายเศรษฐกิจของอเมริกาเอง รวมถึงแนวร่วมพันธมิตรของอเมริกาทั่วโลกให้เดือดร้อนจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ขืนปล่อยให้ยืดเยื้อลากยาวออกไป เศรษฐกิจจะยิ่งแย่ลง จนสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
อิหร่านเคยถูกอเมริการุกรานมาก่อน จึงใช้อดีตมาเป็นบทเรียน ซุ่มพัฒนาอาวุธ ผลิตสะสมเอาไว้สำหรับการนี้โดยเฉพาะ มั่นใจว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งข้างหน้าจะต้องถูกข่มเขงรังแกอีกแน่นอน
วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด ก็เกิดขึ้นมาจริงๆ อิหร่านต้องสังเวยชีวิตผู้นำสูงสุดพร้อมทีมหัวหน้าผู้บริหารประเทศกว่า ๔๐ คน และนักเรียนหญิงระดับประถมทั้งโรงเรียนอีกเกือบ ๒๐๐ ชีวิต ที่ต้องตกเป็นเหยื่อการรุกรานครั้งนี้
การตั้งใจสังหารเด็กนักเรียน สร้างความด่างพร้อยให้กับทรัมป์ไปทั่วโลก แต่หลายประเทศยังสงวนท่าทีไม่กล้าประณามอเมริกาคตรงๆ แม้แต่สหประชาชาติก็ยังเกรงใจ
แต่สำหรับประชาชนชาวอิหร่านแล้ว กลับสามัคคีกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว ต่อสู้เพื่อรักษาอธิปไตยของตนเอง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตอย่างคามเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเป็นตัวอย่างก็ตาม
เมื่ออเมริกาส่งสัญญาณว่าต้องการถอย ประธานาธิบดีอิหร่านจึงยื่นข้อเสนอ ๓ ข้อให้อเมริกาไปพิจารณา
ข้อหนึ่ง อเมริกาต้องยอมรับเสรีภาพของอิหร่าน
ข้อสอง อเมริกาและอิสราเอลต้องร่วมกันชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามตามที่อิหร่านเรียกร้อง
และข้อสาม นานาชาติต้องลงนามเป็นหลักประกัน รับรองว่าจะไม่รุกรานอิหร่านอย่างที่ผ่านมาอีก
สรุปง่ายๆ ว่าหากต้องรับข้อเสนอดังกล่าว แสดงว่าอเมริกายอมแพ้ ซึ่งในทางปฏิบัติประเทศมหาอำนาจหน้าใหญ่อย่างอเมริกาไม่มีทางยอมทำตาม
ก็เข้าทางอิหร่านที่จะกดดันทั้งอเมริกาและอิสราเอล ให้อ่อนแรงและต้องจนตรอก ประชาคมโลกจะประณาม ในฐานะที่เป็นคนก่อปัญหาให้คนทั้งโลกต้องเดือดร้อนด้วยราคาพลังงานที่แพงขึ้น
อิหร่านกดดันอเมริกาด้วยการประกาศว่าจะยอมเปิดทางให้เรือขนส่งน้ำมันของประเทศพันธมิตรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากซื้อน้ำมันด้วยเงินหยวนของจีน
ระบบเปโตรดอลล่าร์ ที่เคยผูกขาดการซื้อขายน้ำมันจะสิ้นสุดลง เท่ากับลดอำนาจสกุลเงินดอลลาร์ของอเมริกาไปโดยปริยาย ต่อไปทั่วโลกจะเปลี่ยนไปซื้อขายกันด้วยสกุลเงินท้องถิ่น อย่างที่กลุ่ม BRICS เริ่มใช้เงินสกุลใหม่เพื่อทดแทนดอลลาร์ ในอนาคต
กลุ่มประเทศลูกไล่ที่ก่อนนี้ยอมให้อเมริกาตั้งฐานทัพเพื่อคุ้มหัว ก็จะหมดความเชื่อถือต้องมองหาที่พึ่งใหม่ อย่างรัสเซียและจีน ที่จะขึ้นมามีบทบาทเป็นชาติมหาอำนาจแทนที่เอเมริกาในอีกไม่นาน
ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนตลอดกาล ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เป็นความจริงแท้
อิหร่านประเทศที่ยึดถือคัมภีร์อัลกุรอานเป็นทั้งศาสนาและธรรมนูญปกครอง เพื่อความสันติสุขของประชานชน คงเห็นว่าการรุกรานของศัตรูอย่างอเมริกาและอิสราเอล เป็นความเลวร้ายที่ยอมรับไม่ได้ ต้องแตกหักต่อสู้ให้รู้แพ้รู้ชนะ
จึงได้ยื่นข้อเสนอที่ศัตรูไม่อาจยอมรับได้ เพื่อให้เขาปฏิเสธนั่นเอง
โดย.. พี่ชื่อวิช
โฆษณา