4 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าว

เพราะทรัมป์หรือ ที่ทำให้เราไม่มีน้ำมัน?

แอบส่องสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนทั่วโลก??
Talk of the town ในบ้านเราตอนนี้ คือการตื่นแต่เช้ามืดมาเช็คว่าปั๊มไหนมีน้ำมัน เพื่อที่เราจะได้ขับรถไปต่อคิวเติมแต่เช้าตรู่ จนกลายเป็นคำทักทายเวลาเจอหน้ากันว่า "วันนี้คุณเติมน้ำมันแล้วหรือยัง?"
1
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และความตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อผู้คนได้ทั่วทุกมุมโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม
และในบ้านเราที่นอกจากจะได้เห็นบรรยากาศรถต่อคิวรอเติมน้ำมันหน้าปั๊มยาวเป็นกิโล อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ยังต้องเตรียมใจรับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจ ที่ก็จะแรงไม่แพงกัน ทั้งจากภาคการเกษตร ขนส่ง และท่องเที่ยวที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศ ที่ตอนนี้ผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่ง กำลังเจอปัญหายอดจอง "ลด" "เลื่อน" หรือไม่ก็ "ยกเลิก" ไปเลย
อันเนื่องจากน้ำมันขาดปั๊ม ทำนักท่องเที่ยวลังเลที่จะเดินทางออกไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆ เพราะกลัวจะติดดอยแล้วไม่มีน้ำมันเติมตอนขากลับ อีกทั้งค่าตั๋วเครื่องบินที่ขยับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน เมื่อค่าเดินทางสูงขึ้น ย่อมมีผลกับแผนการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ด้วยความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำสายการบินต่างชาติยกเลิกเที่ยวบินแล้วกว่า 1,000 เที่ยวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งประเทศในตะวันออกกลางถือเป็นฮับการบินที่สำคัญในการต่อเครื่องจากยุโรปมายังเอเชีย เมื่อฮับตะวันออกกลางโดน Disrupted ด้วยสถานการณ์สงครามที่คาดเดาไม่ได้ บวกกับราคาเที่ยวบินระยะยาวก็จะเพิ่มสูงขึ้นมาก ก็ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปลดลงตามไปด้วย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางอาจดำเนินต่อเนื่องนานเกิน 2 เดือน ไทยอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวมากถึงเกือบ 6 แสนคน คิดเป็นรายได้ที่หายไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท
และไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ที่เจอพิษจากวิกฤติพลังงานในตอนนี้
ที่ออสเตรเลีย กำลังเจอปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่แพ้กัน ซึ่งใครจะเชื่อว่าจะได้เห็นฝรั่งออสซี่ขับรถออกไปต่อคิวเติมน้ำมันจนหมดปั๊ม และ ซื้ออาหารไปกักตุนจนชั้นวางสินค้าโล่งเตียน หลังจากที่ชาวออสซี่ได้รู้ความจริงว่า รัฐบาลของเขามีคลังน้ำมันสำรองไว้แค่ 1 เดือนเท่านั้น
ทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวในกลุ่มสมาชิกองค์กรพลังงานระหว่างประเทศที่ไม่ทำตามข้อตกลงของกลุ่ม ที่กำหนดว่าต้องสำรองน้ำมันดิบในประเทศให้ได้อย่างน้อย 90 วัน แต่กลายเป็นว่า ออสเตรเลียมีคลังน้ำมันดีเซล และ เชื้อเพลิงการบินเพียง 30 วันเท่านั้น
อีกทั้ง 2 ใน 3 ของปุ๋ยเคมีนำเข้าของออสเตรเลีย มาจากประเทศในตะวันออกกลาง ทำให้ภาคการเกษตรในออสเตรเลียเจอ 2 เด้ง ทั้งราคาน้ำมัน และ ราคาปุ๋ย จึงไม่แปลกใจที่ชาวออสซี่ จะแตกตื่นออกไปเติมน้ำมัน กักตุนอาหารขนานใหญ่ แม้รัฐบาลออสเตรเลียจะออกมาบอกว่าให้ประชาชนใจเย็นๆ และให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลเอาอยู่ก็ตาม
อินเดีย ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก กว่า 1.46 พันล้านคน และยังเป็นประเทศที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวมากเป็นอันดับ 2 ของโลก และเกือบ 90% ของ LPG นำเข้าของอินเดียต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกบีบคอ คนอินเดียก็เริ่มหายใจไม่ออกแล้วจ่ะ นายจ๋า ภาพที่เห็นในวันนี้คือชาวอินเดียหิ้วถังแก๊ซมารอต่อคิวกันข้ามวัน มีการกักตุนถังแก๊ซ และขายต่อกันในราคามหาโหด ชาวบ้านอินเดียเลยต้องหันกลับไปใช้เชื้อเพลิงรุ่นโบราณอย่างฟืน และ ถ่านขี้วัวแทน
ส่วนภัตตาคาร ร้านอาหาร หลายร้านในอินเดีย จำเป็นต้องถอดเมนู ที่ต้องต้ม เคี่ยว นานๆ หรือใช้ความร้อนสูงๆออกไปเพื่อประหยัดแก๊ซ หรือไม่ก็ต้องขึ้นค่าอาหาร อย่างมาซาลา โดซา อาหารเช้าพื้นถิ่นที่ใครๆก็กินได้ในราคา 45 รูปี มาในวันนี้ต้องจ่ายกันถึงหลักร้อยรูปีแล้วในบางพื้นที่
ญี่ปุ่น ประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันมากกว่า 90% และ 2 ใน 3 ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็เลยทำให้ราคาน้ำมันในญี่ปุ่นพุ่งเป็นประวัติการณ์ถึง 190.9 เยน/ลิตร (39.25 บาท/ลิตร) ทุบสถิติราคาน้ำมันสูงสุดของญี่ปุ่นในรอบหลายปี
ราคาแพงไม่ว่า แถมขาดอีกหาก ทำให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งในญี่ปุ่นไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ บางปั๊มถึงขั้นเอาป้ายมาติดประชดไว้ว่า "ขอประทานโทษ ปั๊มเราน้ำมันหมด เพราะทรัมป์" กันเลยทีเดียว
การขาดแคลนน้ำมันในตลาดทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องปล่อยน้ำมันสำรองกว่า 80 ล้านบาร์เรลออกมาใช้ หลายโรงงานต้องปรับเวลาการทำงาน อาทิ Yamayoshi Seika บริษัทผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ ประกาศระงับการผลิตสินค้าหลายรายการ รวมถึง มันฝรั่งทอดรสเนื้อ-วาซาบิ ที่เป็นสินค้าเรือธงของบริษัทชั่วคราว เนื่องจากต้นทุนน้ำมันสูงเกินไป
ทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เดินทางไปพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงทำเนียบขาว ด้วยความหวังที่จะเจรจาขอซื้อน้ำมันจากแหล่งน้ำมันอลาสก้า ของสหรัฐเพิ่ม แต่เจอทรัมป์ยิงมุก "เพิร์ลฮาร์เบอร์แบบไม่แจ้งล่วงหน้า" เข้าไป ถึงกับหน้าเสีย แล้วฉันจะหวังพึ่งเขาได้ไหมเนี่ย😑
และน่ากลัวว่าผลกระทบที่ชิ่งไปเป็นวงกว้างนี้ จะยังมีผลอยู่แม้สงครามในอิหร่านจะสงบแล้ว (ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่มนุษย์แค่คนเดียว จะสร้างผล
กระทบทั่วโลกได้มากถึงขนาดนี้
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา