Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนไว้ให้เธอ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
23 มี.ค. เวลา 06:28 • ความคิดเห็น
My G.O.A.T
หนังสือเล่มใหม่ของเพจวิเคราะห์บอลจริงจัง เพจที่เขียนเรื่องกีฬาได้ดีที่สุดในสายตาของผม ชื่อหนังสือคือ “G.O.A.T” ที่รวมเรื่องราวของสุดยอดนักกีฬาที่โลกเคยมีมาในประเภทต่างๆ G.O.A.T นั้นย่อมาจาก Greatest of All time ผมนี่รีบสั่งวันแรกๆที่เพจประกาศเลย เพราะมั่นใจว่าสนุกแน่ ยิ่งเป็นพวกบ้ากีฬาแบบผมด้วย คือเล่มแรกที่รอคอยเลย เพราะได้อ่านเรื่องแบบละเอียดของสุดยอดนักกีฬา ตั้งแต่ ไทเกอร์ โอตานิ อาลี อากัสซี่ เบรดี้ ฯลฯ
แต่พอเห็นชื่อหนังสือแล้วใจก็คิดเรื่อยเปื่อย ผมก็เลยมานึกถึง G.O.A.T ในวงการการทำงานที่ผมเคยผ่านมา นึกเร็วๆก็นึกออกแค่ไม่กี่คน แต่คนแรกสุดที่ผมนึกถึง จำภาพที่แอบมองอยู่ไกลๆตอนเป็นพนักงานตัวเล็กๆ ในงานแรกที่ผมทำ และเป็น G.O.A.T ของวงการจริงๆในตอนนั้นจวบจนตอนนี้
ก็คือ พี่เตา บรรยง พงษ์พานิช แห่งภัทรธนกิจ…
ผมเจอพี่เตาครั้งแรกโดยที่พี่เตาคงไม่รู้ว่าเจอผม เพราะผมเป็นเด็กปลายแถว นั่งอยู่ไกลอีกขอบของที่ประชุมในฐานะเด็ก ที่เพิ่งเริ่มงานสายวาณิชธนกิจที่ตามผู้ใหญ่ไปประชุม วันนั้นพี่ๆเจ้านายผมที่บริษัทบอกว่าพี่เตาจะเข้าประชุมด้วยความตื่นเต้น เพราะพี่เตาในยุคสมัยนั้นคือระดับ G.O.A.T ของวงการ IB ตั้งแต่ผมเริ่มงานก็ได้ยินแต่ชื่อพี่เตา ได้ยินกิตติศัพท์ในความเก่ง ความเป็นลูกพี่ใหญ่ในวงการ
วันนั้นผมก็ได้แต่มองห่างๆ ฟังพี่เตาพูดอยู่ไกลๆ จำอะไรไม่ได้เลย จำได้แต่พี่เตานั่งหัวโต๊ะ และผมก็ดูพี่เตาเหมือนดูดารา..
บริษัทที่พี่เตาเป็นหัวเรือใหญ่นั้นคือภัทรธนกิจ เพื่อนฝูงในวัยเดียวกันกับผมก็ไปเป็นลูกน้องพี่เตาหลายคน คนที่อยู่บริษัทนี้เก่งมากๆ ทุกคนที่เจอ เหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจลาออกจากอาชีพ IB แล้วเข้าดีแทคก็เพราะผมไปทำเคสร่วมกับทีมงานพี่เตา แล้วไปเจอพวกรุ่นราวคราวเดียวกันที่ทำงานหนักมาตอนกลางวันแล้วนอนอ่านหนังสือเพื่อสอบ CFA ถึงตีหนึ่ง
ผมคิดดูแล้วว่าอยู่ไปก็คงไม่รุ่ง สู้พวกภัทรไม่ได้แน่ๆ ก็เลยออกไปอยู่ดีแทค… อาชีพการงานที่ผมมีวันนี้ก็เพราะพี่เตาโดยทางอ้อมอยู่เหมือนกัน
ผ่านมาสามสิบปี ภัทรก็ยังเป็นบริษัทที่มีแต่คนเก่งเต็มไปหมดเหมือนเดิม คนเก่งรุ่นเก่าก็ยังอยู่ น้องๆ รุ่นใหม่ก็มีแต่คนอยากเข้าไปภัทร ผมเคยถามพี่เตาถึงเคล็ดวิชาที่ทำให้บริษัทมีแต่คนเก่งและยืนระยะได้ขนาดนี้ พี่เตาก็ตอบว่า คนเก่งนั้นจะทำงานได้เต็มที่แล้วอยู่กับองค์กรได้นานๆ ต้องให้เขา 5 อย่าง ต้องได้เรียนรู้ ได้ทำ ได้เงิน (ตามสมควร) ได้มันส์ และได้ภูมิใจ ซึ่งผมก็แอบครูพักลักจำมาตรวจสอบตัวเองหลังจากได้ยิน
ผมโชคดีที่เริ่มมาได้ใกล้ชิดพี่เตามากขึ้นเพราะเจ้านายเก่าผม อากู๋ คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมแห่งแกรมมี่ ตั้งก๊วนกินข้าวประจำเดือนขึ้นมา ก๊วนกินข้าวเล็กๆ นี้หลักๆ ก็มีพี่อรุณ พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ เอ๋ นิ้วกลม เจ๋อ ภาวิชและก็ผม ผมก็เลยได้มีโอกาสเลื่อนชั้นจากนั่งไกลลิบเป็นมานั่งข้างๆ พี่เตาบ้าง นั่งตรงข้ามบ้าง หนักไปกว่านั้นก็เลยเรียนชวนพี่เตาไปเป็นสมาชิกที่ HOW Club พี่เตาก็กรุณามาบรรยายให้บ่อยครั้ง
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ทำให้ผมได้รู้จักพี่เตามากขึ้นมาก และก็ได้ดูดวิชา วิธีคิดและที่สำคัญได้เข้าใจหลักการในชีวิตของพี่เตามากขึ้นมาก
การที่มีโอกาสเกาะโต๊ะฟังพี่เตานั้นได้เรื่องอะไรบ้าง เอาตั้งแต่การบริหารวิกฤต เมื่อถึงเวลาเป็นหมาก็ต้องเป็นหมา เรื่องสภาพการแข่งขันของประเทศ เรื่องราวในอดีต ประวัติศาสตร์ เรื่องตลาดทุนไทย เรื่องการบริหารคน จนไปถึงเรื่อง stem cell … ล่าสุดก็เพิ่งได้เรื่อง ยนิโสมนสิการ จนผมต้องไปซื้อหนังสือพุทธธรรมตามที่พี่เตาบอก ทำไปทำมา ผมกลายเป็นแฟนคลับพี่เตาเอาขนาดนั้น ในมุมความรู้นี่พี่เตาคือพหูสูตจริงๆ
แต่ที่ผมประทับใจที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องความรู้และเรื่องราวต่างๆที่พี่เตาเล่า แต่พอได้พบเจอ ได้เห็นสิ่งที่พี่เตาทำและหลายครั้งก็เขียนโดยไม่กลัวเกรงใดๆ ผสมกับได้ฟังเหตุและผลที่พี่เตาเล่าบนโต๊ะอาหาร ก็รู้เลยว่าพี่เตามีความปรารถนาที่ใหญ่กว่าตัวเองมาก พี่เตาอยากทำให้ประเทศดีขึ้น โดยไม่ใช่แค่พูด มีทั้งเขียนแผน
1
เอาตัวเองไปอยู่ในบริบทที่ตัวเองก็ไม่ชอบ สร้างศัตรูไว้ก็มากเหมือนที่พี่เตาชอบใช้คำว่า ไม่สู้ก็สิ้นชาติ สู้ไปก็สิ้นพวก เวลาทำเรื่องต่อต้านคอร์รับชั่น แต่พี่เตาก็ไม่กลัว ทำอะไรได้ก็ทำ ใครเชิญไปไหนถ้ามีประโยชน์ก็ไป เคารพในความต่าง เชื่อในสิ่งที่คิดและทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ควักสตางค์ตัวเองเพื่อทำแผนให้ผู้มีอำนาจก็ควักมาแล้ว ….
ยิ่งอายุเยอะก็ดูเหมือนยิ่งไม่กลัวหนักเข้าไปอีก เป็นความชื่นชมที่ผมแอบนิยมอยู่ในใจเสมอ
ท้ายที่สุด พวกเพื่อนๆ ผมที่เป็นลูกน้องที่เตาชอบมาอวดในสมัยก่อนว่าพี่เตาส่วนตัวแล้วใจดีมากๆ เอ็นดูและเมตตาลูกน้องเหมือนลูก อาจจะเป็นเพราะพี่เตาไม่มีลูกก็ได้ เพื่อนผมมันชอบอวดว่าพี่เตามักจะพาเด็กๆ ไปดูบอลต่างประเทศแพงๆ ควักเงินส่วนตัวให้หมด และดูแลเรื่องอื่นด้วยความใส่ใจเหมือนพ่อเหมือนพี่
พอผมได้มาเจอพี่เตา ได้มีโอกาสรู้จักก็รู้เลยว่า นอกจากความรู้ที่พี่เตามีระดับพหูสูต หลักการที่พี่เตายึดดั่งหินผาแล้ว ความเมตตาให้กับน้องๆก็กว้างดั่งทะเลเช่นกัน แค่ผมรู้จักพี่เตาระดับชายขอบ เรียนชวนพี่เตามาบรรยาย พี่เตาไม่เคยปฏิเสธ ขอความช่วยเหลือพี่เตา พี่เตาก็เต็มที่ ว่างๆพี่เตาก็ถามถึง มาเม้นในเพจผมให้ชื่นใจและรู้ถึงความเมตตาที่มีให้เสมอ
พี่เตากำลังจะมีหนังสือของตัวเอง 4 เล่มตั้งแต่ประวัติ หลักการบริหาร ตลาดทุน และการปฏิรูปประเทศ ผมได้แอบเห็นเนื้อหาบางส่วนแล้วต้องบอกเลยว่าระดับต้องติดตามอย่างระทึกในดวงหทัยพลัน มากไปกว่านั้น พี่เตาติดต่อผมขอให้เขียนคำนำของเล่มที่สอง ผมนี่ถึงกับขนลุกและรู้สึกเป็นเกียรติกับตัวเองขั้นสูงสุดที่ผู้ใหญ่เมตตา เชื่อใจ และนึกถึงในระดับที่เขียนคำนำให้
ตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอพี่เตาจนวันนี้ที่ได้เป็นมิตรรุ่นเยาว์ พี่เตาก็เป็น G.O.A.T ของผมเสมอ
เพียงแต่ความหมาย Greatest of all time นั้นมันขยายไปมากกว่าวันแรกที่เป็นแค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องหลักการในชีวิตและเรื่องความเมตตาผนวกไปพร้อมกัน…..
บันทึก
12
1
12
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย