6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

สงครามทำของแพงทั่วโลก ผู้ผลิตจีนแห่ ‘ขึ้นราคาของ’ ตั้งแต่ของเล่นถึงอุปกรณ์แพทย์

แรงกระเพื่อมจากสงครามอิหร่าน เริ่มลามจาก ‘น้ำมัน’ สู่ ‘ราคาสินค้าโลก’ เมื่อผู้ส่งออกจีนทยอยขึ้นราคาสินค้า ‘ตั้งแต่หลักหน่วยต้น ๆ ไปจนถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์’ หลังต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งพุ่งขึ้นพร้อมกัน
ในผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ส่งผลให้ผู้ส่งออกจีนบางรายเริ่ม “ขึ้นราคา” สินค้า ตั้งแต่ของเล่น กางเกงโยคะ ไปจนถึงสายสวนทางการแพทย์ หลังภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและการผลิตพุ่งสูงขึ้น
เหล่าผู้ส่งออกจีน ตั้งแต่ผู้ขายออนไลน์ไปจนถึงซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่ส่งสินค้าให้ลูกค้าในสหรัฐและยุโรป เริ่มทยอยปรับราคาขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการ 5 รายที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า ราคาที่ปรับขึ้น อยู่ในช่วง “หลักหน่วยต้น ๆ ไปจนถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์”
ผาง หลิง ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทผลิตสายสวนทางการแพทย์ในเซี่ยงไฮ้เปิดเผยว่า เธอใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาโทรหาลูกค้าส่วนใหญ่ในสหรัฐ เพื่อเร่งให้ “ล็อกคำสั่งซื้อ” ก่อนราคาจะปรับขึ้น โดยบริษัทมีแผน “ขึ้นราคา 6%” ในสัปดาห์หน้า เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ลูกค้าบางรายรีบสั่งซื้ออย่างเร่งด่วน ขณะที่บางรายยังคงสั่งซื้อในจังหวะปกติ
“ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขึ้นราคา นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานของฉัน” ผางในวัย 36 ปีกล่าว “เป็นทางเลือกสุดท้าย และเราก็ต้องระวังตลอดว่า ลูกค้าอาจหันไปหาคู่แข่ง”
การปรับขึ้นราคาที่เกิดขึ้นไม่บ่อยเช่นนี้ เป็นสัญญาณแรก ๆ ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงจากภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง เริ่มส่งผ่านไปสู่ “เงินเฟ้อผู้บริโภค” แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกยังต้องรับมือกับความผันผวนที่ทำให้วางแผนการผลิตและตั้งราคาล่วงหน้าได้ยาก
ไม่เพียงเท่านั้น แรงกระแทกด้านพลังงานจากสงคราม ยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นราคามาตรฐานโลก เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% นับตั้งแต่เริ่มการโจมตีปลายเดือนกุมภาพันธ์ วัตถุดิบที่อิงราคาน้ำมัน เช่น เส้นใยโพลีเอสเตอร์ อะคริลิก และพลาสติกอย่างโพลียูรีเทนที่ใช้ในสายสวน “พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 50%” ในสัปดาห์แรกของสงคราม แม้ราคาจะเริ่มลดลงบ้าง แต่ยังคงสูงกว่าก่อนสงครามมากกว่า 10%
กัว เฟิง เจ้าของโรงงานเสื้อผ้าในกว่างโจวที่ผลิตสินค้าให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์ในสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาปรับราคาสินค้า “ขึ้นเกือบ 20%” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ใช้โพลีเอสเตอร์สูง เช่น ชุดโยคะ หลังจากซัพพลายเออร์เคยปรับราคาขึ้นกว่า 30% ก่อนจะทรงตัวที่ระดับสูงกว่าช่วงปลายกุมภาพันธ์ราว 10-20%
เขามองว่าการผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าเป็น “เรื่องสมเหตุสมผล” เพราะราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง
ต้นทุนขนส่ง ก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ “ค่าระวางเรือปรับขึ้นแรงที่สุด” นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ตามข้อมูลจากผู้ส่งออกและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ อัตราค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตั้งแต่หลักสิบเปอร์เซ็นต์ไปจนถึง 30% และบางเส้นทางสูงถึง 50%
อ่านต่อที่:
โฆษณา