26 มี.ค. เวลา 08:28 • สัตว์เลี้ยง
นนทบุรี

🐰 กระต่ายสายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf)

กระต่ายสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด น้ำหนักเบาที่สุดและหวงตัวที่สุด แน่นอนว่าหลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับกระต่ายน้อยหูตั้ง หน้ากลมอ้วน แต่อุ้มยาก วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกระต่ายสายพันธุ์นี้กัน
เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf)
จากข้อมูลหนังสือของ Bob D. Whitman เรื่อง "Domestic Rabbits & their Histories” บอกถึงประวัติของกระต่ายสายพันธุ์นี้ไว้ว่า ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วงศตวรรษที่ 20 กระต่ายสายพันธุ์นี้ได้ถูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างกระต่ายสายพันธุ์ Polish [โปลิช] และ สายพันธุ์ Hermelin [เฮอร์เมลิน] จนให้กำเนิดลูกกระต่ายสีขาวล้วนตาฟ้าหรือตาสีทับทิม [Ruby-Eyed White] แต่กว่าจะได้กระต่ายที่มีขนาดเล็กและตาสีฟ้านี้ ต้องผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์อยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ได้ถูกหยุดการพัฒนาสายพันธุ์นี้ไปในช่วงต้นของสงครามโลกครั้ง 2
ในปี 1949 ได้มีผู้เพาะพันธุ์กระต่ายชาวอังกฤษ จอยซ์ เทย์เลอร์ ได้รับกระต่ายดวาร์ฟ รวม 9 ตัว เพื่อนำมาพัฒนาสายพันธุ์อีกครั้ง จนในที่สุดก็ได้ร่วมก่อตั้งชมรมกระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวาร์ฟที่สหราชอาณาจักรอังกฤษภายในปีเดียวกัน
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ผ่านพ้นไป การพัฒนาสายพันธุ์ของกระต่ายได้กลับมาดำเนินการต่อจากผู้เพาะพันธุ์ชาวอังกฤษ จนมาถึงอเมริกาเหนือในปี 1965 โดยผู้เพาะพันธุ์กระต่ายชาวอเมริกัน 2 คน ได้พยายามพัฒนาสายพันธุ์จนได้รับการยอมรับจากทางสมาคมผู้เพาะพันธุ์กระต่ายแห่งอเมริกา (ARBA) อย่างเป็นทางการในการประชุมประจำปี 1969 ได้สำเร็จ
เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf)
กระต่ายสายพันธุ์นี้ นอกจากจะถูกเรียกชื่อจนคุ้นหูกันดีว่า “กระต่ายแคระ” แล้ว ในทางข้อมูลจากการพัฒนาสายพันธุ์กระต่ายได้ถูกระบุไว้ชัดเจนว่า กระต่ายสายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf) ได้รับขนานนามหรือฉายาว่าเป็น “อัญมณีแห่งกระต่ายสวยงาม” หรือ Gem of the Fancy อีกด้วย
และด้วยความน่ารักและเป็นที่นิยมกันมากในแถบยุโรป สำหรับสมาคมสมาชิกคนรักกระต่ายแห่งประเทศไทย จึงได้นำเข้ากระต่ายสายพันธุ์นี้ในคุณภาพระดับประกวดจากสหรัฐอเมริกาเข้ามายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งกลุ่มสีแรกที่นำเข้ามายังประเทศไทยจะเป็นกลุ่มสีขาวตาฟ้า สีดำสร้อยทอง สีฮิมาลายัน รวมถึงสีหายากอย่างเช่นสีวิเชียรมาศ และจากการนำเข้าครั้งนั้น ทำให้เกิดการขยายพันธุ์อย่างแพร่หลายในท้องตลาดและฟาร์มต่างๆ ทำให้กระต่ายสายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf) กลายเป็นที่รู้จักและคุ้นตากันเป็นอย่างดี
จากรูปร่างที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด โครงสร้างของกระต่ายสายพันธุ์นี้จะมีขนาดที่จำกัด ด้วยภาพรวมที่ดูอ้วนกลม ขาสั้น ใบหูสั้นตั้งตรงมีความยาวไม่เกิน 2.5 นิ้ว และมีน้ำหนักตัวเมื่อโตเต็มวัยแล้วจะอยู่ระหว่าง 0.9 – 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น และด้วยขนาดทางกายภาพนี้เอง ทำให้กระต่ายสายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก
แต่หากพูดถึงนิสัยของกระต่ายสายพันธุ์นี้ มักจะมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของนิสัยส่วนตัว แต่!!! โดยรวมแล้ว มักจะมีความคล้ายกันด้วยพันธุกรรมทางสายพันธุ์ ซึ่งจากที่เลี้ยงกระต่ายสายพันธุ์นี้มา พบว่านิสัยส่วนตัวมักจะมีความรักสันโดษ ชอบความเป็นส่วนตัว และบางตัวถึงกับไม่ให้โดนตัวหรือไม่ต้องการให้อุ้ม ซึ่งไม่ได้พบในกระต่ายทุกตัว แต่ย้ำว่าเป็นเพียงบางตัวเท่านั้น
โครงสร้างกายภาพที่มีขนาดเล็ก
กระต่ายแต่ละสายพันธุ์นอกจากจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แล้ว ยังมีความแตกต่างในเรื่องของโครงสร้างทางร่างกายภายใน ด้วยกระต่ายสายพันธุ์นี้มีขนาดเล็กทำให้ระบบทางเดินอาหารหรือแม้แต่ระบบทางเดินหายใจที่มีระยะสั้น มักจะเกิดการอุดตันได้ง่าย ดังนั้นโรคที่มักเกิดกับกระต่ายสายพันธุ์นี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ดังนั้นสิ่งที่ควรต้องระวังเป็นพิเศษแนะนำให้ดูแลในเรื่องของฝุ่นจากหญ้าแห้งที่เป็นอาหารหลักของกระต่าย ซึ่งการกินหญ้าแห้งที่มีฝุ่นมาก มักเป็นสาเหตุแรกๆ
ด้วยรูปร่างที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ดูมีน้ำหนักตัวเบา ผู้คนมักนิยมหามาไว้ในครอบครอง เพราะเชื่อว่าเป็นกระต่ายที่ดูแลไม่ยาก กินอาหารในปริมาณที่น้อย และไม่กระทบกับค่าใช้จ่ายมากมายเท่าไหร่ .... จากประสบการณ์การเลี้ยงกระต่ายมาหลายสายพันธุ์ ถ้ามองแต่เฉพาะอาหารของกระต่ายที่มีขนาดตัวเล็ก ก็เป็นความจริงตามที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ คือไม่เปลืองหญ้าไม่เปลืองน้ำ ไม่เปลืองอาหารเม็ดเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะว่า การดูแลชีวิตหนึ่งชีวิต เราดูแลให้ดีในระดับที่กินอิ่มนอนสบาย ไม่ทำให้กระต่ายเกิดความเครียดด้วยนะ
🐰 รู้จักสายพันธุ์กระต่ายทั่วโลกแบบเข้าใจง่าย
🐰 ติดตามความน่ารักของพวกเราได้ที่
โฆษณา