25 มี.ค. เวลา 04:02 • ข่าวรอบโลก

เรือไทยผ่านฮอร์มุซได้แล้ว อิหร่านย้ำไม่ลืมมิตรภาพ

​สรุปสถานการณ์: กรณีเรือไทยในช่องแคบฮอร์มุซและมาตรการช่วยเหลือ
​เหตุการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยชื่อ "มยุรีนารี" ด้วยขีปนาวุธต่อต้านเรือจำนวน 2 ลูก
ขณะที่เรือกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ส่วนท้ายเรือและห้องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนเกิดเพลิงไหม้ เหตุการณ์นี้ทำให้ลูกเรือชาวไทย 20 คนจากทั้งหมด 23 คน ตัดสินใจสละเรือและได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมานได้อย่างปลอดภัย
​อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกยังมีลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ติดค้างอยู่บนเรือ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่า สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงเทพฯ
ได้ประสานงานร่วมกับรัฐบาลไทยและรัฐสุลต่านโอมาน จนสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวเรือมยุรีนารีและพบลูกเรือทั้ง 3 คนแล้ว แม้ในขณะที่รายงานจะยังไม่มีการยืนยันสถานะที่แน่ชัดของลูกเรือกลุ่มนี้ แต่ทุกฝ่ายต่างมีความหวังและรอคอยการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางอิหร่านและโอมานต่อไป
​ในด้านจุดยืนของไทยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งนี้ นายสีหศักดิ์ระบุว่า รัฐบาลไทยมีความกังวลต่อความผันผวนที่เกิดขึ้น และพยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจาทางการทูต เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงหรือการเสริมกำลังทหารที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย เนื่องจากผลกระทบของความขัดแย้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในภูมิภาค
แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย
​ทางฟากฝั่งของความคิดเห็นในโลกออนไลน์ ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ต่างแสดงความโลดใจที่ทางการอิหร่านอนุญาตให้เรือไทยลำอื่นสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา พร้อมทั้งชื่นชมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและอิหร่านที่ช่วยให้การประสานงานช่วยเหลือเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง และต้องการเห็นสันติภาพเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน
​บทสรุปทางการทูต: ทางออกของเรือไทยในวิกฤตการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
​จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินเรือพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการประสานงานกับรัฐบาลอิหร่าน โดยระบุว่าไทยได้ชี้แจงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อเอกอัครราชทูตอิหร่านว่า
ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสงครามครั้งนี้ จึงขอความร่วมมือให้ทางอิหร่านช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับเรือสัญชาติไทยที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
​ในการดำเนินงานเชิงรุก กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งรายชื่อเรือไทยที่ต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวให้แก่ทางการอิหร่านพิจารณา
ซึ่งล่าสุดได้รับข่าวดีว่าเรือของบริษัท บางจาก สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยและกำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย ขณะที่เรือของบริษัท SCG Chemicals อีกหนึ่งลำ ก็อยู่ในขั้นตอนการประสานงานเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัยในระดับเดียวกัน ถือเป็นความสำเร็จเบื้องต้นของการใช้ช่องทางทางการทูตเพื่อลดความเสี่ยงแก่ภาคเศรษฐกิจไทย
​อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่รัฐบาลไทยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดคือชะตากรรมของ ลูกเรือไทย 3 คน บนเรือ "มยุรีนารี" ที่ถูกโจมตีก่อนหน้านี้ แม้ปัจจุบันจะมีการประสานงานร่วมกับทั้งอิหร่านและโอมานจนเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวเรือได้แล้ว แต่สถานะความเป็นอยู่ของลูกเรือทั้ง 3 ท่านยังคงต้องรอการยืนยันข้อมูลที่ชัดเจนและสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งนายสีหศักดิ์ยืนยันว่ารัฐบาลไทยได้แสดงการประท้วงต่อเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้น และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อนำคนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัยที่สุด
แหล่งที่มา คลังความรู้โลกกว้าง
โฆษณา