เมื่อวาน เวลา 11:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

วิกฤตพลังงาน ไม่ใช่แค่ไม่มีน้ำมัน แต่คือลูกโซ่ตั้งแต่ค่าขนส่ง ค่าไฟ ไปจนถึงอาหารบนโต๊ะ

Bnomics ธนาคารกรุงเทพ วิเคราะห์ผลกระทบของวิกฤตพลังงาน ที่ไม่ใช่แค่ไม่มีน้ำมัน แต่ คือ ลูกโซ่ตั้งแต่ค่าขนส่ง ค่าไฟ ไปจนถึงอาหารบนโต๊ะ
สราลี วงษ์เงิน Economist, Bnomics ธนาคารกรุงเทพ วิเคราะห์สถานการณ์พลังงานของไทย โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำมัน ที่ถ้าถึงจุดนั้นแล้ว ไทยอาจไม่ใช่แค่การขาดแคลนน้ำ เพราะสงครามตะวันออกกลาง กำลังทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกหยุดชะงัก คือ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคือ “เส้นเลือดใหญ่” ของพลังงานโลก เพราะ 1 ใน 4 ของน้ำมันดิบของโลกผ่านทางช่องแคบนี้ รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในสัดส่วนมหาศาล แน่นอนว่าเมื่อการขนส่งหยุดชะงักราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นแทบจะทันที
บทวิเคราะห์หากขาดน้ำมัน ไทยอาจไม่ได้แค่ขาดแคลนแค่พลังงาน
และเมื่อพลังงานแพง “ทุกอย่าง” ก็จะแพงตาม
กลับมาที่ประเทศไทย สราลี บอกว่า "คือผู้เล่นที่เปราะบาง" เพราะเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงาน 70-80% ของการใช้ทั้งหมด และน้ำมันดิบกว่าครึ่งมาจากตะวันออกกลาง เมื่อเส้นทางสะดุด ผลกระทบจึงไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของ “ความมั่นคง”
สราลี อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ไทยจะมีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพาณิชย์ประมาณ 60 วัน และมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยพยุงราคาแต่ในโลกความเป็นจริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนน้ำมันหมด คือ ความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจที่เริ่มสั่นคลอน เพราะน้ำมัน คือ จุดเริ่มต้นของทุกปัญหา เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจ
ดังนั้นเมื่อขาดแคลนน้ำมันและราคาแพงขึ้น สิ่งที่ตามมาเป็นลูกโซ่คือค่าขนส่งเพิ่มขึ้นทันที เช่น
  • รถบรรทุกต้องจ่ายน้ำมันแพงขึ้น
  • เครื่องบินต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
  • เรือขนส่งสินค้าต้องเพิ่มค่าระวาง
  • เมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนนี้ได้ตลอดไป สุดท้ายต้นทุนจะถูกส่งต่อมายังผู้บริโภค
สิ่งที่เคยดูเหมือนไกลตัว กำลังเริ่มส่งผลถึงชีวิตประจำวันของเรา ปั๊มน้ำมันบางแห่งเริ่มจำกัดการเติม บางแห่งขึ้นป้าย “น้ำมันหมดชั่วคราว” คิวรถยาวผิดปกติ ขณะที่ ราคาน้ำมันโลกเริ่มขยับขึ้น หากปัญหาเกิดยาวนาน มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตที่ใหญ่กว่า เพราะน้ำมันไม่เคยเป็นแค่เชื้อเพลิง แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น
น้ำมันแล้วยังมี “ไฟฟ้า”
ไฟฟ้าในไทยเกือบ 60% ผลิตจากก๊าซธรรมชาติและก๊าซจำนวนมากต้องนำเข้า โดยเฉพาะ LNG จากตะวันออกกลางเมื่อเส้นทางขนส่งมีปัญหาไทยจำเป็นต้องซื้อก๊าซจากตลาดโลกในราคาที่แพงกว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้น ค่าไฟฟ้าที่เคยทรงตัวอาจกลายเป็นภาระที่หนักขึ้นสำหรับทุกครัวเรือน
จากปุ๋ย…สู่จานอาหาร
ผลกระทบที่ลึกกว่านั้นอยู่ใน “ภาคเกษตร” ปุ๋ยเคมีจำนวนมากผลิตจากก๊าซธรรมชาติอีกทั้งไทยนำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง เมื่อช่องแคบถูกปิด เรือขนส่งปุ๋ยจำนวนมากติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หากวิกฤตยืดเยื้อ เกิดความเสี่ยงที่ปริมาณปุ๋ยในตลาดโลกจะหายไป 30-50% ต่อปี อีกทั้งภาคเกษตรเองก็พึ่งพาน้ำมันในการขนส่ง เมื่อปุ๋ยแพง พลังงานแพง เกษตรกรต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายผลกระทบจะไหลมาถึงผู้บริโภคในรูปของราคาข้าว ผัก และอาหารที่สูงขึ้น ทั้งหมดคือ “เส้นทางที่มองไม่เห็น” ระหว่างน้ำมันกับอาหารบนโต๊ะของเรา แต่สิ่งของรอบตัว…ล้วนมีน้ำมันอยู่ในนั้นของใช้ประจำวัน เช่น ขวดน้ำ ถุงพลาสติก รองเท้า ยางรถยนต์ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นจาก “ปิโตรเคมี” ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ และอีกหลายอุตสาหกรรม มี oil content ในการผลิตเข้มข้น นั่นหมายความว่า แม้จะไม่ได้ขับรถ ก็ยังได้รับผลกระทบจากน้ำมันที่แพงขึ้นอยู่ดี
นอกจากนี้ยังมี ระบบที่เชื่อมโยงกันมากกว่าที่คิด สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่แค่ราคาที่สูงขึ้น แต่คือ “การเชื่อมโยง” ของระบบเศรษฐกิจพลังงาน ขนส่ง/เกษตร/อาหาร/อุตสาหกรรม/บริการ ค่าครองชีพ ทุกอย่างเชื่อมกันเป็นลูกโซ่เมื่อจุดหนึ่งสะดุด ผลกระทบจะกระจายไปทั้งระบบ
ทางออก: ไม่ใช่แค่แก้ปัญหา…แต่ต้อง “ลดความเสี่ยง”
สราลี กล่าวต่อว่า ในระยะสั้นรัฐบาลสามารถใช้น้ำมันสำรองจำกัดการส่งออกน้ำมันหรืออุดหนุนราคาเพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ใน ระยะยาว คำตอบที่แท้จริงคือ “การเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน” การกระจายแหล่งนำเข้า การเพิ่มพลังงานหมุนเวียน การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ และการลดการพึ่งพาน้ำมัน
วิกฤตน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่อง “พลังงาน” แต่มันคือ “จุดเริ่มต้นของผลกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจ” ตั้งแต่ค่าขนส่ง ค่าไฟ ไปจนถึงอาหารบนโต๊ะ สิ่งที่น่ากังวลที่สุด ไม่ใช่แค่น้ำมันหมด แต่คือโลกที่ “เปราะบางกว่าที่เราคิด” และเชื่อมโยงกันมากจน ปัญหาจุดเดียว สามารถสั่นสะเทือนได้ทั้งระบบ ทางรอดจึงไม่ใช่แค่รอให้วิกฤตผ่านไป แต่คือการ “เตรียมตัวให้พร้อม” เพื่อให้ครั้งต่อไป…เราจะไม่ล้มง่ายเหมือนเดิม
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/271702
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา