25 มี.ค. เวลา 11:12 • ประวัติศาสตร์

เล็กที่สุดแต่ยิ่งใหญ่ที่สุด ย้อนรอยชีวิตมหัศจรรย์ของชายผู้ทำลายทุกสถิติกินเนสส์บุ๊ก

ด้วยส่วนสูงเพียง 21.5 นิ้ว หรือประมาณ 54.6 เซนติเมตร “จันดรา บาฮาดูร์ ดางี (Chandra Bahadur Dangi)” คือชายที่ตัวเล็กที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้
แต่เรื่องราวของเขาอาจไม่เคยถูกเผยแพร่สู่สาธารณะเลย หากไม่ใช่เพราะการพบกันโดยบังเอิญในช่วงต้นทศวรรษ 2010 (พ.ศ.2553-2562)
ดางีเป็นภาวะแคระแบบดั้งเดิม เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบสงบในหมู่บ้านรีมโคลีอันห่างไกลในเขตดาง ประเทศเนปาล และตั้งแต่ลืมตาดูโลกเมื่อปีค.ศ.1939 (พ.ศ.2482) จนกระทั่งปีค.ศ.2012 (พ.ศ.2555) “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World Records)” ก็ได้รับรองสถานะให้เขาเป็นชายที่ตัวเล็กที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านั้นเพียงไม่นาน ผู้รับเหมาป่าไม้คนหนึ่งได้สังเกตเห็นเขาในหมู่บ้านและเริ่มบอกเล่าเรื่องราวของชายร่างจิ๋วผู้นี้ให้โลกได้รับรู้
จันดรา บาฮาดูร์ ดางี (Chandra Bahadur Dangi)
หลังจากการรับรองโดยกินเนสส์ ดางีในวัย 72 ปีก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เขาได้ออกเดินทางทำตามความฝันในการท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตในอีก 3 ปีต่อมาด้วยวัย 75 ปี แต่ชาวเนปาลก็ยังคงรำลึกและเฉลิมฉลองให้กับชีวิตที่น่าจดจำของเขาเสมอมา
เรื่องราวของเขาเป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
“จันดรา บาฮาดูร์ ดางี (Chandra Bahadur Dangi)” เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ.1939 (พ.ศ.2482) ณ หมู่บ้านรีมโคลี ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญ โดยในช่วงปีค.ศ.2012 (พ.ศ.2555) ที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านเรือนเพียง 200 หลังคาเรือนเท่านั้น และต้องใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์เพียงไม่กี่จุด ไม่มีแม้แต่โทรทัศน์
ดางีเติบโตมาพร้อมกับพี่น้องชายห้าคนและหญิงสองคน ซึ่งแม้พี่น้องคนอื่นจะไม่มีใครตัวเล็กเท่าเขา แต่พี่ชาย 3 ใน 5 คนก็มีความสูงไม่ถึงสี่ฟุต (ประมาณ 120 เซนติเมตร) ส่วนพี่น้องที่เหลือนั้นมีความสูงตามเกณฑ์ปกติ
ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่ห่างไกล ดางีเผยว่าเขาไม่เคยต้องกินยาหรือไปหาหมอเลยตลอดชีวิต มีเพียงอาการป่วยเล็กน้อยอย่างไข้หวัดหรือไอเท่านั้น โดยดางีเคยให้สัมภาษณ์กับ CNN ก่อนจะได้รับการบันทึกสถิติโลกว่า
“เวลาไม่สบาย ผมจะดื่มน้ำอุ่นผสมผงขมิ้น และอาการไข้มักจะหายไปใน 2-3 วัน ที่ผมไม่ค่อยป่วยหนัก คงเป็นเพราะร่างกายของผมแข็งแรงดี“
เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ดางีได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของพี่ชายและไม่เคยแต่งงาน และเป็นเวลานานนับทศวรรษที่ความสูงของเขาเป็นเพียงเรื่องน่าแปลกใจสำหรับคนในหมู่บ้านรีมโคลีเท่านั้น
ชีวิตในชนบทของเนปาลนั้นเน้นการทำเกษตรกรรม และความแตกต่างทางกายภาพก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกป่าวประกาศหรือได้รับการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์
ดางีต้องทำงานเพื่อจุนเจือครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่เป็นช่างทอและเกษตรกร ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้รับเหมาป่าไม้ที่เดินทางผ่านพื้นที่นั้นสังเกตเห็นความพิเศษของดางี และได้แจ้งเรื่องไปยังสื่อท้องถิ่นจนเรื่องไปถึงหูของกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ซึ่งรีบดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีจนนำไปสู่การบันทึกสถิติชายที่ตัวเล็กที่สุดในประวัติศาสตร์โลกในที่สุด
หลังจากได้รับทราบเรื่องราวของดางี ทางกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ได้ส่ง “เครก เกล็นเดย์ (Craig Glenday)” บรรณาธิการบริหาร พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เดินทางไปยังกรุงกาฐมาณฑุเพื่อทำการวัดส่วนสูงอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน ดางีก็ได้เดินทางออกจากหมู่บ้านเข้าสู่เมืองหลวงเป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อเข้ารับการตรวจวัดส่วนสูงทั้งหมดสามครั้งภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งรวมถึงการวัดความสูงทั้งในขณะยืนและขณะนอนราบ
กระบวนการดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ดางีมีส่วนสูงเพียง 54.6 เซนติเมตรและมีน้ำหนักตัวเพียง 14.5 กิโลกรัม ทำให้ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 (พ.ศ.2555) กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดได้ประกาศรับรองให้ดางีเป็นชายที่ตัวเล็กที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งดางีกล่าวกับสำนักข่าว CNN ในภายหลังว่า
“ผมมีความสุขมากที่กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ให้การยอมรับ และชื่อของผมจะถูกจารึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ นี่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับครอบครัวของผม หมู่บ้านของผม และประเทศชาติของผม ผมภูมิใจจริงๆ”
ดางีตั้งใจที่จะใช้ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นนี้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และวางแผนร่วมกับครอบครัวในการจัดตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือตัวเขาเองรวมถึงพัฒนาหมู่บ้านอันห่างไกลที่เขาจากมา
ทางด้านเกล็นเดย์ก็ได้ให้ความเห็นว่า
“ผมประหลาดใจอยู่เสมอที่สถิตินี้ถูกทำลายลงเรื่อยๆ ในขณะที่เราคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครตัวเล็กไปกว่านี้อีกแล้ว คุณจันดราก็ปรากฏตัวขึ้นและทำให้เราทุกคนตะลึงด้วยการเป็นบุคคลที่ตัวเล็กที่สุดเท่าที่เคยมีการวัดมา และสิ่งที่ผมมองว่าน่าทึ่งไม่แพ้กันคืออายุของเขา หากเขาอายุ 72 ปีจริง เขาจะเป็นเจ้าของสถิติชายที่ตัวเล็กที่สุดที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 57 ปีของกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด เลยทีเดียว”
ความอัศจรรย์นี้ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อพิจารณาว่า ผู้ที่มีภาวะแคระแบบดั้งเดิม (Primordial Dwarfism) มักจะมีอายุขัยเฉลี่ยไม่เกิน 30 ปีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การประกาศสถิติโลกที่น่าตื่นเต้นนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่เวทีโลกของจันดรา บาฮาดูร์ ดางี เท่านั้น
สำนักข่าวทั่วโลกต่างพากันนำเสนอเรื่องราวของดางี โดยมักจะเผยแพร่ภาพถ่ายของเขาในชุดประจำชาติเนปาลที่ดูมีเอกลักษณ์ และผู้คนก็ต่างพากันตกหลุมรักในเสน่ห์ของเขา แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความน่าอัศจรรย์ที่โลกจะได้เห็น
ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ดางีได้มีโอกาสพบกับบุคคลที่มีรูปร่างเล็กกะทัดรัดไม่แพ้กัน นั่นคือ “โจตี อัมเก (Jyoti Amge)” สาวน้อยวัย 18 ปีจากเมืองนาคปุระ ประเทศอินเดีย ผู้มีความสูงเพียง 24.7 นิ้ว หรือประมาณ 62.7 เซนติเมตร ซึ่งครองตำแหน่งผู้หญิงที่ตัวเล็กที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปีค.ศ.2011 (พ.ศ.2554) ซึ่งภาวะร่างกายของอัมเกเกิดจากโรคกระดูกเจริญผิดปกติที่เรียกว่า Achondroplasia ทำให้เธอมีความสูงคงที่และจะไม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
เช่นเดียวกับดางี อัมเกกลายเป็นคนดังทันทีที่กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดประกาศรับรองสถิติของเธอ ทำให้เธอมีโอกาสปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์หลายรายการ รวมถึงซีรีส์ชื่อดังอย่าง ”American Horror Story“ อีกด้วย
อัมเกกับดางีได้ถ่ายภาพร่วมกันโดยถือหนังสือกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าพวกเขามีขนาดตัวที่เล็กเพียงใดเมื่อเทียบกับสิ่งของทั่วไป
ดางีกับโจตี อัมเก (Jyoti Amge)
นอกจากอัมเกแล้ว ดางียังได้พบกับบุคคลที่มีความโดดเด่นด้านความสูงอีกคนหนึ่ง โดยหนังสือพิมพ์ The Telegraph ได้รายงานในปีค.ศ.2014 (พ.ศ.2557) ว่า ดางีได้พบกับ “ซุลตัน โคเซน (Sultan Kösen)” ชายชาวตุรกีผู้ครองตำแหน่งชายที่สูงที่สุดในโลก โดยมีส่วนสูงถึง 8 ฟุต 3 นิ้ว หรือประมาณ 251 เซนติเมตร ณ กรุงลอนดอน
แม้ในตอนแรกโคเซนจะแอบกังวลว่าเขาอาจจะเผลอเดินเหยียบหรือล้มทับดางี แต่เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับชายร่างจิ๋วผู้นี้ โดยโคเซนกล่าวว่า
“ผมรักลอนดอนมาก และการได้พบกับจันดราหลังจากรอคอยมานานก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆ ถึงเขาจะตัวเล็กและผมจะตัวสูง แต่เราต่างก็มีอุปสรรคในการใช้ชีวิตที่คล้ายคลึงกัน และเมื่อผมมองเข้าไปในตาของจันดรา ผมเห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนดีมากครับ”
ดางีกับซุลตัน โคเซน (Sultan Kösen)
ทางด้านดางี ก็ได้กล่าวว่าการได้ออกเดินทางท่องเที่ยวคือ "ความฝันตลอดชีวิต" ของเขา และรู้สึกขอบคุณกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ที่มอบโอกาสนี้ให้ โดยกล่าวว่า
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาลอนดอน ผมอยากมาที่นี่เสมอมา และการได้พบกับซุลตันคือความพิเศษจริงๆ มันทำให้ผมภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของเนปาล ผมรู้สึกซาบซึ้งและอ่อนน้อมต่อทุกแรงสนับสนุนที่ได้รับ”
นอกจากสหราชอาณาจักรแล้ว ดางียังได้มีโอกาสไปเยือนประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อิตาลี และสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ทว่าก็น่าเศร้าใจนักที่ช่วงเวลาแห่งการท่องโลกของดางีนั้นสั้นกว่าที่ใครหลายคนคิด
ในช่วงปีสุดท้ายขณะที่ออกเดินทางไปทั่วโลก ดางีได้กลายเป็นเสมือนทูตสันถวไมตรีของเนปาล โดยเขาได้สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศชาติอย่างมากจนทางการยกย่องให้เขาเป็นสัญลักษณ์ของชาติ
เรื่องราวของเขาไม่เพียงแต่ทำให้หมู่บ้านและภูมิภาคแถบนั้น ซึ่งแต่เดิมแทบไม่มีคนนอกรู้จัก กลายเป็นที่จารึกไว้ในแผนที่โลกเท่านั้น แต่ยังจุดประกายให้เกิดการพูดคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับภาวะแคระในเนปาล ซึ่งเป็นประเทศที่ผู้ป่วยด้วยโรคหายากจำนวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือได้รับการรักษาที่ล่าช้าและขาดการดูแลที่จำเป็น
หลายคนมองว่าการที่ดางีมีอายุยืนยาวมาได้ถึงเพียงนี้ด้วยภาวะแคระแบบดั้งเดิมโดยปราศจากการรักษาทางการแพทย์เป็นพิเศษนั้น เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง และการที่เขาออกมายอมรับด้วยตัวเองว่าไม่เคยไปหาหมอเลยจนกระทั่งวันที่ต้องมาวัดส่วนสูงเพื่อบันทึกสถิติโลก ก็สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนอย่างมาก
ทว่าในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเพราะการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มากมายหรือเพียงเพราะพรหมลิขิต ดางีก็ล้มป่วยลง และในที่สุด
จันดรา บาฮาดูร์ ดางี ก็ได้เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ.2015 (พ.ศ.2558) ณ เมืองปาโกปาโก ขณะที่เขากำลังอยู่ระหว่างการทัวร์ในอเมริกันซามัว สิริอายุได้ 75 ปี
หลังดางีเสียชีวิต เกล็นเดย์ได้กล่าวไว้อาลัยดางีบนเว็บไซต์กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด โดยกล่าวว่า
“คุณดางีคือทูตที่สมบูรณ์แบบสำหรับประเทศของเขา เขามีความสง่างามและมีเกียรติอยู่เสมอ ทั้งยังยินดีที่จะร่วมถ่ายภาพและแบ่งปันเรื่องราวชีวิตในร่างที่สูงเพียงครึ่งเมตรด้วยรอยยิ้ม พวกเราทุกคนที่ GWR รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการจากไปของเขา และขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของคุณดางี”
ทางด้านซุลตัน โคเซน เพื่อนร่วมสถิติโลกผู้สูงที่สุด ก็รู้สึกเศร้าสลดเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของดางีเช่นกัน โดยได้กล่าวว่า
“ข่าวการเสียชีวิตของจันดราทำให้ผมโศกเศร้าอย่างยิ่ง ผมขอให้เพื่อนร่วมสถิติโลกของผมคนนี้ไปสู่สุคติ”
จันดรา บาฮาดูร์ ดางี ได้ปิดฉากการเดินทางอันยาวนาน 75 ปีลงในฐานะทูตสันถวไมตรีผู้สง่างามของเนปาล
แม้การเดินทางของเขาจะสิ้นสุดลง แต่ชื่อของเขาจะยังคงถูกจดจำในฐานะชายผู้ย่อโลกทั้งใบลงมาไว้ในระยะสายตา และสร้างความมหัศจรรย์ให้แก่คนรุ่นหลังสืบต่อไป
โฆษณา