25 มี.ค. เวลา 10:04 • ไลฟ์สไตล์

ลูกค้าใหม่ ในบริบทเมือง

แม้มีวิกฤตการเมืองโลก เศรษฐกิจตกต่ำ มีแต่ข่าวร้าย แต่ในอีกด้านนึงก็รู้สึกว่าช่วงหลังมานี้บรรยากาศบ้านเมืองเรามันมีทั้งความสุนทรีย์และความรู้ มีงานศิลปะ ดนตรี คลับออกกำลังกาย เสวนา workshop แถมหลายกิจกรรมก็ฟรี กระจายอยู่เต็มเมืองไปหมด โดยเฉพาะในกรุงเทพ ฯ
น่าจะเพราะมีหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนช่วยกันทำให้เกิดขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วม ก็มักจะเป็นคนที่ชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ถ้าเปรียบเทียบได้กับธุรกิจ ก็คงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าเป็นฐานลูกค้าเดิม แล้วทำ Customer Retention
ในอีกโลกคู่ขนาน คนจำนวนมากในประเทศก็ยังใช้เวลาว่างเสพคอนเทนต์ขยะที่ไม่ได้คัดกรอง รวมถึงคอนเทนต์ดราม่า เรื่องราวแต่งเติมบิดเบือนที่เขาทำเพื่อเน้นไวรัลหาเงินอยู่
ถ้าดึงคนกลุ่มนี้ให้เข้ามาสนใจอะไรที่สร้างสรรค์กว่านั้นได้ก็คงจะดี ถ้าเปรียบกับการตลาดก็คงเรียกว่าเป็นการได้ลูกค้าใหม่ หรือ Customer Acquisition ละมั้ง
นึกไปถึงเมื่อก่อนที่แผนกเครื่องเขียนของเครือเซ็นทรัลจะอยู่แยกกันกับแผนกหนังสือ ไม่เหมือนกับ B2S ในปัจจุบันที่รวมอยู่ด้วยกัน
ภาพจำวัยเด็กในยุคก่อนที่เซ็นทรัลชิดลมจะไฟไหม้ในปี 2538 แผนกหนังสือที่นี่ใหญ่โตมาก อยู่ชั้นบน ๆ เป็นห้องโถงมีผนังกั้นโดยเฉพาะ ด้านในเป็นพื้นเล่นระดับเพดานสูง มีทั้งหนังสือภาษาไทยและอังกฤษ
เมื่อก่อนที่บ้านจะไปเซ็นทรัลชิดลมกันเกือบทุกสัปดาห์ แล้วคุณแม่ก็คงอยากจะมีเวลาชอปปิ้งคนเดียวโดยที่ไม่มีลูกเล็กตามติดทุกก้าวบ้าง เลยให้เงินติดตัวไว้ครั้งละ 500 บาท แล้วเอาเราไปทิ้งไว้ที่แผนกหนังสือ เครื่องเขียน ไม่ก็ SANRIO หมุนเวียนสลับกัน จะซื้ออะไรก็บริหารงบเอาเอง
คุณแม่หายไปทีละเป็นชั่วโมง เราก็เลือกดูหนังสือไปเรื่อย ๆ ห้างนี้ก็ดูปลอดภัยดี พนักงานก็ใส่ใจ สมัยนั้นหนังสือยังไม่แพง พวกวรรณกรรมเยาวชนแปลเฉลี่ยเล่มละ 60-80 บาท ถ้าปกแข็งก็ร้อยต้น ๆ ส่วนสารานุกรมเด็กแบบเป็นเซตหลายเล่มมีหลักพัน ต้องขอเงินเพิ่ม แต่พวกนี้นาน ๆ จะซื้อที ที่จำราคาได้แม้จะนานมากแล้วก็เพราะต้องบริหารงบเอง
หนังสือพวกนี้ ก็เอาไว้อ่านในเวลาว่าง ซึ่งไม่นานก็อ่านจบ แล้วก็กลับไปซื้อใหม่ ต่างจากทุกวันนี้ที่ซื้อหนังสือมาแล้วอ่านไม่ค่อยจบเลย เรียกว่าซื้อมาวางทิ้งก็ได้
จะว่าไปก็เป็นวิธีการปลูกฝังการอ่านที่แปลกดีเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของคุณแม่แค่ไหน แต่ได้อ่านหนังสือเยอะเพราะต้องรอคุณแม่ชอปปิ้ง แล้วในนั้นไม่มีอะไรให้ทำนอกจากอ่านหนังสือ เลือกหนังสือ คัดเข้าคัดออก บวกเลขบริหารงบ 500 บาทให้พอนั่นเอง
รูปประกอบเป็นบรรยากาศดนตรีในสวนที่สวนลุมพินี ผู้คนคึกคักแต่เป็นระเบียบ สัมผัสได้ถึงความศิวิไลซ์ แม้คนที่ไม่ได้ตั้งใจมาฟังเพลงก็ยังเดินเข้ามานั่งฟัง
อีกรูปเป็นด้านหน้าห้องสมุดเอกชนเล็ก ๆ ในอาคารจอดรถสหกรณ์ ฯ อารีย์ซอย 1
โฆษณา