25 มี.ค. เวลา 13:57 • หนังสือ
สวนจตุจักร
ผมผู้ที่พยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นตลอดเวลาแต่สุดท้ายปลายทางคือความเงียบงัน ?
คำถามนี้ถูกลบ
เรื่องราวของคำว่าชีวิต เกิดมา .มันก็เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่กายนี้ อารมณ์นึกคิด ..มันมาจากเรื่องราวอะไรบ้าง ที่เรายึดถือ อารมณ์โลภโกรธหลง ที่มันเกิดขึ้น มีอารมณ์นึกต่างมากมาย ที่จิตเรายึดถือ
เราก็มาทำความรู้จัก เรื่องราวของกาย .ที่ธาตุทั้งสี่ ประกอบขึ้นมา มีส่วนไหนบ้างที่เป็นของเรา ที่ว่า "เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ" ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง กระดูก น้ำเลือดน้ำหนอง สมอง ตับไต ไส้พุง ..มีส่วนไหนที่เป็นของเรา เรากินอาหารดี เอร็ดอร่อยเข้า มันก็เป็นกากต้องขับทิ้งไป นั้นก็เรื่องราวของกาย ที่จิตเราอาศัยอยู่ มีภาระที่ต้องดูแล .
ครารนี้ เราก็มาดูเรื่องราว ของจิตที่อาศัย ในกาย ..กายนี้มีพระคุณ .แต่ก็มีบางคน กลับเห็นว่า กายนี้ .ไม่น่าอาศัย .ก็ทำลายกายทิ้ง โอ้ว .พอจิตไม่มีกาย .เหลือแต่จิต ก็ยิ่งทุกข์ทรมาน
เรื่ิองของจิตแต่ละดวง ที่มาอาศัยกายมนุษย์ ต่างกันมี ภาระที่ต้อง มีกรรมต่างๆ ชดใช้กรรม มีนิสัยต่างๆ ขอยไม่ขอบ แต่ต่างๆกันไป หน้าตาก็ไม่เหมือน อารมณ์นึกคิด นิสัย ที่ใช้อารมณ์ ก็ไม่เหมือนกัน นั้นก็คือ เราไม่สามารถ ไปแก้ไข ..อารมณ์นึกคิด ที่ปรุงแต่งกายกรรม นั้นได้ .แล้วเราก็ยึดอารมณ์นึกคิด เข่น มีใครมาทำให้เราไม่พอใจ โกรธโมโห เราก็ยึดอารมณ์โกรธนั่น เผาผลาญ ตัวเอง จิตของตัวเอง ให่ทุกข์ทรมาน ไปทั้งชีวิต . ไม่สามารถที่จะปลดเปลื้องอารมณ์นั้นได้
พอดีเมื่ออาทิตย์ก่อน เราก็ ทำบุญกัน .เวลาทำบุญ ท่านก็บอกว่า ให้เอาธาตุทั้งสองของพ่อแม่ มาทำบุญ ทำกายนิ่ง จิตเฉย .ยกของถวายพระ จิตไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไร คราวนี้ .เราก็ยกพายใส่ของถวายพระ .ท่านวางผ้า ลงมา เราก็วางพาย ลงบนผ้า .ท่านก็สวดอุทิศกุศล..มือเราก็แตะอยู่ที่พาน .เราก็ทำกายนิ่ง จิตเฉย.. เอ้า ..มีมีอารมณ์นึกคิดไหลขึ้นมาที่หัว ..ท่านก็บอกว่า ..ให้รีบคว้า คำว่า ..พุทโธเร็วๆ พูดออกมา .พุทโธ. สิ่งที่เราได้รู้จัก เมื่อทำตามที่บอก เราก็เห็นอารมณ์นึกคิด.สีดำ กระจายออกไปจากจิต
พอทำบุญเสร็จ ท่านก็สอนต่อ นั่งสมาธิฟังธรรม .ท่านก็บรรยาย เรื่องราวอารมณ์โลภโกรธหลง ที่นำพา ที่ห้อมล้อมจิต อาราธนาเกิดขึ้นที่กาย จิตเราก็ยึกถึอ ไม่สามารถปลดเปลื้องไปได้ ไม่สามารตัดขาดได้ เรื่องราวอารมณ์ โลภโกรธหลง นั้นก็มีเรื่อวงราว ที่ท่านสอนให้สละไอ้ตัวยึดถืออารมณ์ต่างออกไป โดยการนำปัจจัยที่หามาต้องใช้อารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น เราก็ค่อยๆเจียดมา สละความยึดถือ ออกไป ให้เป็นทานบ้างบุญบาง .เพื่อที่จะสละ ความยึดถือนั้นออกไป .สิ่งเหล่านี้ ทำใก้ต้องมาเดิดแก่เจ็บตาย จมอยู่กับทุกคนยาวนาน
เรื่องอารมณ์นึกคิด ความยึดถือต่าง ๆ ทำให้จิตทุกข์ทรมาน ธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบกาย ก็บันทึกเรื่องราวอารมณ์นึกคิด สีดำสีม่วง สีน้ำตาล สีกรมท่า .มีแต่กรรมทั้งนั้นที่เราใช้ชีวิตอยู่ เราก็มอบไม่เห็น .ทำอย่างไรดี . ก็มีพระกวักมือว่า มาทางนี้ สร้างบุญกุศล คำว่า พระหมายถึงใคร นักบวชห่มผ้า เป็นภิกษุหรือ
. พระในที่ที่ ก็หมายถึงจิต ขอบผู้ที่เป็นพระ .พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอัครสาวก ต่างๆในต้นพุทธกาล แต่เรื่องราวอย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องราว ที่ว่า ทำบุญอย่างไร จะมาช่วยให้กายกรรม นั้นเกิดเป็นกายบุญขึ้นมา แล้วก็มันก็ไม่ใช่ว่า จะทำครั้งหนึ่งสองครั้ง จำช่วยได้ ต้องหมั่นเพียว ทำเป็นนิ่งสิน ที่จะรู้จักอารมณ์นึกคิด ในตัวตน .รู้จักว่าอารมณ์นึกคิดที่เรายึดนั้น เป็นกรรม เรากสลัดมันทิ้งสไป .
.คำว่า สลัดทิ้ง เค้าทำอย่างไร จึงจะขนออกจากกายนี้ ทิ้งไปได้ นั่นก็เป็นเรื่องราวการเรียนรู้ของจิต ที่มาอาศัยกายกรรม. จะเรียนรู้จักเอง ที่ว่า เรายึดอารมณ์นึกคิด ที่เกิดในกาย .ใครเค้าจะมาแก้ให้เราได้ เพร่ะเราอาศัยกายนี้อยู่ จิตดสงอื่นเค้าต้องมากาย ยึดกายเค้าอยู่ เมื่อจะแก้ไขความยึดถือ อารมณ์นึกคิดต่างๆ ที่เกิดในกาย ก็ต้องแก้ด้วยจิตของตัวเอง ที่ว่า มีสติสัมปชัญญะ รู้จักกรรม รู้จักอารมณ์กรรม เราก็ทิ้งมันไป จะไปยึกอารมณ์กรรมนั้นทำไม มันเป็นไฟ อยู่ที่ไหน ก็เป็นไฟ แผดเผากายตัวเราเอง
โฆษณา