26 มี.ค. เวลา 09:55 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

แบบจำลองท้องฟ้า6,500 ปีก่อน นาฬิกาแดด,น้ำ & ฟันเฟืองเรือนแรกของโลก ปฏิทินของอาณาจักรเหอโหลว 5,300 ปี

โบราณสถานซีสุ่ยพัว (Xishuipo) เมืองผู่หยาง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน : นักโบราณคดีพบแบบจำลองท้องฟ้า อายุ 6,500 ปีก่อน เรียงตัวเป็นรูปกลุ่มกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ (Big Dipper) มีการจัดวางเปลือกหอยในสุสานหมายเลข 45 มาวางเรียงเป็นรูป กลุ่มดาวกระบวยใหญ่ (Big Dipper) บริเวณ ปลายเท้า ของโครงกระดูกชายร่างสูงในสุสานหมายเลข M45 เป็นแผนที่ดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใช้สังเกตดวงดาวเพื่อกำหนดฤดูกาล ณ
วัฒนธรรมหย่างเฉา อายุประมาณ 6,500 ปีก่อน ณ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ภาพ หลุมฝังศพยุคหินใหม่ที่มีรูปมังกรและเสือในเปลือกหอย อายุประมาณ 6,500 ปี วางเรียงตัวตามตำแหน่ง กลุ่มดาวกระบวยใหญ่บริเวณ ปลายเท้า ของโครงกระดูกชายร่างสูงในสุสานหมายเลข M45 เมืองผู่หยาง มณฑลเหอหนาน วัฒนธรรมหยางเสา ปี 1987 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ: จีนผ่านยุคสมัย นิทรรศการที่ 1 อัปโหลดผลงานของ Gary Todd จาก https://www.flickr.com/photos/101561334@N08/9829089743/ โดยใช้ UploadWizard แหล่งที่มา: Wikimedia Commons, สิทธิ์การใช้งาน CC BY-SA
ซากโบราณสถาน ซวงไห่เฟิง (Shuanghaifeng) ในมณฑลเหอหนานวัฒนธรรม หย่างเฉา (Yangshao) ช่วงปลาย ประมาณ 5,300 ปีก่อน นักโบราณคดีพบ ไหเซรามิก 9 ใบ วางเรียงกันเป็นรูปกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ เป็นปฏิทินดาราศาสตร์" ที่เก่าแก่ที่สุดของจีน และต้นกำเนิดการใช้ดาราศาสตร์วางผังเมือง (Urban Planning) เป็นที่แรกๆ ของโลก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
แหล่งที่มา (Baidu Encyclopedia TA Says) ผู้แต่ง: ฉินซีฮ่องเต้ หานอู๋จี| 2020-09-29 22:30:53 https://wapbaike.baidu.com/tashuo/browse/content?id=84d19be00a021d324a4bdfa8
ปฏิทินเป่ยโต่ว
ปฏิทิน 5,300 ปีก่อน ที่มีวิธีการวัด การเคลื่อนที่ของ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวรวมถึงความยาวของวันและคืนโดยอาศัยทิศทางของกลุ่มดาวหมีใหญ่
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ที่มาภาพ สารานุกรม Douyin©2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd.
ปฏิทินเป่ยโต่วกลุ่มดาวหมีใหญ่ ณ แหล่งโบราณคดีซวงฮวาซู บันทึกไว้ใน " เหอ กวน จื่อ ฮวน หลิว" ว่า "เมื่อด้ามของกลุ่มดาวหมีใหญ่ชี้ไปทางทิศตะวันออก เป็นฤดูใบไม้ผลิทั่วโลก เมื่อด้ามของกลุ่มดาวหมีใหญ่ชี้ไปทางทิศใต้ เป็นฤดูร้อนทั่วโลก เมื่อด้ามของกลุ่มดาวหมีใหญ่ชี้ไปทางทิศตะวันตก เป็นฤดูใบไม้ร่วงทั่วโลก เมื่อด้ามของกลุ่มดาวหมีใหญ่ชี้ไปทางทิศเหนือ เป็นฤดูหนาวทั่วโลก"
ที่มา สารานุกรม Douyin©2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd.
ที่มาภาพ สารานุกรม Douyin©2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd.
"ปฏิทินของอาณาจักรเหอโหลว" (He Luo / 河洛) หมายถึงพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำฮวงโห (Huang He - แม่น้ำเหลือง) และแม่น้ำโหลว (Luo He) เป็นอารยธรรมโบราณ ซวงหวยซู่ (Shuanghuaishu) ในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน
อายุประมาณ 5,300 ปีก่อน
เชื่อมโยงกับ "ตำราเหอถู" (He Tu - แผนภูมิแม่น้ำเหลือง) และ "ตำราโหลวซู" (Luo Shu - จารึกแม่น้ำโหลว) ตามตำนานเชื่อว่าปรากฏขึ้นจากหลังม้าน้ำและกระดองเต่า วัฒนธรรมชาวจีนฮากกา มักเรียกตนเองว่าเป็น "ชาวเหอโหลว" (Holo/Hoklo)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ปฏิทินอียิปต์โบราณ (อียิปต์ - ประมาณ 5,000 ปี)
สังเกตการปรากฏขึ้นของดาวซิริอุสก่อนพระอาทิตย์ขึ้น (Heliacal rising) จะตรงกับช่วงที่ แม่น้ำไนล์หลาก พอดี
ต่อมาพัฒนาเป็นปฏิทิน 365 วัน (12 เดือน เดือนละ 30 วัน + 5 วันเทศกาล)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สโตนเฮนจ์ (อังกฤษ - ประมาณ 4,0000 -3,500 ปี [2,000 - 1,500 BC]
วงล้อมหินยักษ์ "หินซาร์เซน" (Sarsen)
กว่า 20-30 ตัน วางเรียงเป็นวงกลม สังเกตปรากฏการณ์ของ "ดวงอาทิตย์" กำหนดวันเปลี่ยนฤดู (Solstices)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ลำดับเวลา การสร้างสโตนเฮนจ์
5,000 - 3,500 ปีก่อน ระยะเวลาก่อสร้าง 1,500 ปี เริ่มขุดร่องดินเป็นวงกลม (Henge) วางก้อนหินเล็ก ๆ สันนิษฐานว่ามี 56 หลุม ปัจจุบันพบแค่ 43 หลุม
การสร้างสโตนเฮนจ์
ช่วงที่สอง 4,500 - 4,000 ปีก่อน
มีการนำ "หินสีน้ำเงิน"
(Bluestones) ประมาณ 2-4 ตัน จากเวลส์มาวางเรียง แต่"วางไม่สำเร็จตามแผนเดิม" เกิดแผนผังที่ถูกทิ้งร้าง ทำไม่สำเร็จหรือถูกระงับกลางคัน
##Naruepon Peng-on Translate and Compile
ช่วงที่สาม
การสร้างสโตนเฮนจ์สำเร็จ เมื่อมีการนำหินยักษ์ (Sarsens) แนวรูปเกือกไม้และวงกลมชั้นใน ระหว่าง 4,000 - 3,500 ปีก่อน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ดังนั้น ปฏิทินดาราศาสตร์ที่ใช้ "กลุ่มดาวฤกษ์" (Constellation-based) เป็นหลักฐานเชิงรูปธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ ปฏิทินเป่ยโต่ว ของอาณาจักรเหอโหลว (แหล่งซวงหวยซู่) อายุ 5,300 ปี คือการจำลอง กลุ่มดาวจระเข้ (9 ดวง) มาไว้บนดินเพื่อบอกฤดูกาล ในช่วง 5,000 - 4,000 ปีก่อน (ช่วงกลาง) สโตนเฮนจ์ยังไม่มี "หินยักษ์" (Sarsen) หินสีน้ำเงินถูกวางเป็นวงกลมคู่ แต่ไม่เสร็จสมบูรณ์ และถูกรื้อปรับผังใหม่หลายรอบ "ทดลองและปรับปรุง" แล้วเสร็จประมาณ 4,000 - 3,500 ปีก่อน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
"อาณาจักรเหอโหลว" (Heluo Kingdom) "ต้นกำเนิดอารยธรรมจีน" ที่แท้จริง (The Roots of Chinese Civilization) หลักฐานการเลี้ยงไหม การวางผังเมืองตามดวงดาว และการใช้ปฏิทินที่ซับซ้อน ตั้งแต่ 5,300 ปีที่แล้ว และเก่าแก่กว่าราชวงศ์เซี่ยตามตำนานเดิมเกือบ 1,000 ปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หลักฐานนาฬิกาแดดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
แท่งไม้ทาสีทำเครื่องหมายสเกลเพื่อตรวจวัดเงาแดดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เรียกว่า "กิวม่า" (Guibiao - 圭表)
หรือนาฬิกาแท่งไม้ทาสีระบุสเกลเรือนแรก (Gnomon): ที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักคือ กโนมอน (Gnomon) พบในแหล่งโบราณคดี Taosi ประเทศจีน มีอายุเก่าแก่ ประมาณ 4,300 ปีก่อน
[2300 ปีก่อนคริสตกาล]
มีการพบเสาหินหรือร่องรอยการปักไม้เพื่อใช้เป็น กูโนมอน
(Gnomon) หรือแท่งไม้ตรวจวัดเงาแดด เพื่อคำนวณวัน วิษุวัต (Equinox) และ อายัน (Solstice) ช่วยในการวางแผนเกษตรกรรม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
กโนมอน (Gnomon) เป็นไม้ชิ้นหนึ่งมีความยาว 214 เซนติเมตร ทำจากไม้และทาสีแดง ไม้อีกชิ้นหนึ่งมีความยาว 171.8 เซนติเมตร
พบในเต๋าในอำเภอเซียงเฟิน มณฑลชานซี ประเทศจีน มีอายุเก่าแก่ ประมาณ 4,300 ปีก่อน
[2300 ปีก่อนคริสตกาล]
เป็นหลักฐานอุปกรณ์บอกเวลาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีรูปทรงเรียบง่าย เสาและก้อนดินเหนียวแยกจากกัน เป็นเครื่องมือทางดาราศาสตร์ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและวัดเงาเพื่อทำปฏิทิน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ภาพจำลอง "กุย" หรือที่เรียกว่า "ไม้บรรทัดกุย" (圭尺) เป็นมาตราส่วนที่วางในแนวนอนบนพื้น ใช้สำหรับวัดความยาวของเงา ส่วน "เปียว" หรือที่เรียกว่า "บิเปียว" (立表) เป็นแท่งแนวตั้งที่ตั้งฉากกับพื้น ประมาณ 4,300 ปีก่อน [2300 ปีก่อนคริสตกาล] เป็นเครื่องมือทางดาราศาสตร์ ที่มา Wikimedia Commons
แผ่นจารึก Plimpton 322 เมโสโปเตเมีย (เก็บอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย) อายุ: ประมาณ 3,800 - 4,000 ปี [1,800 - 2,000 ปีก่อนคริสตกาล]
ใช้ระบบเลขฐาน 60 (Sexagesimal) แผ่นจารึกบัญชีและการคำนวณพื้นที่ เป็นเครื่องมือบันทึกทางคณิตศาสตร์ ตารางตรีโกณมิติ ชุดตัวเลขพีทาโกรัส เป็นดินเหนียวจารึกอักษรลิ่ม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นาฬิกาเงารูปตัว L (L-shaped Shadow Clock) ของประเทศอียิปต์ ประมาณ 3,500 ปี
[1,500 ปีก่อนคริสตกาล]​ :
ทำจากหิน​มีส่วนหัวยกสูงเพื่อทอดเงาลงบน​ 5 ขีดเครื่องหมาย
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
บันทึกรัชสมัยฟาโรห์ทุตโมสที่ 3 (Thutmose III) ประเทศอียิปต์ ประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ยุคอาณาจักรใหม่
การเคลื่อนทัพที่ระบุเวลาเที่ยงวันจาก "เงาที่หมุนไป"
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเป็นการอ้างถึงการใช้เครื่องมือบอกเวลา ประมาณ 3,500 ปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
จากข้อมูลในหนังสือรวมบทกวีสมัยราชวงศ์โจวที่ชื่อว่า "คลาสสิกแห่งบทกวี"
สือจิง (Classic of Poetry ระบุว่า บรรพบุรุษรุ่นหลังๆ ของพระเจ้าเหวินแห่งราชวงศ์โจวเคยใช้เครื่องวัดเงาเพื่อวัดความยาวเงาของนาฬิกาแดดเพื่อกำหนดทิศทาง ในช่วงประมาณ 3,400 ปีก่อน [ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล] ก่อนสถาปนาราชวงศ์โจว หรือยุคปลายราชวงศ์ซาง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นาฬิกาแดดหินปูนที่หุบเขากษัตริย์ (The Valley of the Kings Sundial) ประเทศอียิปต์: เป็นแผ่นหินปูน (Ostracon) ที่มีภาพวาดกึ่งกลางเป็นครึ่งวงกลมสีดำ แบ่งออกเป็น 12 ส่วน (ส่วนละประมาณ 15 องศา)
มีรูตรงกลางสำหรับเสียบแท่งไม้หรือโลหะเพื่อสร้างเงา​ ประมาณ 3,300 ปี​ [ศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล]​
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
บันทึกบาบิโลน (Babylonian Texts) เมโสโปเตเมีย ระบุความยาวของเงาในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน (Shadow tables)
ประมาณ 3,000 ปี
[1,000 ปีก่อนคริสตกาล]​
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นักปรัชญากรีกโบราณนามว่าอนาซิมานเดอร์ 2,636 - 2,572 ปีก่อน
[610–546 ปีก่อนคริสตกาล] ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้แนะนำแท่งไม้ตรวจวัดเงาแดดที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักคือ กโนมอน (Gnomon) ชนิดนี้ให้แก่ชาวกรีกโบราณ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
"กุ้ยเปียว" เครื่องมือทางดาราศาสตร์ สมัยราชวงศ์ฮั่น ประมาณ 2,191 ปีก่อน [165 ปีก่อนคริสตกาล] ที่มาภาพ บรรณาธิการผู้รับผิดชอบ: หวังเหอ;  ที่มา: งานนิทรรศการเผยแพร่วิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน
นาฬิกาแดดที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านตั่วเกอตู (Tuoketuo) เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีน มีอายุประมาณ 2,000 ปี สลักตัวเลข 1-69 ด้านนอกมีเส้นรัศมี 69 เส้น แบ่งออกเป็น 100 ส่วนเท่าๆ กันจำนวนหลัก 100 หลักในหนึ่งวัน "แหล่งที่มา: เครือข่ายโบราณวัตถุทางวัฒนธรรม" http://wenwuchina.com/article/201816/308263.html
นาฬิกาน้ำยุคแรกเริ่ม
ยุคตำนานนาฬิกาน้ำของจีน
มีบันทึกในยุคหลัง​ระบุว่า นาฬิกาน้ำ (Clepsydra) อาจถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในสมัยของ จักรพรรดิเหลือง (Huangdi)
ทรงสร้าง​นาฬิกาน้ำ (Louke - 漏刻) ประมาณ 4,700​ปีก่อน
[2,700 ปีก่อนคริสตกาล] โดยใช้หม้อน้ำที่มีรูรั่วที่ก้น เวลาจะถูกวัดจากระดับน้ำที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นบน "ลูกศรบอกเวลา" (Loujian) ที่ลอยอยู่ในน้ำ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การแบ่งเวลา:
มีบันทึกในยุคหลัง ระบุว่า จักรพรรดิเหลืองทรงแบ่งเวลาทั้งวันและคืนออกเป็น 10 ส่วนเท่า ๆ กัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นาฬิกาน้ำในสมัยเมโสโปเตเมีย
หลักฐาน แผ่นจารึก Enuma Anu Enlil: บันทึกดาราศาสตร์ ด้วยอักษรลิ่ม บนดินเหนียวตากแห้ง หรือ หินสกัด แต่เมโสโปเตเมียยุคนั้นยังไม่มีเซรามิก ในช่วง 3,600 - 3,200 ปีก่อน [1,600–1,200 ปีก่อนคริสตกาล]
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เซรามิก คือ เครื่องปั้นดินเผาที่ผ่านการเคลือบผิว (Glazed Pottery) ซึ่ง ความล้ำหน้าของจีน (20,000 ปี): หลักฐานจาก ถ้ำเซียนเหรินตง (Xianrendong Cave) เก่าแก่ที่สุดในโลก ถ่ายทอดมากว่าหมื่นปีสู่อาณาจักรเหอโหลว (5,300 ปี) จีนจึงมีเทคโนโลยีเครื่องปั้นดินเผาที่แกร่งและซับซ้อน (Ceramic-level)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ดังนั้น ข้อสันนิษฐานใหม่
"ในขณะที่อารยธรรมอื่นในโลกเมื่อ 3,000 -5,000 ปีก่อน ยังคงลองผิดลองถูกกับการใช้ดินเหนียวดิบและหินก้อนเล็ก แต่ อาณาจักรเหอโหลว ได้สร้างระบบปฏิทินจากดวงดาวที่แม่นยำ บนรากฐานเทคโนโลยีเซรามิกที่พวกเขาสั่งสมมานานกว่า 20,000 ปี แล้ว"
#Naruepon Peng-on Author Translate and Compile
หลักฐานทางวัตถุ นาฬิกาน้ำแห่งคาร์นัค (Karnak Clepsydra) ประเทศอียิปต์ ประมาณ 3,400 ปีก่อน
[1,400 ปีก่อนคริสตกาล]
สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าอเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III)
เป็นนาฬิกาน้ำแบบ ไหลออก (Outflow) โดยมีรูเล็กๆ อยู่ที่ฐาน
ด้านใน: มีการสลักขีดเครื่องหมาย 12 แถว เพื่อใช้วัดชั่วโมงในยามค่ำคืน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หลักฐานทางอักษรศาสตร์ (Oracle Bone Script) ประเทศจีน 3,226 - 3,072 ปีก่อน [1,200 - 1,046 ปีก่อนคริสตกาล] :
และจารึกบนเครื่องสำริดมีตัวอักษรที่เป็นรูปสัญลักษณ์ของ กลไกการตักน้ำ ประกอบด้วย รอก เชือก และภาชนะตักน้ำ สัญลักษณ์นี้ถูกตีความว่าเป็นรูปแบบดั้งเดิมของนาฬิกาน้ำแบบไหลออก (Outflow type)
ในจารึกสมัยราชวงศ์ซางมีการระบุหน่วยเวลาที่เรียกว่า "เค่อ" ซึ่งแปลว่า "รอยขีด"
มาตรวัดที่อยู่บนลูกศรบอกเวลา (Indicator rod) ภายในนาฬิกาน้ำ
โดยในหนึ่งวันจะแบ่งออกเป็น 100 เค่อ
#Naruepon​Peng-on,​2026​
บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่าในสมัยราชวงศ์ซาง ประเทศจีน 3,226 - 3,072 ปีก่อน [1,200 - 1,046 ปีก่อนคริสตกาล] :
มีการใช้ "เปียว" (Biao) หรือเสาวัดเงาแดดสำหรับกลางวัน และใช้ นาฬิกาน้ำ
สำหรับบอกเวลาและสังเกตดวงดาวในตอนกลางคืน
#Naruepon​Peng-on,​2026​
ตามบันทึก​ราชวงศ์​ชาง​ ประเทศ​จีน​นาฬิกา​สำหรับบอกเวลาและสังเกตดวงดาวในตอนกลางคืน ถังน้ำ + รอกยก + ไม้บรรทัด มาประกอบกันเป็นนาฬิกาน้ำ​ ตามบันทึก​อักษรภาพบนกระดูกเสี่ยงทายของจีน 3,226 - 3,072 ปีก่อน [1,200 - 1,046 ปีก่อนคริสตกาล] : #Naruepon​Peng-on,​2026​
ภาพวาดเชิงเทคนิค จำลองภาพตามบันทึกราชวงศ์ชาง ประเทศจีนนาฬิกาสำหรับบอกเวลาและสังเกตดวงดาวในตอนกลางคืน ถังน้ำ + รอกยก + ไม้บรรทัด มาประกอบกันเป็นนาฬิกาน้ำ ตามบันทึกอักษรภาพบนกระดูกเสี่ยงทายของจีน 3,226 - 3,072 ปีก่อน [1,200 - 1,046 ปีก่อนคริสตกาล] : จำลองภาพวาดโดย #NarueponPeng-on,2026
หากเปรียบเทียบระหว่าง วัตถุ (Physical Object) ของอียิปต์ กับ หลักฐานตัวอักษร (Written Record) ของจีนในสมัยราชวงศ์ซาง
นาฬิกาน้ำอียิปต์
นาฬิกาน้ำประเทศจีน: เน้นหลักฐานทาง ภาษาและการคำนวณ (ระบบ 100 เค่อ) ซึ่งแสดงถึงการนำเวลาไปใช้
แต่นาฬิกาน้ำอียิปต์: เน้นหลักฐานที่เป็น ภาชนะตวงน้ำ โดยตรง
บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับนาฬิกาน้ำ โจวหลี่ * (พิธีกรรมแห่งราชวงศ์โจว) ราชวงศ์โจว ประเทศจีน 2,796 - 2,502 ปีก่อน [770 ก่อนคริสตกาล – 476 ก่อนคริสตกาล ปีก่อนคริสตกาล] คัมภีร์กล่าวถึงการใช้เพื่อแบ่งเวลากลางคืนเป็น "ยาม" (Watch/Geng) เพื่อตีกลองหรือระฆังบอกเวลาให้ประชาชน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หลักฐาน: แผ่นจารึกดาราศาสตร์ยุคบาบิโลนใหม่​ อายุ: ประมาณ 2,400 - 2,700 ปี [400 - 700 ปีก่อนคริสตกาล]
แผ่นจารึก MUL.APIN:
บันทึกในช่วง 2,700 ปีก่อน
[ศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล] อธิบายวิธีการใช้นาฬิกาน้ำทรงกระบอกเพื่อกำหนดช่วงเวลา "ยาม" (Watch) โดยใช้การชั่งน้ำหนักของน้ำที่ไหลออกมา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เบรอสซุส (Berossus)ชาวบาบิโลนในช่วง ประมาณ 2,300-2,400 ปีที่แล้ว​ [300-400 ปีก่อนคริสตกาล]​ คิดค้นนาฬิกาแดดแบบ เว้าครึ่งวงกลม (Hemicycle sundial)
นาฬิกาน้ำในสมัย ราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) หรือที่เรียกว่า "โล่เค่อ" (Louke - 漏刻) บอกเวลาช่วงกลางคืนที่นาฬิกาแดดไม่สามารถใช้งานได้
ระบบถังน้ำซ้อนชั้น (Polyvascular Type): มีการวางถังน้ำเรียงลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ (โดยทั่วไปประมาณ 3-4 ชั้น)
เพื่อให้น้ำจากถังบนหยดลงสู่ถังล่างอย่างสม่ำเสมอ
จางเหิง (Zhang Heng) ได้เพิ่มถังพักน้ำพิเศษระหว่างถังเก็บน้ำกับถังรับน้ำ เพื่อรักษาความดันน้ำให้คงที่ ช่วยให้น้ำหยดในอัตราที่เท่ากันตลอดเวลา ทำให้การวัดเวลาแม่นยำขึ้น
ลูกลอยและไม้บรรทัด (Indicator-arrow): ภายในถังรับน้ำจะมี "ลูกลอย" ที่เชื่อมกับ "ไม้บรรทัดไม้ไผ่"
ราชวงศ์ฮั่น
ประเทศจีน ได้กำหนดหน่วยวัดเวลาที่เรียกว่า "เค่อ" (Ke - 刻) โดย 1 วันแบ่งออกเป็น 100 เค่อ (1 เค่อ ประมาณ 14.4 นาที)
การใช้ระบบนาฬิกาน้ำร่วมกับการตีกลองหรือระฆังเพื่อบอกเวลาในพระราชวังและเขตเมือง
นาฬิกาน้ำสำริดจงหยาง (Zhongyang Bronze Water Clock) มีอายุประมาณ 2,053 ปี [27 ปีก่อนคริสตกาล] : ค้นพบในที่ราบสูงออร์ดอส (Ordos) ในมองโกเลียใน สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เนื่องจากพบจารึกบนตัวนาฬิกา ระบุว่าสร้างขึ้นใน ปีที่ 2 ของรัชสมัยเหอผิง (Heping era) แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เป็นนาฬิกาน้ำประเภทไหลออก (Outflow type) ทำจากสำริด มีจารึกบอกชื่ออำเภอ "เชียนจัง" (Qianzang)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
วิศวกรรมเครื่องกลโบราณราชวงศ์ฮั่น จางเหิงยังได้ใช้นาฬิกาน้ำเป็นตัวขับเคลื่อน ทรงกลมท้องฟ้า (Armillary Sphere) ให้หมุนตามการหมุนของโลกได้อย่างอัตโนมัติ แสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นาฬิกาเชิงกลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในปีที่สิบสามของรัชสมัยไคหยวนแห่งราชวงศ์ถัง ค.ศ. 725 ตำรา "ดาราศาสตร์" ในหนังสือใหม่ของราชวงศ์ถัง ระบุว่า
นาฬิกามีวงแหวนสองวงสำหรับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกังหานน้ำ ทรงกลมจำลองท้องฟ้าหมุนรอบตัวเองวันละหนึ่งรอบ และวงแหวนดวงอาทิตย์หมุน 1/365 รอบ เครื่องมือนี้ยังมีหุ่นไม้สองตัวที่ตีกลองเพื่อบอกเวลา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นาฬิกาเชิงกลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในปีที่สิบสามของรัชสมัยไคหยวนแห่งราชวงศ์ถัง ค.ศ. 725 มีโครงสร้างของมันเป็นไม้ มีลักษณะแคบที่ด้านบนและกว้างที่ด้านล่าง การมีรูปปั้นไม้สองรูปอยู่บนทรงกลมจำลองระบบสุริยะที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำ รูปปั้นหนึ่งขับเคลื่อนด้วยเฟืองจะตีกลองโดยอัตโนมัติทุกๆ 15 นาที (ระบบโบราณที่แบ่งกลางวันและกลางคืนออกเป็น 100 ส่วน) ขณะที่อีกรูปปั้นหนึ่งจะตีระฆังทุกๆ 2 ชั่วโมง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หอนาฬิกาดาราศาสตร์พลังน้ำ ลูกโลกจำลองระบบสุริยะพลังน้ำนี้ สร้างขึ้น ใน ปี ค.ศ. 1088 ปีที่สามแห่งรัชสมัยหยวนโย่วของ ราชวงศ์ซ่ง ประเทศจีน โดยซู่ซ่งฮั่นกงเหลียน และคนอื่นๆ พวกเขาเป็นผู้เขียนตำรา * หลักการพื้นฐานของเครื่องมือทางดาราศาสตร์* (新仪象法要) ในช่วง
ต้นรัชสมัยเส้าเซิง (ค.ศ. 1094-1097)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นาฬิกา ลูกโลกจำลองระบบสุริยะพลังน้ำ สูงกว่า 35 ฟุตและกว้าง 21 ฟุต สร้างขึ้น ใน ปี ค.ศ. 1088 ปีที่สามแห่งรัชสมัยหยวนโย่วของ ราชวงศ์ซ่ง เป็นโครงสร้างไม้ที่แคบกว่าด้านบนและกว้างกว่าด้านล่าง ชั้นล่างมีอุปกรณ์ยกน้ำซึ่งขับเคลื่อนด้วยกังหานน้ำที่คนหมุน เพื่อยกน้ำขึ้นไปยังทางช้างเผือก ( ราง รับน้ำ ) และลงสู่สระสวรรค์ (อ่างเก็บน้ำ)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หอนาฬิกาดาราศาสตร์พลังน้ำสร้างขึ้น ใน ปี ค.ศ. 1088 ปีที่สามแห่งรัชสมัยหยวนโย่วของ ราชวงศ์ซ่ง
มีเรือปรับระดับที่อยู่ตรงกลางแท่นจะรักษาระดับน้ำให้คงที่ และน้ำจะถูกส่งผ่านท่อไปยังเรือรับน้ำบนล้อหมุน (ล้อน้ำ) อย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนล้อหมุน ล้อหมุนนี้จะขับเคลื่อนกลไกกลางวันกลางคืน ลูกโลกจำลองท้องฟ้า และทรงกลมจำลองระบบสุริยะ ผ่าน เฟือง ส่งกำลัง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หอนาฬิกาดาราศาสตร์พลังน้ำ ราชวงศ์ซ่งเหนือ มีระบบส่งกำลังแบบเฟืองที่ค่อนข้างซับซ้อน เหนือและรอบๆ ล้อแกนหมุนคืออุปกรณ์ "ปรับสมดุล" ล้อแกนหมุนคืออุปกรณ์ "ปรับสมดุล" ซึ่งก็คือกลไกการปล่อย (escapement mechanism)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หอนาฬิกาดาราศาสตร์พลังน้ำ ราชวงศ์ซ่งเหนือล้อแกนหมุนมีเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเอ็ดฟุต มีซี่ล้อเจ็ดสิบสองซี่ติดอยู่กับดุม ทำให้เกิดแกนหมุนสามสิบหกแกน ยึดด้วยขอบ สามด้าน แต่ละแกนหมุนยึดภาชนะรับน้ำไว้ รวมทั้งหมด สามสิบหกภาชนะ แต่ละภาชนะยาวหนึ่งฟุต กว้างห้านิ้ว และลึกสี่นิ้ว คันโยกเหล็กวางอยู่ด้านข้างของภาชนะเพื่อเคลื่อนกลไกการล็อกของคันโยกปรับสมดุล
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ที่มาภาพ สารานุกรม Douyin ©2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd. https://m.baike.com/wikiid/5699876909271532140
ผังเมืองจักรวาล: ตัวเมืองมีการวางผังที่สอดคล้องกับทิศทางดาราศาสตร์อย่างแม่นยำ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
แหล่งที่มา (Baidu Encyclopedia TA Says) ผู้แต่ง: ฉินซีฮ่องเต้ หานอู๋จี| 2020-09-29 22:30:53 https://wapbaike.baidu.com/tashuo/browse/content?id=84d19be00a021d324a4bdfa8
อารยธรรมจีนโบราณ และ มายา (Maya) คำนวณ ปีดาวฤกษ์ (Sidereal Year) ได้แม่นยำ
ระบบจีนโบราณ: เน้น "กลุ่มดาวจระเข้" และ "28 นักขัตฤกษ์"
ระบบมายา: เน้น "ดาวศุกร์" และ "กลุ่มดาวเต่า"
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ชาวมายาใช้เลขฐาน 20 และมีเลข 0 ปฏิทิน Haab': เป็นปฏิทินสุริยคติ 365 วัน (18 เดือน เดือนละ 20 วัน + 5 วันอันตราย) และคำนวณ 1 ปี มี 365.2422
ปรับปฏิทินให้ตรงกับ ปีดาวฤกษ์จริง
มีความคลาดเคลื่อนเพียง 0.0002 วัน ต่อปี
ใช้ช่องหน้าต่างในพีระมิด El Caracol ที่ Chichen Itza เป็นช่องเล็งดาวฤกษ์เฉพาะดวงในวันสำคัญ
จีนใช้ระบบที่เรียกว่า "ซือเหอ" (Celestial River) และแบ่งท้องฟ้าออกเป็น 28 ส่วน (28 Mansions เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เทียบกับดาวฤกษ์
อุปกรณ์: ใช้ "เปี่ยว" (Gnomon) วัดเงาแดด และ "หอสังเกตการณ์ 13 เสา" เพื่อหาจุดวิษุวัต
สมัยราชวงศ์เซี่ยจากบันทึกของราชวงศ์ยุคหลัง/หลักฐานจาก
หอสังเกตการณ์ ซื่อ 13 เสา/เอ้อหลี่โถว พวกเขาคำนวณปีได้ประมาณ 365.25 วัน และพัฒนาจนเหลือเศษวินาทีในยุคต่อมา โดยสังเกตอ้างอิงดาวเหนือ, กลุ่มดาวจระเข้
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ดังนั้น ทั้งสองอารยธรรมใช้ สถาปัตยกรรม เสาหินหรือช่องหน้าต่างเป็นเครื่องมือวัดมุมแสงดาวเพื่อกำหนดจุดเปลี่ยนฤดูกาล
หมายเหตุ : ดาวเหนือ (North Star) ประเทศจีนจะเห็นดาวดวงอื่น ๆ วิ่งเป็นวงกลมรอบดาวเหนือ
ซีกโลกใต้ไม่มีดาวเหนือ เช่น ออสเตรเลีย จะมองไม่เห็นดาวเหนือ แต่จะมีกลุ่มดาวกางเขนใต้ใช้บอกทิศแทน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ระบบ ปีดาวฤกษ์ (Sidereal Year) การวัดระยะเวลา: มีการสังเกตตำแหน่งดวงอาทิตย์เทียบกับกลุ่มดาวฤกษ์พื้นหลัง นักดาราศาสตร์จีนโบราณคำนวณว่า 1 ปีมีประมาณ 365.25 วัน
หลักฐานทางโบราณดาราศาสตร์
ทิศทางอาคาร: ซากพระราชวังในเอ้อหลี่โถวถูกสร้างโดยวางแนวในทิศ เหนือ-ใต้
แสดงว่ามีการคำนวณตำแหน่งดาวเหนือและเส้นเมริเดียน
ความสอดคล้อง
คัมภีร์เซี่ยเสี่ยวเจิ้ง (Xia Xiaozheng)
ระบุปรากฏการณ์ท้องฟ้าในแต่ละเดือน เช่น การที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) ปรากฏในทิศทางต่าง ๆ เพื่อบอกเวลาหว่านพืช
และสอดคล้องกับข้างขึ้นข้างแรม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ชาวเอ้อหลี่โถวได้พัฒนา ระบบสุริยจันทรคติ
1 เดือน: มีระยะเวลาประมาณ 29.53 วัน
การปรับปฏิทิน: มีการเพิ่ม เดือนอธิกมาส (เดือนที่ 13) เข้าไปในบางปีเพื่อไม่ให้ฤดูกาลเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งดาวฤกษ์จริง ซึ่งเป็นรากฐานของปฏิทินจีนในปัจจุบัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การวางผังเมืองของ เอ้อหลี่โถว (Erlitou) มณฑลเหอหนาน
แกนทิศเหนือ-ใต้ที่แม่นยำ (Central Axis) คลาดเคลื่อนจากทิศเหนือจริงเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 1-2 องศา)
สันนิษฐานว่าใช้การสังเกต ดาวเหนือ (Pole Star) หรือการใช้ไม้วัดเงาแดด (Gnomon) เพื่อกำหนดเส้นเมริเดียน
การสร้างอาคารขนานกับแกนโลก
เปรียบได้กับดาวเหนือที่เป็นศูนย์กลางของท้องฟ้า
ผังเมืองแบบตารางหมากรุก
"ฟ้ากลม ดินเหลี่ยม" (Tian Yuan Di Fang)
ผังของกลุ่มอาคารราชวังบางส่วนมีความสัมพันธ์กับตำแหน่งของ กลุ่มดาวจระเข้
ที่มา Beidou
หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์โบราณเถาซื่อ (Taosi Observatory) มณฑลซานซี
เสาดินเหนียวจำนวน 13 ต้น เรียงกันเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลม
เมื่อมองจากจุดสังเกตการณ์กลาง แสงอาทิตย์ที่ขึ้นในยามเช้าจะลอดผ่านช่องว่างระหว่างเสาแต่ละช่อง เพื่อบอกช่วงเวลาที่สำคัญของปี
ช่องริมสุดด้านใต้: แสงจะลอดผ่านในวัน เหมายัน (Winter Solstice)
ซึ่งเป็นวันที่กลางคืนยาวที่สุด
ช่องริมสุดด้านเหนือ แสงจะลอดผ่านในวัน ครีษมายัน (Summer Solstice)
ช่องตรงกลาง: จะตรงกับวัน วิษุวัต (Equinox) หรือช่วงที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน
การแบ่งช่วงมุม (Azimuth Angle)
มุมเงยและมุมทิศ: เนื่องจากโลกเอียง 23.5 องศา ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจะขยับไป-มาเป็นรูปพัดบนขอบฟ้า เสาที่อยู่ตรงกลาง (ใกล้ช่วงวิษุวัต) จะมีระยะห่าง กว้างกว่า เสาที่อยู่ริมขอบ เพราะในช่วงเปลี่ยนฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง
ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่บนขอบฟ้าเร็วขึ้น
เมื่อเทียบกับช่วงหน้าร้อนหรือหน้าหนาวที่ดวงอาทิตย์ดูเหมือนจะ "หยุด"
(Solstice แปลว่าดวงอาทิตย์หยุดนิ่ง)
การใช้รัศมีวงกลม (Radius Control)
การวางเสาทั้ง 13 ต้นจะวางเรียงเป็น ส่วนโค้งของวงกลม
มี "จุดสังเกตการณ์" (Observation Point) เป็นจุดศูนย์กลาง:
ระยะจากจุดยืนมองไปยังเสาทุกต้นจะ เท่ากัน (รัศมีคงที่)
การคำนวณระยะห่างระหว่างเสาจะใช้การลากเส้นตรงจากจุดสังเกตการณ์ไปยังตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในวันสำคัญ ๆ ของ ปฏิทิน 24 ปักษ์
โดย 12 ช่องว่างสอดคล้องกับเดือนทางจันทรคติ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ปฏิทิน 24 ปักษ์
ยุคเอ้อหลี่โถว/เถาซื่อ แบ่งปีออกเป็นช่วงย่อย ๆ (Solar Terms) เพื่อกำหนดปฏิทินการเกษตร
เอ้อหลี่โถว ก็มีหลักฐานการวางผังอาคารและแท่นบูชาที่ใช้หลักการเดียวกัน คือการวัดตำแหน่งดวงอาทิตย์เพื่อกำหนด "ปีดาวฤกษ์" และ "ปีสุริยคติ" เพื่อใช้บริหารจัดการแรงงานและการเพาะปลูกในอาณาจักร
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ดังนั้น ชาวจีนเมื่อ 4,000 ปีก่อน มีความรู้เรื่อง ระนาบสุริยวิถี (Ecliptic) และการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์
นักวิจัยในปัจจุบันลองสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์พบว่า หากยืนที่จุดศูนย์กลาง
แสงอาทิตย์จะลอดผ่านช่องเสาได้พอดีตามวันที่กำหนด โดยมีความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วันในรอบพันปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
จำนวน 13 เสาหิน จะทำให้เกิด "ช่องว่าง" (Slots) ทั้งหมด 12 ช่อง
แทน 12 เดือน: เพื่อให้สอดคล้องกับการโคจรของดวงจันทร์ (จันทรคติ) ใน 1 ปีสุริยะ แสงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านช่องที่ 1 ไปจนถึงช่องที่ 12 (จากฤดูหนาวไปฤดูร้อน)
และเคลื่อนที่ย้อนกลับมาที่เดิม รวมระยะเวลาประมาณ 365 วัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
วันปีใหม่ ยุคเถาซื่อ เสาต้นที่ 1 (ทิศใต้สุด) และเสาต้นที่ 13 (ทิศเหนือสุด) คือหลักยึดจุดที่ดวงอาทิตย์หยุดนิ่ง (Solstices) เพื่อให้คนโบราณรู้ว่า "ปีใหม่" กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
อุปกรณ์วัดมุมในยุคโบราณ (Observation Tools) ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "ปู๋กุ่ย" (Bu Gui) และหลักการทางเรขาคณิต:
ไม้กุ่ย (Gnomon/Sundial) เป็นเสาไม้หรือหินตั้งตรงยาวประมาณ 8 ฟุต (เรียกว่า "เปี่ยว")
ใช้สำหรับ วัดความยาวของเงา ในตอนเที่ยงวัน
เงายาวที่สุด = วันเหมายัน (ฤดูหนาว)
เงาสั้นที่สุด = วันครีษมายัน (ฤดูร้อน)
แผ่นหินวัดเงา (Shadow Template)
เป็นแผ่นหินราบที่มีขีดสเกลวางบนพื้นเพื่อบันทึกตำแหน่งของปลายเงาในแต่ละวัน ทำให้คำนวณ "มุมเอียง" ของดวงอาทิตย์ได้แม่นยำ
เชือกและวงเวียนดิน: ใช้เชือกมัดกับหลักไม้กลางจุดสังเกตการณ์ แล้วลากเป็นเส้นรอบวง (Circle) เพื่อให้เสาทั้ง 13 ต้นมีระยะห่างจากผู้มองเท่ากัน (รัศมีคงที่) ทำให้การมองลอดช่องมี "มุมมอง" (Field of View) ที่สม่ำเสมอ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
รอยบากบนเสา: เสาหินบางต้นอาจมีรอยบากหรือรูเจาะเพื่อบีบให้ลำแสงอาทิตย์
(Sunbeam) พุ่งผ่านเข้าเป็นเส้นตรง ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากความฟุ้งของแสง
"ฟันปลา" ของวัน (Uneven Spacing)
ดวงอาทิตย์ไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอบนขอบฟ้า เนื่องจากวงโคจรโลกเป็นวงรี
สอดคล้องกับระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้นจึงถูกคำนวณและปรับหน้างานจริง โดยการ "รอให้แสงลอด" ในวันที่สำคัญจริง ๆ แล้วจึงปักเสาลงไปตรงนั้น
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การเพิ่ม "เดือนที่ 13" (Intercalary Month) ในปฏิทินจีนยุคหลัง
"ปีจันทรคติ" (12 เดือน x 29.5 วัน = 354 วัน) สั้นกว่า "ปีสุริยคติ" (365.25 วัน) อยู่ประมาณ 11 วัน
ดังนั้น ผ่านไปไม่กี่ปี ฤดูหนาวจะกลายเป็นฤดูร้อน (วันเพ็ญเดือน 12 จะไปตกหน้าร้อน)
วิธีแก้ (เดือนอธิกมาส) ใช้ระบบ "19 ปี มี 7 เดือนอธิกมาส" โดยสังเกตจากตำแหน่ง เสาหิน 13 ต้น หากปีไหนที่ดวงอาทิตย์กลับมาที่จุดเดิม
(เช่น วันเหมายัน) แต่ดวงจันทร์ยังไม่ครบรอบเดือน
พวกเขาจะสั่งเพิ่ม "เดือนที่ 13" เข้าไปในปีนั้นทันที เพื่อ "ดึง" ให้ฤดูกาลกลับมาตรงกับดวงอาทิตย์
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
คณิตศาสตร์ของความยาวเงา (The Gnomon Mathematics)
อุปกรณ์หลักคือ "เปี่ยว" (Gnomon) หรือเสาไม้ตั้งตรง 8 ฟุต (ประมาณ 2.4 เมตร) โดยใช้หลักการ สามเหลี่ยมคล้าย
การคำนวณวันสำคัญ:
วันเหมายัน (Winter Solstice): เงาจะ ยาวที่สุด (ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำสุด)
วันครีษมายัน (Summer Solstice): เงาจะ สั้นที่สุด (ดวงอาทิตย์อยู่หัวพอดี)
สูตรหาจุดกึ่งกลาง (Equinox)
ใช้การสังเกตวันที่ "เงาตอนเช้าและเย็นลากเป็นเส้นตรงเดียวกัน"
ผ่านฐานของเสาเปี่ยว ซึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะในวันวิษุวัตเท่านั้น
การวัดเงาช่วยให้คำนวณค่าของปีได้ถึง 365.25 วัน
เศษ 0.25 คือที่มาของปีอธิกสุรทิน หรือการเพิ่มวันที่ 29 ก.พ. ในสากล
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เงาบนพื้น บอกเวลาใน 1 วัน (นาฬิกาแดด)
แสงลอดช่องเสา บอกตำแหน่งใน 1 ปี (ปฏิทินดาวฤกษ์)
เพื่อประกาศ "ตารางการเพาะปลูก" ที่แม่นยำ
การใส่ "เดือนอธิกมาส" (Leap Month) ของจีน
กฎการไม่มี "ปักษ์กลางเดือน" (无中气 - Wú Zhōng Qì)
ระบบ 24 ปักษ์ จะแบ่งปักษ์ออกเป็น 2 ประเภทสลับกัน คือ ปักษ์ต้นเดือน
(Jie Qi) และ ปักษ์กลางเดือน (Zhong Qi)
เดือนปกติ: จะต้องมี "ปักษ์กลางเดือน" ตกอยู่ในเดือนนั้นอย่างน้อย 1 ครั้ง
บอกจุดพีคหรือจุดกึ่งกลางของเดือนนั้นๆ (ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินการเพิ่ม เดือนอธิกมาส)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
4 จุดสำคัญที่เป็นรากฐาน
ชุนเฟิน (Spring Equinox): กลางฤดูใบไม้ผลิ วันที่กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน
ซย่าจื้อ (Summer Solstice): วันที่กลางวันยาวที่สุดในรอบปี (จุดสูงสุดของหน้าร้อน)
ชิวเฟิน (Autumn Equinox): กลางฤดูใบไม้ร่วง วันที่กลางวันยาวเท่ากับกลางคืนอีกครั้ง
ตงจื้อ (Winter Solstice): วันที่กลางคืนยาวที่สุดในรอบปี (จุดสูงสุดของหน้าหนาว)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
แหล่งโบราณคดี ชิงไถ (Qingtai) และ ซวงหวยซู่
อายุ: ประมาณ 5,000 - 5,300 ปี
วัฒนธรรมหยางเฉา (Yangshao) ค้นพบการวางหม้อตามตำแหน่งกลุ่มดาวหมีใหญ่ ๆ จะหมุนรอบดาวเหนือเสมอ
"ด้าม" ของกลุ่มดาวหมีใหญ่เป็นเข็มนาฬิกาจักรวาล หากด้ามชี้ไปทิศตะวันออกคือฤดูใบไม้ผลิ,ทิศใต้คือฤดูร้อน, ทิศตะวันตกคือฤดูใบไม้ร่วง และทิศเหนือคือฤดูหนาว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ลำดับเวลา ดาราศาสตร์และปฏิทินโลก
"อาณาจักรเหอโหลวโบราณ" วัฒนธรรมหยางเฉา (Yangshao) ยุคซวงหวยซู่ (Shuanghuaishu) อายุประมาณ 5,300 ปี ใช้ระบบ ปีดาวฤกษ์
การวางหม้อ 9 ใบจึงเป็นการบันทึก "แผนที่ฟ้าจริง"
กลุ่มดาวหมีใหญ่ (Big Dipper) มีดาวสว่างหลัก 7 ดวง จุดเริ่มต้นของ ปีดาวฤกษ์ และการใช้ดวงดาวกำหนดฤดูกาล
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หลักฐานโบราณคดีและการมองเห็น "อาณาจักรเหอโหลวโบราณ" ลุ่มแม่น้ำเหลือง
วัฒนธรรมหยางเฉา (Yangshao) ยุคซวงหวยซู่ (Shuanghuaishu)
ในอดีต ชาวเปอร์เซีย มองโลกในแง่ดี มีจำนวน 9 ดวง เป็นรูปกระบวย(ดาวเมรัก, ดูเบ, เฟกดา, เมเกรซ, อลิออธ, มิซาร์, อัลไกด์)
ดาวดวงที่ 8 (ดาวคู่แฝด Alcor) อยู่ติดกับดาวมิซาร์ (ตรงข้อต่อด้ามกระบวย) ปัจจุบันก็ยังมองเห็นได้ถ้าฟ้ามืดสนิท
ดาวดวงที่ 9 (ดาวจางแสงหรือตำแหน่งเปลี่ยน) ดาวฤกษ์ที่จางลง
อาจเป็นดาว 76 Ursae Majoris
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ปัจจุบัน นักดาราศาสตร์
นับกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) มีดาวที่มองเห็นประมาณ 71 - 125 ดวง มืดสนิทและไม่มีแสงรบกวน
คณิตศาสตร์จีนโบราณ การวางหม้อ 9 ใบ เลข 9 คือเลขสูงสุด (Yang) กลุ่มดาวจระเข้ (Big Dipper) สัมพันธ์กับ
"จตุรัสลั่วซู" (Lo Shu Square) 5,300 ปีก่อน ซึ่งเป็นตารางคณิตศาสตร์ 3x3 ที่ผลรวมทุกแนวเท่ากับ 15
ใช้ "มุมของดวงดาว" ในการวางแนวถนน
การหา "มุมฉาก" และ "เส้นขนาน"
จนทำให้ผังเมืองดูเป็นระเบียบแม้จะสร้างเมื่อ 5,300 ปีก่อน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
คณิตศาสตร์จีนโบราณ เลข 9 คือเลขสูงสุด (Yang) สัมพันธ์กับ "จตุรัสลั่วซู" (Lo Shu Square) 5,300 ปีก่อน กับอนุกรมฟู่ซี
ความสอดคล้องหม้อเซรามิก 9 ใบถูกวางไว้ในตำแหน่ง ด้านหน้าซากอาคารบ้านเรือนที่เรียกว่า F12 พื้นที่อยู่อาศัยส่วนกลาง (Central Residential Area) ของเขตเมืองโบราณ อาณานิคมเหอโหลว 5,300 ปีก่อน
หม้อ 9 ใบ ที่วางในอาคารแห่งหนึ่งในอาณาจักรเหอโหลว อายุ 5,300 ปี มีระยะห่างและองศาที่จำลองสัดส่วนของกลุ่มดาวหมีใหญ่บนท้องฟ้าจริง ต้องใช้การวัดระยะ (Scaling) จากท้องฟ้าลงมาสู่พื้นดิน
ผังเมืองรูปสี่เหลี่ยม: ซวงหวยซู่มีการขุดคูเมืองซ้อนกัน 3 ชั้นเป็นรูปวงแหวนล้อมรอบเขตที่พักอาศัยรูปสี่เหลี่ยม
สัดส่วน 3:2 หรือ 2:1: ระยะห่างของคูเมืองแต่ละชั้นมีสัดส่วนทางคณิตศาสตร์ที่คงที่ "หน่วยวัดมาตรฐาน" (Standard Unit) และแบ่งพื้นที่ใช้งาน ระหว่างเขตที่พักอาศัย เขตพิธีกรรม และเขตกักเก็บน้ำ
เข็มนาฬิกาจักรวาล
การวางหม้อดิน 9 ใบตามกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Big Dipper)
เป็นการสร้าง "หน้าปัดนาฬิกาบนดิน"
ตำแหน่งด้ามของกลุ่มดาวหมีใหญ่ที่หมุนรอบดาวเหนือจะบอกทั้ง "เวลาในหนึ่งคืน" และ"ฤดูกาลในหนึ่งปี" (ปีดาวฤกษ์) อย่างแม่นยำ
ดาราศาสตร์เชิงระบบ (Systematic Astronomy)
การจำลองท้องฟ้า (Celestial Mapping): เป็นหลักฐานการทำแผนที่ดาวที่เก่าแก่ที่สุด ต้องใช้การวัดมุมและระยะทางที่ซับซ้อน
จุดกำเนิดปฏิทินจีน: ระบบนี้ส่งต่อภูมิปัญญาไปยังยุค เถาซื่อ (Taosi) เพื่อสร้างหอสังเกตการณ์ 13 เสา
ยุคชิงไถ (Qingtai) – ประมาณ 5,000 ปีก่อน หลักฐาน: พบการวางหม้อดินรูปดาวหมีใหญ่ในลักษณะเดียวกัน แต่เริ่มมีการจัดผังพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่ซับซ้อนขึ้นในลุ่มแม่น้ำเหลือง
สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ในอังกฤษ
5,000 ปีก่อน
มีขุดร่องดินวงกลมและคันดิน (Henge) 56 หลุม
ประมาณ มีการกล่าวว่า จันทรุปราคา 3 รอบ (18.61 x 3 = 55.83) ดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์อาจยังไม่ทำมุม "เป๊ะ" กับแนวหินสโตนเฮนจ์
รอบ 56 ปี (3 รอบใหญ่): เป็นจุดที่ "ฤดูกาล + ตำแหน่งดวงอาทิตย์ + ตำแหน่งดวงจันทร์"
จะกลับมาเรียงตัวตรงกับช่องหิน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
มหาพีระมิดแห่งกีซา ประมาณ 4,500 ปีก่อน
[2,500 ปีก่อนคริสตกาล]
วางแนวล้อมรอบแกน ทิศเหนือ-ใต้-ตะวันออก-ตะวันตก มีความคลาดเคลื่อนเพียง 0.05 องศา
ภายในพีระมิดคูฟูมีช่องทางเดินแคบๆ ช่องด้านเหนือที่พุ่งออกไปสู่ท้องฟ้าเล็งไปยังดาวดาวทูแบน (Thuban) ซึ่งเป็น "ดาวเหนือ"
และช่องด้านใต้เล็งไปที่ กลุ่มดาวนายพราน (Orion)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อียิปต์โบราณใช้ ดาวซิริอุส (Sirius) และระบบ Sothic Cycle ในการคำนวณปีดาวฤกษ์และวางผังสิ่งก่อสร้าง
บันทึกปาปิรัสอาบูเซอร์ (Abusir Papyri) อักษร เฮียราติก (Hieratic) อายุประมาณ 4,400 - 4,300 ปีก่อน
[2,400 -2,300 ปีก่อนคริสตกาล]
จดหมายเหตุการบริหารวิหารและเอกสารธุรการ
แต่มีการบันทึก "วันที่" ตามปฏิทินอียิปต์อย่างละเอียด
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ที่แหล่งโบราณคดี เถาซื่อ (Taosi) ในมณฑลซานซี ประเทศจีน ถือเป็นหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง อายุประมาณ 4,100 ปี ใช้ระบบเสาหินในการคำนวณปฏิทินสุริยะอย่างแม่นยำ
โดยมองผ่านเสาดินอัดจำนวน 13 ต้นเรียงตัวเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลม มีช่องว่าง 12 ช่องจุดเล็งแสงอาทิตย์ยามเช้า
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เมโสโปเตเมีย (บาบิโลน มีการบันทึกตำแหน่งดาวเคราะห์และดาวฤกษ์บนแผ่นดินเหนียว 4,000 ปีก่อน
[2,000 ปีก่อนคริสตกาล]
ใช้ปฏิทินสุริยจันทรคติ และใช้กลุ่มดาวนักขัตฤกษ์เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สโตนเฮนจ์ เมื่อ 4,600–4,100 ปีที่แล้ว การนำหินขนาดกลาง (Bluestones) มาวางเรียงประมาณ 80 ก้อน วงกลม 2 ชั้นซ้อนกัน ถูกรื้อ ถอน และวางใหม่หลายครั้ง หลักฐานปัจจุบัน ตัวหินจริง ๆ เหลืออยู่ประมาณ 43 ก้อน จึงยังไม่สอดคล้องกับดาราศาสตร์
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ยุคดาราศาสตร์สโตนเฮนจ์
ประมาณ 4,000 - 3,500 ปีที่แล้ว
เป็นช่วงที่มีการนำ หินทราย (Sarsen stones) ขนาดมหึมาวางเป็นรูปเกือกม้าและวงกลมชั้นใน
และเป็นช่วงที่เครื่องมือวัดมุมแสงอาทิตย์มีความชัดเจนที่สุด วางเป็นรูป เกือกม้า (Trilithons) และ วงกลมชั้นนอก
บีบให้แสงอาทิตย์ในวัน ครีษมายัน (Summer Solstice)
และ เหมายัน (Winter Solstice)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ปฏิทินเอ้อหลี่โถว (Erlitou Calendar)
ยุคสำริดตอนต้นของจีน ประมาณ 3,900 - 3,500 ปีก่อน [1,900–1,500 ปีก่อนคริสตกาล]
ผังเมืองรูปสี่เหลี่ยม "ฟ้ากลม ดินเหลี่ยม" ทิศวางตาม เหนือ-ใต้ที่แม่นยำ (เบี่ยงจากทิศเหนือแม่เหล็กเพียง 3-8 องศา) บางตำราบอกว่า 1 -2 องศา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
กรีกโบราณ: ฮิปปาร์คัส (Hipparchus)
2,200 ปีก่อน
[ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล]
พิสูจน์ความแตกต่างระหว่าง ปีดาวฤกษ์ และ ปีสุริยคติ
พิสูจน์ว่าตำแหน่งของดาวฤกษ์มีการเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เมื่อเทียบกับจุดวิษุวัต
(Precession)
จารึกคาโนปัส (Canopus Decree) สร้างขึ้นเมื่อ 2,264 ปีก่อน
[วันที่ 7 มีนาคม 238 ปีก่อนคริสตกาล]
จารึก 3 ภาษา (Trilingual) ได้แก่ อักษรภาพอียิปต์, อักษรเดโมติก และภาษากรีกโบราณ
อธิกสุรทิน: จารึกนี้ระบุให้มีการเพิ่ม วันที่ 366 ทุกๆ 4 ปี
โดยเพิ่ม 1 วันหลัง "วันอธิกมาส" 5 วันเดิมที่มีอยู่แล้ว) เพื่อให้การปรากฏของ ดาวซิริอุส
ตรงกับวันที่ 1 เดือนพะยอนี
ปกติปฏิทินอียิปต์มี 365 วัน ซึ่งสั้นกว่าปีจริงปีละ 0.25 วัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อินเดียโบราณประมาณ 1,500 - 1,200 ปีก่อน
[ค.ศ. 500 -.800]
มีการคำนวณปีดาวฤกษ์ 365 วัน 6 ชั่วโมง 12 นาที 30.36 วินาที
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
โฆษณา