27 มี.ค. เวลา 00:16 • ข่าวรอบโลก

อิหร่านส่งมิสไซล์บึ้มกองเรือบรรทุกเครื่องบินรบของ"สหรัฐ"

วิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง: เมื่อการเผชิญหน้าขยายวงกว้างและไร้ทางออก
​สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังก้าวเข้าสู่จุดที่เปราะบางอย่างยิ่ง เมื่อมหาอำนาจและกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ เริ่มเปิดฉากตอบโต้กันอย่างรุนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอก นำมาซึ่งความกังวลว่าความขัดแย้งนี้อาจลุกลามกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล
​จุดเริ่มต้นของความตึงเครียดระลอกล่าสุดนี้ มาจากการที่กองทัพสหรัฐฯ มีแผนส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปยังบริเวณเกาะต่าง ๆ ของอิหร่านและช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับรัฐบาลอิหร่าน โดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาประกาศเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า
หากสหรัฐฯ ปฏิบัติการภาคพื้นดินจริง อิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้ด้วย "แนวรบแบบเซอร์ไพรส์" และเป้าหมายการโจมตีจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่กองทัพสหรัฐฯ เท่านั้น แต่รวมไปถึงประเทศที่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งอิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชีย ยุโรป และอเมริกา หากเส้นทางนี้ถูกปิดตัวลง ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์โลกแบบ 100%
​ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธในเลบานอนอย่าง "ฮิซบอลเลาะห์" ก็ทวีความรุนแรงขึ้นไม่แพ้กัน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันที่จะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนต่อไป
โดยเฉพาะการสร้าง "Buffer Zone" หรือเขตกันชนในพื้นที่เลบานอนตอนใต้ เพื่อผลักดันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกไปและป้องกันการรุกรานชายแดนทางเหนือของอิสราเอล แม้จะมีการเรียกร้องให้หยุดยิงจากชาติตะวันตกก็ตาม
​ทางด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยนายนาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่ม ได้ออกมาตอบโต้ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวเช่นกัน โดยระบุว่าจะไม่มีการเจรจาใด ๆ กับอิสราเอลตราบเท่าที่เลบานอนยังถูกโจมตี การบังคับให้เจรจาภายใต้เงื่อนไขความขัดแย้งและการกดดันให้ละทิ้งอาวุธตามความต้องการของอิสราเอลนั้น ถือเป็นการบังคับให้ยอมจำนนซึ่งทางกลุ่มไม่อาจยอมรับได้
​นอกจากนี้ การเผชิญหน้าในน่านน้ำยังคงดุเดือด เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) อ้างว่าได้ระดมยิงขีปนาวุธเข้าใส่กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของสหรัฐฯ เพื่อกดดันให้เปลี่ยนตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ทางกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกมาปฏิเสธและยืนยันว่ากองเรือยังคงปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติและไม่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้น
​โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้เปรียบเสมือนน้ำผึ้งหยดเดียวที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทุกฝ่ายต่างยึดถือแนวทางของตนเองและใช้กำลังทหารเป็นเครื่องมือหลักในการต่อรอง ทำให้โอกาสในการเจรจาสันติภาพดูริบหรี่ลงทุกที ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนไปถึงเศรษฐกิจและความมั่นใจของมวลมนุษยชาติทั่วโลก
พลวัตการเมืองโลก: เมื่อขั้วอำนาจใหม่ก่อตัว ท่ามกลางวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง
​ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงคุกรุ่น การเคลื่อนไหวของเหล่าผู้นำโลกในภูมิภาคอื่น ๆ กลับสะท้อนให้เห็นถึงการจัดระเบียบขั้วอำนาจใหม่ และการพยายามหาทางออกผ่านวิถีทางการทูตท่ามกลางสภาวะสงครามที่แผ่ขยายวงกว้าง
​นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ออกมาแสดงทัศนะอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมมือกันโจมตีอิหร่านนั้น ถือเป็นการก่อการร้ายและการรุกรานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ นายคิมยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยชี้ว่านี่คือทางรอดเดียวของเกาหลีเหนือหากเกิดสงคราม และเป็นบทเรียนจากการที่เกาหลีเหนือไม่หลงกลคำลวงของสหรัฐฯ ที่พยายามให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือยังไม่ปิดประตูการเจรจากับสหรัฐฯ แต่ตั้งเงื่อนไขสำคัญว่า สหรัฐฯ ต้องยอมรับเกาหลีเหนือในฐานะ "รัฐนิวเคลียร์" และยุติโนยบายที่เป็นศัตรูทั้งหมด
​ในมิติของการสร้างพันธมิตร เกาหลีเหนือได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกลุ่มประเทศที่ถูกตะวันตกคว่ำบาตร โดยมีการต้อนรับนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส ที่เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 25 มีนาคม
เพื่อกระชับความสัมพันธ์ การจับมือกันระหว่างเกาหลีเหนือ เบลารุส และรัสเซีย สะท้อนให้เห็นถึงการรวมตัวของกลุ่มขั้วอำนาจที่ต่อต้านอิทธิพลของชาติตะวันตกอย่างชัดเจน
​ทางฟากฝั่งของสหรัฐฯ และจีน มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ การเยือนครั้งนี้ถูกเลื่อนออกมาจากกำหนดเดิมในเดือนเมษายน เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและเงื่อนไขการเจรจาที่ซับซ้อน
​วาระสำคัญในการหารือระหว่างสองมหาอำนาจคาดว่าจะครอบคลุมหลายประเด็นวิกฤต ตั้งแต่สงครามอิหร่าน ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ไปจนถึงผลกระทบย่อยยับที่เกิดขึ้นกับระบบโลจิสติกส์ การค้าโลก และราคาพลังงานจากการสู้รบในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทางการจีนเองก็มีความต้องการอย่างชัดเจนที่จะให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
​บทสรุปของสถานการณ์โลกในขณะนี้ จึงมิใช่เพียงเรื่องของการสู้รบในสนามรบเท่านั้น แต่ยังเป็นการชิงไหวชิงพริบในสนามการทูตและการสร้างพันธมิตรใหม่ ๆ ซึ่งผลลัพธ์จากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางของความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกในอนาคต
แหล่งที่มา คลังความรู้โลกกว้าง
โฆษณา