26 มี.ค. เวลา 15:08
เรื่องราวทำนองนี้ ต้องลองไป ฝึกหัด .หาที่สงบ พักใจเรา ..เราก็ลองไปฝึกหัด ..ไปอยู่วัด กิรข้าวมื้อเดียวดู ข้าวก็มีคนใส่ ยื่นให้ ก่อนเค้าใส่ภาชนะ ให้ก็ จบสาธุ ลองไปฝึกหัดดู กินเพราะ ของที่เค้า ใส่สาธุมาให้ เราจะได้เรียนรู้จัก ว่าร่างกายเรานั้นต้องกายอะไร เรียนรู้ ในเรื่องราวว่า ร่าวกายต้องการอาหาร เอาธาตุนอกม่เสรเมธาตุใน ค่อยๆ ดูข้าวที่อยู่ในภาชนะ กว่าจะมาถึงเรร ต้องผ่านใครมาบ้าง
บางที่ก็ต้องฝึกตัวเอง ไปอยู่ทีที่ลำบากขาดแคลนเสียบ้าง เราจะได้รู้จักตัวเอง ..เราเคยคุยถามพระเรื่องธุดงค์ นั้นเป็นเรื่องขอบการฝึกหัด เรียนรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เราก็หาที่ลำบาก เพื่อรีดทุกข์ ออกมาจากกาย เพื่อจะ รู้จักทุกข์ แล้าก็สลัดทิ้งทุกข์นั้นออกไป ที่จิตนั้นหลงยึดทุกข์ โดยไม่รู้ตัว .นั้นก็เป็นเรื่องราวการเรียนรู้กายอารมณ์จิตอีกเหมือนกัน แต่ก็เป็นเรื่องราวของคำว่า สร้างบุญกุศล เพื่อให้การเกิดมันน้อยลงไป ลดละอารมณ์โลภโกรธหลง ให้ต้อยลงไป
คราวนี้เรามาดูชีวิต ที่อาศัยสิ่งที่ผ่านคนนั้นคนนี้ มันมีทั้งนายข้างลูกจ้าง พัวพันกันมากมาย หากไม่เค้าเหล่านั้น เราจะมีข้าวในจานมั้ย ที่เค้่เรียกว่า อุปถัมภ์ค้ำชู เกื้อกูลกันไป ครวนี้ หากว่า เราตัวคนเดียว .ไมีมีอะไรจะกิน เราไปขอใครกินได้มั้ย ขอปัจจัยมาใช้ได้มั้ย เรื่องทำงานทำมาหากินเลี้ยงดูสังขาร นายจ้างมีภาระมั้ย ที่ต้องหาเงินทอง ลูกจ้าง ก็ออกแรก แลกเปลี่ยนเป็นเง้นตอบแทน นั่นก็เป็นเรื่องที่ว่า เมื่อมีกาย ต่างกมีภาระต้องดูแลกายที่จิตอาศัย
ส่วนเรื่องราของจิตใจ เรื่องราวอารมณ์นึกคิด ต่างๆ ที่เมื่อใช้กายไปหาปัญญา มันก็มีอารมณ์กรรม มีความเหนื่อย กันทั้งนั้น .สำคัญที่ว่า เราอดทน ที่ตะทำได้มั้น ทุกคนก็เยาดสุขสบาย ไม่ต้องทำการทำงาน มีคนตักน้ำตักท่า ป้อนข้าวให้ เราก็ไปดูคนติดเตียง แหม..มันสบายมีความสุขจริงมั้ย เมื่อเรายังมีร่างกายแข็งแรง มีสติ เราก็ หาปัจจัยมาเลี้ยงสังขาร ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เ ไม่ใข้กายไปหามา จะเป็นเถ้าแก่ แก่เฒ่า ยาจก ก็ต้องรีบผิดชอบ ดูแบกายของตนเอง เราก็ใช้กายนี้ให้มันเป็น
โฆษณา