2 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์

คอรีกำลังจะตาย ...

ใครคือคอรี?
คอรี (Kauri) คือต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์ หน้าตาคล้ายกับต้นสนยักษ์ ในหนังเรื่องจูราสสิคปาร์ค
พวกมันใหญ่โต โอ่อ่า แถมอายุยังยืนยาวได้ถึง 2,000 ปี มันเป็นไม้ที่ผูกพันกับชาวพื้นเมืองเป็นอย่างมาก เหมือนกับที่บ้านเราผูกพันกับต้นโพธิ์หรือต้นไทร
แต่วันนี้มันกำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลก
ต้นคอรีติดเชื้อประหลาดที่ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน แต่กำลังรุกคืบเข้าไปในผืนป่าขึ้นเรื่อยๆ
จากจำนวนหลักล้านต้นในยุคก่อน ทุกวันนี้เหลือเพียงสี่หมื่นกว่าต้นเท่านั้น และถ้าอาการจากเชื้อประหลาดมารวมกัน ปลายทางคือโทษประหารสถานเดียว
เกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ของคอรี ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ เดี๋ยววันนี้ WDYMean จะเล่าให้ฟัง
นิวซีแลนด์ ปี 1890
[ 1 ]
ฤดูใบไม้ร่วง ปี 2006 ณ แล็ปวิจัยแห่งหนึ่งของเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์
รอส บีเวอร์ (Ross Beever) นักพันธุศาสตร์วัยใกล้เกษียณ กำลังง่วนอยู่กับการสกัดเอาเชื้อออกจากยางไม้คอรี ที่เขาเก็บได้จากเกาะ Aotea อย่างใจจดใจจ่อ
ก่อนหน้าไม่นาน เขาได้รับแจ้งจากนักวิจัยด้วยกันว่า เจอต้นคอรีกลุ่มหนึ่งที่เริ่มจะขาวซีดผิดปกติ ใบร่วงหมดต้น แถมรากยังเน่าเกือบทุกจุด
ความแปลกของเรื่องนี้ก็คือ ต้นอ่อนที่มีอาการจะตายภายใน 6 สัปดาห์ ส่วนต้นที่โตเต็มวัย ดูอาการแล้วก็คงอยู่ได้อีกไม่กี่ปี
รอส บีเวอร์ นักพันธุศาสตร์วัยเก๋า
บีเวอร์เป็นคนฉลาด ด้วยความรู้ด้านเชื้อราที่แน่นกว่าใคร เขารู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะต้นไม้ที่มีอายุขัยเป็นพันปี จะล้มตายภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนได้ยังไง เหมือนกับมนุษย์เราที่อายุยืนได้ถึง 80 ปี แต่จู่ๆ ก็น็อคไปภายในไม่กี่ชั่วโมง
มันต้องมีบางอย่างไปกระตุ้น
และบางอย่างที่ว่านั้น นอนอยู่บนจานเพาะเชื้อของเขาแล้วตอนนี้
เขานำตัวอย่างเชื้อที่ได้ ไปตรวจหาลำดับ DNA เพื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเดิม ก่อนจะต้องอุทานในใจแบบผู้ดีเบาๆ
"ชิบหายละ"
เพราะลำดับ DNA ที่เขาได้ มันดันไม่ตรงกับเชื้อตัวไหนในสารบบเลย
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ด้วยความเร็วในการน็อคคอรีแต่ละต้น เชื้อที่เขาเจอมันไม่ใช่ "ไข้หวัด" แต่มันคือ "โรคระบาด" ที่พร้อมจะกวาดคอรีทั้งเกาะออกไปได้ภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วอายุคน!
ถามว่าเป็นเรื่องใหญ่ไหม?
ใหญ่ทีเดียวครับ เพราะคอรีคือแกนกลางของระบบนิเวศ นกทุกตัว แมลงทุกชนิด ต้องพึ่งพาคอรีเป็นเหมือนบ้าน ถ้าวันนี้บ้านหายไป แล้วที่เหลือจะอยู่กันอย่างไร
บีเวอร์รู้ดีว่านาฬิกานับถอยหลังไปแล้ว อีกไม่นานเชื้อนี้ก็จะแพร่สะพัดไปทั่วป่า แล้วสมบัติของชาติ ก็คงจะอยู่ไม่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของเขาเป็นแน่
เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
แต่ก่อนจะไปเสนอทางออกให้รัฐบาล เขาต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่า นี่มันเชื้อประเภทไหนกัน แล้วฝ่าระบบป้องกันของคอรีเข้าไปได้ยังไง?
เราจะไปทัวร์นิวซีแลนด์กันสักครู่ครับ
เกาะเหนือและเกาะใต้ของนิวซีแลนด์
[ 2 ]
นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่แบ่งออกเป็นเกาะเหนือและเกาะใต้อย่างชัดเจน ด้วยภูมิประเทศที่แยกตัวจากออสเตรเลียมานานมาก ทำให้ธรรมชาติที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนเลยในโลก
เกาะใต้จะวางตัวอยู่ใกล้กับขั้วโลก มีสภาพอากาศที่หนาวเย็น มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง มีชั้นหินเป็นแหล่งของก๊าซธรรมชาติ
ส่วนเกาะเหนือวางตัวอยู่ในทิศที่หันไปทางเส้นศูนย์สูตร ใกล้กับจุดที่รับแสงอาทิตย์ในทุกฤดูกาล ทำให้ปลายเกาะมีอากาศที่อุ่นกว่า มีลมประจำพัดพาฝนมาตลอดทั้งปี
เกาะเหนือจึงเป็นที่อยู่ของป่าฝนและสัตว์ป่าจำนวนมาก ตั้งแต่ ค้างคาวหางยาว นกโทโรอา นกกีวี รวมถึงต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่—ต้นคอรี
ต้นคอรี
คอรีเป็นต้นไม้ที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า 20 ล้านปีแล้ว ต้นตระกูลของคอรีคือ ‘ต้นสน’ ที่เราเคยเห็นในหนังจูราสสิคพาร์ค พวกมันทั้งใหญ่โต โอ่อ่า มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างได้ถึง 4.4 เมตร และอายุยืนนานได้ถึง 2,000 ปี
เหตุผลที่อายุยืนได้ขนาดนี้ต้องบอกว่าเกิดจากสองปัจจัยครับ ปัจจัยแรกคือ ‘สภาพแวดล้อม’ ส่วนปัจจัยที่สองคือ ‘การปรับตัว’
คอรีเป็นต้นไม้ที่โตในสภาพดินที่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นกรด แร่ธาตุเกือบทั้งหมดจึงมักจะกองอยู่บริเวณชั้นบนของหน้าดิน มันจึงต้องปรับตัวด้วยการแตกแขนงรากออกไปทางด้านกว้างเพื่อดูดซึมสารอาหาร ซึ่งนั่นก็เป็นผลดีกับการยึดโยงลำต้นไม่ให้สั่นไหวไปกับแรงลม
เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม คอรีมีระบบป้องกันที่สั่งสมมานานกว่าสิบล้านปี คือการผลัดเปลือกไม้และใบเพื่อป้องกันปรสิตและพืชอิงอาศัย (ที่อาจเป็นบ้านใหม่ให้กับเชื้อรา) แถมส่วนที่ถูกผลัดออกไปก็ยังมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ทำให้หน้าดินบริเวณรอบ ไม่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของวัชพืชชนิดไหนเลย
คอรีทุกต้นจึงเติบโตแบบไร้คู่แข่ง และยืนยงอยู่ได้มานานนับพันปี
แต่วันนี้เรารู้แล้วว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้น
หลังผ่านยุคปล้นทรัพยากรในศตวรรษที่ 19 ปริมาณคอรีก็ลดลงอย่างน่าใจหาย จากจำนวนหลักล้านต้นในยุคก่อน ทุกวันนี้เหลือเพียงเพียงสี่หมื่นกว่าต้นเท่านั้น แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสิ่งที่กำลังไล่ตามมาทีหลัง (เพราะกฎหมายหยุดคนได้ แต่หยุดสิ่งมองไม่เห็นไม่ได้)
ช่วงปี 1970 เริ่มมีคนพบเห็นอาการขาวซีดของคอรีบนพื้นที่เกาะ Aotea ห่างจากชายฝั่ง 55 ถึง 60 ไมล์แต่พวกเขาไม่เอะใจอะไร
กระทั่งช่วงยุค 2000 มีคอรียักษ์ต้นหนึ่งติดเชื้อประหลาดนี้ขึ้นมา และตายลงภายในเวลาไม่ถึงปี อาการเดียวกัน แต่ตายเร็วกว่าเดิม ปัญหานี้จึงใหญ่เกินกว่าจะมองข้ามอีกแล้ว
ข่าวการระบาดจึงแพร่สะพัดไปทั่ว หน่วยงานรัฐต้องเร่งหาทางแก้ไข
แล้วเรื่องราวก็มาหยุดที่หน้าแล็ปวิจัย ของชายวัยเก๋าใกล้เกษียณที่ชื่อ รอส บีเวอร์
อาการประหลาดที่เกิดขึ้นกับคอรี
[ 3 ]
เชื้อที่บีเวอร์พบนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท ราน้ำ
ราน้ำจะหน้าตาคล้ายๆ กับเชื้อรา แต่หลังบ้านของมันไม่เหมือนกันเลย เชื้อราพ่นจะสปอร์ออกไปตามลม แต่เจ้าราน้ำนี่จะใช้วิธีว่ายน้ำไป
ความพิเศษหนึ่งของราน้ำก็คือ มันมีหางที่ช่วยใช้ว่ายสวนกระแส ถ้าเป้าหมายอยู่ห่างกัน มันก็พร้อมพุ่งทะยานไปฝังตัว
บีเวอร์ตั้งชื่อให้กับเชื้อใหม่ป้ายแดงนี้ว่า Phytophtora agathidicida แปลความได้ว่า นักฆ่าแห่งป่าคอรี แต่ผมขอเรียกเจ้าเชื้อนี้ สั้นๆ ว่าเจ้า PA ก็แล้วกันนะครับ
และวิธีการที่ราน้ำกระจิ๊ดริดอย่าง PA ใช้ล้มยักษ์อย่างคอรี เขาพบว่ามันเริ่มต้นอย่างนี้ครับ
ราน้ำ PA
มันเริ่มจากการลอยเท้งเต้งของจุลชีพคล้ายขวดน้ำเต้า ไม่มีจุดหมายใดๆ สภาวะเดียวในตอนนี้คือ หลับ
คุณจะเห็นโครงสร้างกระเปาะที่ใหญ่เกินหน้าเกินตา สิ่งนี้คือ โอโอสปอร์ (Oospore) มันคือแหล่งพลังงานช่วยให้เซลล์โดยรวมอยู่รอด แม้จะไม่มีอาหารเลยไปอีก 10 ถึง 15 ปี
กระทั่งมีกลิ่นเหยื่อโชยมา
ทุกๆ การสร้างรากใหม่ของคอรี จะต้องมีของเหลวที่อุดมไปด้วยโปรตีนแตกซึมออกมาด้วย เชื้อ PA จะใช้สิ่งนี้เป็นสัญญาณเหมือนฉลามได้กลิ่นคาวเลือด เพื่อจะบอกตัวเองว่า เฮ้ย! ตื่นเว่ย! แล้วทุกระบบก็จะตื่น พร้อมสร้างกองทัพขยายเผ่าพันธุ์
ตลอดชีวิตของคอรี มันเคยเจอแต่ศัตรูที่มาจากทางบกกับทางอากาศ (เชื้อรา ปรสิต พืชอิงอาศัย) กลยุทธ์ที่เอาไว้ต่อกรจึงมีเพียงการลอกเปลือกเก่าออกแล้วไล่ให้พ้นๆ ไป
แต่การมาถึงของมนุษย์เรา ทำให้เชื้อที่ไหนไม่รู้ เดินทางไปที่ไหนก็ได้ เรานำพาสิ่งที่เรียกว่า พันธุ์ต่างถิ่นเข้ามา (Alien Species)
เห็นได้จากการที่เจ้า PA เลือกโจมตีด้วยวิธีการที่คอรีไม่เคยเจอมาก่อน พวกมันมาทางน้ำ และคอรีไม่มีเกราะป้องกันบริเวณราก ซึ่งจมน้ำ
เมื่อฝนตกจนน้ำขังได้ที่ เชื้อ PA จะเริ่มแบ่งตัว มันจะสร้างกระเปาะใหม่คล้ายหัวเห็ดชื่อ สปอแรนเจียม (Sporangium) ที่ข้างในจะอัดแน่นไปด้วยสปอร์มีหางนับร้อย เมื่อได้สัญญาณ สปอร์เหล่านี้ก็จะว่ายทะยานออกไปหารากของคอรี
สปอแรนเจียม (เม็ดแดงๆ ข้างในคือสปอร์)
เมื่อไปถึงและยึดรากได้ มันจะเริ่มสร้างเส้นใยท่อขาวๆ เจาะทะลุรากลงไปเรียกว่า ไมซีเลีย (Mycelia) เพื่อดูดกินพลังชีวิตทางท่ออาหารเสมือนพยาธิ ก่อนจะค่อยๆ ส่งกองกำลังเข้าไปในท่อเพื่อยึดเอาทรัพยากรมาให้ได้ทั้งต้น
แต่ใช่ว่าคอรีจะยอม มันก็โต้กลับด้วยการขับยางไม้ออกมาเพื่อปิดท่อที่ติดเชื้อ ซึ่งคือยางไม้เดียวกันกับที่บีเวอร์ไปเก็บมาจากเกาะนั่นล่ะ
ระหว่างที่ส่วนรากกำลังซัดกันนัวนี้เอง ส่วนปลายของต้นจะเริ่มขาดอาหารเพราะท่อด้านล่างพัง เมื่อขาดอาหาร กิ่งก้านจะเริ่มขาวซีดและตายไล่ลงมา ใบจะเริ่มร่วงจากบนสุดจนถึงส่วนล่าง
โรคนี้จึงถูกเรียกว่า Dieback disease เพราะมันตายย้อนลงมา จนกระทั่งมันตายไปจริงๆ
ส่วนเจ้าเชื้อ PA นั้นหาได้ตายไปกับเหยื่อไม่ มันยังสร้างสปอร์แพร่พันธุ์ใส่ต้นอื่นต่อไป จนกว่าจะเหลือคอรีต้นสุดท้ายให้ขยายพันธุ์
. . .
สิ่งนี้คือภาพสะท้อนที่ชัดมากเมื่อข้อได้เปรียบกลายเป็นจุดอ่อน เพราะตามหลักแล้วอย่างน้อยต้นไม้ที่สูงมากกว่า 50 เมตร รากต้องอยู่ลึกพอๆ กัน
แต่รากของคอรีโตมากับดินที่สารอาหารอยู่ตื้น ทำให้มันลึกได้เพียงแค่ 60 เซนติเมตรจากพื้นดินเท่านั้น ข้อดีคือรากจะแตกออกไปค้ำจุนทางด้านข้าง แต่เมื่อฝนตกและน้ำขัง รากจะกลายเป็นเป้านิ่งถูกปรสิตอย่างราน้ำ คุกคามไปโดยปริยาย
[ 4 ]
ทางออกที่ทีมของบีเวอร์พอจะให้กับรัฐบาลได้ คือ รณรงค์และตีกรอบเขตอนุรักษ์
พวกเขารณรงค์ให้นักท่องเที่ยวขัดรองเท้า ฉีดยาฆ่าเชื้อ และเดินตามเส้นทางที่วางไว้
รวมถึงยังมีการทำสื่อเว็บไซต์ kauriprotection.co เพื่อให้ข้อมูลด้านงานวิจัย สาเหตุของโรค แผนการอนุรักษ์ และเส้นทางเดินที่เปิดหรือปิดสำหรับผู้ที่ต้องการมาเห็นต้นคอรีด้วยตา
เรื่องนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ปัญหา Alien Species นั้นอันตรายขนาดไหน เพราะมันมีอิทธิพลถึงขั้นเปลี่ยนระบบนิเวศทั้งระบบได้เลย
อย่างบ้านเราก็เจอปลาหมอคางดำ ที่ขยายพันธุ์จนเกินกว่าปลาพื้นเมืองจะรับไหว หรือผักตบชวา ที่นำเข้ามาจากอเมริกาใต้แล้วดันทำลายแหล่งน้ำ จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง
คอรีกับราน้ำชนิดนี้ก็ไม่ต่างกันครับ
เรื่องบอกให้เรารู้ว่าธรรมชาตินั้นละเอียดอ่อนมากขนาดไหน ก็ได้แต่หวัง และเอาใจช่วยทีมหน้างานว่ามาตรการที่เริ่ทบังคับใช้นี้ จะลดจำนวนต้นคอรีที่ตายได้ในเร็ววัน ...
มิเช่นนั้นในอีกไม่กี่สิบปีต่อจากนี้ ต้นคอรีอาจถูกลบหายไปจากโลกของเราอย่างไม่มีวันหวนกลับ ... ตลอดกาล
#WDYMean
อ้างอิงจาก
โรค Kauri dieback
งานวิจัยของเชื้อ PA ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยันชีวะ
อ้างอิงรูปภาพจาก Pixabay, google image, Wikipedia
โฆษณา