วันนี้ เวลา 08:00 • สิ่งแวดล้อม

“พลาสติก” ต้นตอเกิด “สาหร่ายสะพรั่ง” ทั่วโลก

“พลาสติก” ต้นตอเกิด “สาหร่ายสะพรั่ง” ทั่วโลก โดยไมโครพลาสติกจะทำลายสัตว์น้ำขนาดเล็กที่กินสาหร่าย ทำให้สาหร่ายเติบโตขึ้นมาก จนระบบนิเวศถูกทำลาย น้ำขาดออกซิเจนเศรษฐกิจเสียหายจากการปิดชายหาย ทำประมงไม่ได้
“ปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง” (Harmful Algal Blooms) เป็นวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยล่าสุดงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (UCSD) ได้ค้นพบหลักฐานสำคัญที่ระบุว่า “พลาสติก” อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการสะพรั่งของสาหร่ายพิษเหล่านี้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบนิเวศทางน้ำ
ปัจจุบัน พื้นที่หลายแห่งทั่วโลกต้องเผชิญกับสาหร่ายพิษที่มีความเข้มข้นในระดับอันตราย เช่น ในออสเตรเลียตอนใต้ที่เกิดปรากฏการณ์สาหร่ายพิษสะพรั่งยาวนานถึง 9 เดือน ครอบคลุมพื้นที่หลายพันกิโลเมตร และเป็นสาเหตุให้สัตว์ทะเลตายไปเป็นจำนวนมหาศาล
เดิมทีนักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากสารเคมีและน้ำเสียจากบนบก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ แต่ข้อมูลใหม่ชี้ให้เห็นว่า พลาสติกที่เกิดจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่งรุนแรงขึ้น โดยจะทำลายสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ ที่มีหน้าที่ควบคุมปริมาณสาหร่าย
คณะวิจัยจากแผนกนิเวศวิทยา พฤติกรรม และวิวัฒนาการ ร่วมกับแผนกเคมีและชีวเคมีของ UCSD ทำการศึกษาเป็นเวลา 3 เดือน การทดลองนี้ใช้ระบบนิเวศบ่อจำลองจำนวน 30 บ่อ เพื่อเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับห่วงโซ่อาหาร โดยพบว่าในบ่อทดลองที่มีพลาสติกจากฟอสซิล มีจำนวนของแพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์น้ำขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญในการกินสาหร่ายลดลงอย่างรวดเร็วทันทีที่สัมผัสกับไมโครพลาสติก
เมื่อขาดแพลงก์ตอนสัตว์ สาหร่ายในบ่อเหล่านั้นจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่งที่หนาแน่นและคงอยู่ยาวนาน แตกต่างกับบ่อที่ทดสอบด้วยพลาสติกชีวภาพ เช่น น้ำมันจากพืชหรือสาหร่าย ที่แทบไม่เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ เนื่องจากสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่า ทำให้ลดระยะเวลาที่อนุพลาสติกจะไปทำอันตรายต่อสัตว์ขนาดเล็กในระบบนิเวศ
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบการเปลี่ยนแปลงในระดับจุลินทรีย์ โดยมีการเกิดกลุ่มแบคทีเรียเฉพาะตัวที่เติบโตบนพื้นผิวพลาสติก หรือที่เรียกว่า “พลาสติสเฟียร์” (plastisphere) ซึ่งอาจส่งผลต่อการหมุนเวียนของสารอาหารและความต้องการออกซิเจนในน้ำ ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนออกซิเจนเมื่อสาหร่ายตายลง
ปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่งยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดยในสหรัฐเพียงแห่งเดียว ประเมินว่าสร้างความสูญเสียอย่างน้อย 82 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากการปิดชายหาดและผลกระทบต่อการประมง
โฆษณา