27 มี.ค. เวลา 14:39 • ธุรกิจ

“ยกระดับ”ตลาด” หรือแค่ “อยู่รอด”?

McKinsey วิจัย 5,000 บริษัทใน 5 ปี
พบความจริงที่เจ็บปวด :
มีเพียง 1 ใน 7 เท่านั้นที่
“ชนะตลาดได้จริง” —
และนี่คือสิ่งที่พวกเขาทำต่างกัน
ระหว่างปี 2019–2024
ดัชนีตลาดหุ้นเติบโต
แต่ถ้าเจาะลึกลงไป
มีบริษัทเพียง 15% เท่านั้น
ที่สร้างทั้งรายได้และกำไร
เหนือค่าเฉลี่ยในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
McKinsey กรองจาก 5,000 บริษัท
ในระดับโลก คัดเหลือ 3,000 ราย
ที่มีรายได้เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์
แล้วพบ 61 บริษัท ที่ทำได้จริง
พวกเขาไม่ได้โชคดีกว่าใคร
พวกเขา ออกแบบ การเติบโตของตัวเอง
ความจริงข้อแรกที่เจ็บที่สุด
ระหว่างช่วงวิกฤต บริษัทส่วนใหญ่
ทำสิ่งเดียวกัน คือ ตัดงบ รักษาเงินสด และรอ
แต่ 61 บริษัทที่ชนะตลาด กลับทำตรงข้าม
พวกเขาลงทุน R&D ต่อเนื่อง
จัดสรรทรัพยากรล่วงหน้า
ไม่ใช่ตามงบปีที่แล้ว และ
ไม่หยุดสร้างขีดความสามารถ
แม้ในยามที่ตลาดกำลังสั่น
ASML คือตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุด
บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี
ชิป EUV ล่วงหน้าหลายปี
ในช่วงที่ตลาดยังไม่มีความต้องการชัดเจน
ผลลัพธ์: เมื่อยุค AI มาถึง
พวกเขาคือเจ้าเดียวในโลก
ที่ขายสิ่งที่ทุกคนต้องการ
กฎเหล็กข้อที่ 1: อย่าหยุดลงทุน
เพียงเพราะตลาดหยุด
ความจริงข้อที่สอง:
ธุรกิจเดียวไม่มีวันพาคุณรอด
บริษัทส่วนใหญ่หวังพึ่งธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว
เมื่อธุรกิจหลักสะดุด ทุกอย่างก็พังพร้อมกัน
แต่ผู้ชนะสร้าง เครื่องยนต์สำรอง
ธุรกิจใกล้เคียงที่ต่อยอดจากจุดแข็งเดิม
เช่น ฐานลูกค้า หรือข้อมูล
เพื่อสร้างรายได้ใหม่
ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจดั้งเดิม
Walmart คือตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุด
จากห้างค้าปลีกขายของถูก
พวกเขาสร้าง Retail Media
ใช้ข้อมูลลูกค้าล้านคน
ให้แบรนด์ยิงโฆษณาเจาะจง
และสร้าง Walmart+ ระบบสมาชิก
ที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้จ่ายเงิน
มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
วันนี้ กำไรจากการดำเนินงาน
ที่เติบโตมากกว่า 50% ของ Walmart
ไม่ได้มาจากการขายสินค้าในร้าน
แต่มาจาก เครื่องยนต์ใหม่
ที่พวกเขาออกแบบขึ้น
กฎเหล็กข้อที่ 2 :
อย่าฝากชีวิตและผลกำไร
ไว้กับธุรกิจเดียว
ความจริงข้อสุดท้าย :
AI ที่ใช้จริง ≠ AI ที่ใช้เพื่อโชว์
บริษัทส่วนใหญ่ใช้ AI
เป็น “ของตกแต่ง” ทางการตลาด
แต่ผู้ชนะฝัง AI เข้าไปใน
โครงสร้างการทำงานทั้งหมด
ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง
กำหนดราคา ไปจนถึงการบริการลูกค้า
McKinsey เรียกสิ่งนี้ว่า
Rewiring Operations
ไม่ใช่แค่ Digitization
Progressive Insurance
ใช้ Data & AI วิเคราะห์พฤติกรรม
การขับขี่รายบุคคล กำหนดราคา
ประกันแบบเจาะจงได้แม่นกว่าคู่แข่ง
ผล: เติบโตเร็วกว่าคู่แข่งถึง 3 เท่า
พร้อมรักษาอัตรากำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม
JPMorgan Chase ทุ่มงบเทคโนโลยี
18,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
วางระบบใหม่ทั้งองค์กร
จน P/B Ratio ทิ้งห่างคู่แข่งธนาคาร
เกือบ 1 เท่าตัว
กฎเหล็กข้อที่ 3 :
เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม
แต่คือหัวใจการทำงาน
สิ่งที่ McKinsey ฝากไว้
ให้ผู้นำทุกคนถามตัวเอง
ก่อนที่จะบอกว่า “บริษัทเรากำลังเติบโต”
ลองตอบ 4 คำถามนี้ให้ตรงไปตรงมา
เป้าหมายของเรา ท้าทายพอ
ที่จะชนะตลาดจริง หรือแค่รักษาที่มั่นเดิม?
เรา กล้าลงทุนล่วงหน้า
แม้ในยามวิกฤตเศรษฐกิจหรือเปล่า?
เรามี เครื่องยนต์ที่ 2 ที่ไม่ได้พึ่ง
รายได้จากธุรกิจหลัก 100% แล้วหรือยัง?
เราใช้ AI เพื่อ ปรับโครงสร้างการทำงาน
หรือใช้แค่ทำกิมมิคการตลาด?
McKinsey คาดการณ์ว่าภายในปี 2040
จะมีสนามธุรกิจแห่งอนาคต 18 แห่งที่สร้าง
มูลค่ารวม 29–48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แค่เข้าไปอยู่ในตลาดเหล่านั้นยังไม่พอ
คุณต้องมีกลไกธุรกิจที่แข็งแกร่ง
พอจะกวาดส่วนแบ่งมาครอง
การเติบโตไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา
มันคือเรื่องของการออกแบบ
และวันที่ดีที่สุดในการเริ่มออกแบบ คือวันนี้
Source: McKinsey & Company —
“Inspired for business growth : How five companies beat the market” (2026)
คุณคิดว่า บริษัทในไทยตอนนี้
กำลังสร้าง “เครื่องยนต์ใหม่” หรือ
ยังพึ่งพาธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว?
แชร์มุมมองในคอมเมนต์ได้เลย
#McKinsey #BusinessGrowth #GrowthStrategy #Outperformer #ACreateInsight #BusinessLeader #StrategyThinking #AIinBusiness #AgenticAI #การเติบโตทางธุรกิจ #กลยุทธ์ธุรกิจ #ผู้นำองค์กร #Blockdit​​​​​​​​​​​​​​​​
โฆษณา