28 มี.ค. เวลา 03:23 • สุขภาพ

เริ่มใช้ Manidipine แล้วเวียนศีรษะหรือหน้ามืด ควรปฏิบัติอย่างไร

> บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสุขภาพสำหรับประชาชน
บทนำ
Manidipine เป็นยาลดความดันโลหิตในกลุ่ม calcium channel blocker โดยเอกสารกำกับยาระบุว่าอาการเวียนศีรษะ (dizziness/vertigo) สามารถเกิดขึ้นได้จากผลของความดันโลหิตที่ลดลง อาการดังกล่าวมักสัมพันธ์กับขนาดยา และในหลายรายอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อใช้ยาไปสักระยะ
อาการมักเกิดเด่นชัดขณะเปลี่ยนท่า เช่น จากนอนหรือนั่งไปยืน ซึ่งสอดคล้องกับภาวะ orthostatic hypotension โดยนิยามคือ ความดันโลหิตตัวบนลดลง ≥20 มม.ปรอท หรือความดันตัวล่างลดลง ≥10 มม.ปรอท ภายใน 3 นาทีหลังยืน ทั้งนี้ แม้ค่าความดันจะไม่ได้ “ต่ำมาก” ตามเกณฑ์มาตรฐาน การลดลงของความดันอย่างรวดเร็วเพียงประมาณ 20 มม.ปรอท ก็สามารถทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะหรือหน้ามืดได้
การดูแลตนเองเมื่อมีอาการทันที
เมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะหรือหน้ามืด ควรปฏิบัติดังนี้
* หยุดกิจกรรมทันที และนั่งหรือนอนพัก หลีกเลี่ยงการฝืนเดิน ขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักร
* หากรู้สึกจะเป็นลม ให้นอนราบและยกขาสูงเล็กน้อย หรือหากไม่สะดวกให้นั่งก้มศีรษะลงต่ำ
* เปลี่ยนท่าอย่างช้า ๆ โดยลุกจากนอน → นั่ง → ยืน เป็นลำดับ และอาจขยับข้อเท้า เกร็งกล้ามเนื้อน่อง หรือกำมือก่อนลุก
* ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากไม่มีข้อห้าม เนื่องจากภาวะขาดน้ำอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
* หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และการอาบน้ำร้อนหรือนานเกินไปในช่วงที่ยังมีอาการ
* หากมีเครื่องวัดความดันโลหิต ควรบันทึกค่าความดันและอาการ โดยวัดในท่านอน/นั่ง และวัดซ้ำหลังยืน 1–3 นาที (หากปลอดภัย) เพื่อใช้ประกอบการประเมินโดยแพทย์
การติดตามอาการและการปรึกษาแพทย์
หากอาการเกิดซ้ำ หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็ว เนื่องจากอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับขนาดยา หรือเปลี่ยนยา อย่างไรก็ตาม ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง โดยการหยุดยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และอาจต้องค่อย ๆ ลดขนาดยา
อาการที่ควรไปโรงพยาบาลทันที
ควรรีบไปห้องฉุกเฉินหรือเรียกรถพยาบาล หากมีอาการต่อไปนี้
* เป็นลมหรือหมดสติ
* เจ็บหน้าอก ใจสั่นมาก หรือหอบเหนื่อย
* สับสน ปลุกไม่ตื่น
* ตัวเย็นชื้น เหงื่อออกมาก ชีพจรเร็วและเบา
* พูดลำบาก หรืออ่อนแรงของแขนขาหลังเป็นลม
* หกล้มและได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ
การป้องกันการเกิดอาการซ้ำ
* แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมถึงสมุนไพรและอาหารเสริม เนื่องจาก Manidipine อาจเสริมฤทธิ์กับยาลดความดันชนิดอื่น ยาขับปัสสาวะ เบต้า-บล็อกเกอร์ แอลฟา-บล็อกเกอร์ ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยาต้านโรคจิตบางชนิด และแอลกอฮอล์
* หลีกเลี่ยงน้ำเกรปฟรุต ซึ่งอาจเพิ่มระดับยาและเพิ่มฤทธิ์ลดความดัน
* ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีการทำงานของตับผิดปกติควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อการสะสมของยาและเกิดอาการไม่พึงประสงค์มากขึ้น
สรุป
อาการเวียนศีรษะหรือหน้ามืดหลังเริ่มใช้ Manidipine มักเกี่ยวข้องกับการลดลงของความดันโลหิต โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนท่า และในหลายรายอาจดีขึ้นได้เมื่อใช้ยาไปสักระยะ อย่างไรก็ตาม หากอาการเกิดบ่อย รุนแรง หรือมีผลต่อความปลอดภัย ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อพิจารณาการปรับยาและค้นหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย
โฆษณา