Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Benika
•
ติดตาม
29 มี.ค. เวลา 23:12 • ไลฟ์สไตล์
“กว่าจะผ่านอนุบาลญี่ปุ่นมาได้…แม่ก็โตไปพร้อมลูก”
หลังคลอดลูกได้เพียง 3 เดือน เราก็ตัดสินใจกลับไปทำงาน
ที่ญี่ปุ่นไม่ได้บังคับว่าแม่ต้องกลับไปทำงานเมื่อไหร่ แต่สำหรับเรา การเลี้ยงลูกอยู่บ้านคนเดียว ความเหงาและความเครียดค่อย ๆ กัดกินใจจนเริ่มรู้สึกหดหู่
โชคดีที่ที่ทำงานมีโรงเรียนอนุบาล และรับเลี้ยงเด็กแรกเกิดด้วย เราจึงฝากลูกไว้ที่นั่น แล้วเริ่มต้นบทบาท “แม่ที่ทำงานเต็มเวลา” อย่างจริงจัง
ช่วงแรก ๆ ก่อนให้อาหารเหลว คุณครูจะโทรมาทุกชั่วโมงให้เราไปให้นมลูก เราก็จะวางงานแล้วรีบเดินไปหาเขา ให้นม อุ้ม เล่นกันสักครู่ แล้วกลับมาทำงานต่อ วนแบบนี้ทั้งวัน พนักงานคนอื่นที่มีลูกพร้อมกับเราก็ทำเหมือนๆกัน มันทำให้เราทำงานไปด้วยความอุ่นใจที่ลูกอยู่ใกล้ ๆ
เมื่อเริ่มอาหารเสริม ระยะการให้นมก็ค่อย ๆ ห่างออกไป จนกระทั่งครบ 1 ขวบ
ช่วงวัยนี้ ลูกยังใส่เสื้อผ้าที่แม่เตรียมให้เอง และมีเสื้อคลุมกันเปื้อน(smock)ที่แม่ทำเองใส่ทับ เป็นการตัดเสื้อครั้งแรกที่ทั้งทุลักทุเลและมีความสุข
ของที่ต้องเตรียมไว้ที่โรงเรียนมีไม่น้อยเลย
เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน 1 สัปดาห์ ถุงเท้า ผ้ากันน้ำลาย เสื้อคลุมกันเปื้อน ชุดเครื่องนอนกลางวัน ผ้าอ้อมเด็ก กระดาษเปียกเช็ดก้น และถุงพลาสติกสำหรับใส่ผ้าอ้อมใช้แล้ว ซึ่งต้องนำกลับบ้านทุกวันเพื่อไปทิ้งเอง
เมื่อเริ่มกินอาหารได้ ก็ต้องเตรียมอาหารเหลว และแก้วดูดน้ำที่ปรับหัวดูดให้เหมาะกับวัย ใส่กระเป๋าไปโรงเรียนทุกวัน
ค่าใช้จ่ายในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 30,000–50,000 เยนต่อเดือน
ตอนนั้นถึงจะห่างจากลูกบ้าง แต่ลูกก็ได้รับการดูแลอย่างดี และมันทำให้สุขภาพจิตเราดีขึ้น
พออายุครบ 2 ขวบ ลูกย้ายไปห้องเตรียมอนุบาล เสื้อผ้ายังคงต้องเตรียมเอง และใส่เสื้อคลุมของทางโรงเรียน
แม่ยังต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเวลาเปลื้อนหรือเปียก สำหรับ 1 สัปดาห์ และถุงพลาสติกสำหรับใส่เสื้อผ้าเปื้อนกลับบ้าน
ทางโรงเรียนจะมีขนมปัง นม และแกงกะหรี่ญี่ปุ่นให้สัปดาห์ละ 2 วัน ส่วนวันอื่นๆเราต้องทำข้าวกล่องใส่กระเป๋าไปให้
ทุกวันในกระเป๋าลูกต้องมี
กล่องข้าวกลางวัน (ในวันที่ไม่มีขนมปัง และแกงกะหรี่)
ผ้าเช็ดมือ
ผ้าเช็ดหน้า กระดาษทิชชู่
กระติกน้ำ
โรงเรียนเลิกประมาณบ่าย 3 โมง หลังจากนั้นเด็ก ๆ จะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วย้ายไปคลาสพิเศษหลังเลิกเรียน ซึ่งต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าใช้จ่ายช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 30,000–40,000 เยนต่อเดือน
ชีวิตเริ่มเป็นระบบมากขึ้น ลูกเริ่มช่วยตัวเองได้มากขึ้น
เมื่อครบ 3 ขวบ ก็เข้าสู่ชั้นอนุบาล 1, 2 และ 3
ตั้งแต่นั้น ทุกวันลูกต้องใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียน มีทั้งชุดฤดูร้อน ชุดฤดูหนาว ชุดพละ และเสื้อคลุมกันเปื้อน รองเท้าสำหรับใส่ในห้องเรียน พร้อมกระเป๋าใส่รองเท้า
สิ่งที่ต้องเตรียมใส่กระเป๋าให้ทุกวันคือ
ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษทิชชู่
กล่องข้าวกลางวัน
กระติกน้ำ
และชุดเปลี่ยนสำหรับคลาสหลังเลิกเรียน
พอเลิกเรียน ก็เปลี่ยนชุด แล้วย้ายไปคลาสหลังเลิกเรียนอีกครั้ง
ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 20,000–40,000 เยนต่อเดือน
สิ่งที่ทำให้เราจำได้ไม่ลืมคือ “การติดชื่อ”
ของทุกอย่างต้องมีชื่อ ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงสีวาดรูป ต้องเขียนชื่อทุกแท่ง ทุกชิ้น จนมือแทบหงิก สุดท้ายต้องซื้อแสตมป์ชื่อมาใช้ แม้แต่ถุงเท้าสีดำก็ยังต้องใช้เทปผ้าสำหรับเขียนชื่อแปะทุกคู่
พ่อแม่ที่นี่มีส่วนร่วมกับโรงเรียนค่อนข้างมาก ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง
มีทั้งเข้าไปดูการเรียนการสอน งานเลี้ยงวันเกิด โดยผู้ปกครองจะไปร่วมเฉพาะเดือนที่ลูกเกิด และช่วยกันทำแกงกะหรี่เลี้ยงเด็กทั้งโรงเรียน พร้อมฉลองวันเกิดให้เพื่อน ๆ ยังมีกิจกรรมเล่นน้ำในฤดูร้อน ขุดมัน งานแสดงประจำปี และกีฬาสี
โรงเรียนจะเน้นกิจกรรมมากกว่าวิชาการ เด็ก ๆ ได้วาดรูป พับกระดาษ พบผู้สูงอายุในวันผู้สูงอายุ (敬老の日) ช่วยกันทำงานเป็นทีม เดินขึ้นเขาในพื้นที่โรงเรียน เก็บผลไม้ ฝึกเปลี่ยนชุดเอง พับเสื้อผ้า เก็บรองเท้า และช่วยกันเช็ดทำความสะอาดห้องเรียน
ทุกเทอม ผู้ปกครองต้องเตรียมผ้าขนหนูสำหรับทำความสะอาดให้ลูกนำไปโรงเรียนด้วยเสมอ
ปีการศึกษาของญี่ปุ่นเริ่มเดือนเมษายน และสิ้นสุดเดือนมีนาคม มีพิธีเข้าเรียนและพิธีจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ พ่อแม่ส่วนใหญ่มาในชุดสูทหรือกิโมโนอย่างเรียบร้อย
กว่าจะผ่านแต่ละปีมาได้ แม่อย่างเราก็เหนื่อยไม่น้อย
แต่เมื่อมองกลับไป เรารู้ว่าลูกไม่ได้เป็นคนเดียวที่เติบโต
แม่เองก็โตขึ้นไปพร้อมกับเขาเหมือนกัน
#ชีวิตต่างแดน #เลี้ยงลูกที่ญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น
ไลฟ์สไตล์
blockdit
เรื่องเล่า
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย