วันนี้ เวลา 03:00 • การตลาด

สรุป 6 สูตรทำคลิป Reels ให้คนดูจบ ดูซ้ำ เอนเกจดี อินไซต์จาก Data 10,000 คลิป

ปัจจุบันคอนเทนต์ประเภทวิดีโอสั้นอย่าง Reels เป็นหนึ่งในฟอร์แมตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
แต่ในตอนนี้ที่ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างคอนเทนต์ได้ การจะทำให้คนหยุดนิ้วและดูคลิปของเรา จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งศิลปะ และข้อมูลสถิติเข้าช่วย
ซึ่ง Emplifi แพลตฟอร์ม Social Media Management ก็ได้วิเคราะห์คลิป Reels ของแบรนด์ต่าง ๆ กว่า 10,000 คลิป และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจออกมา
บทความนี้ MarketThink เลยสรุป 6 อินไซต์ที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้อ่านกัน
1. เสียงพูด (Speech) ทรงพลังกว่าเพลงฮิต (Trending Audio)
หลายคนอาจคิดว่าการใส่เพลงฮิตหรือ Trending Audio คือสูตรสำเร็จที่ทำให้คลิป Reels เป็นไวรัล
แต่จริง ๆ แล้ว วิดีโอที่มี “เสียงคนพูด” ภายใน 3 วินาทีแรก ช่วยเพิ่มยอดการดูคลิปต่อเนื่องจนถึง 10 วินาทีแรก (10-Second Retention Rate) ได้สูงถึง 24.7%
และยอดการดูต่อเนื่องจนถึง 30 วินาทีแรก (30-Second Retention Rate) ก็ยังเพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับคลิปที่มีแค่เสียงเพลง
นอกจากนี้ คลิปที่มีคนพูดยังกระตุ้นให้คนดูเปิดฟังเสียงมากขึ้น และทำให้ Engagement สูงขึ้นอีก 5.6%
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ส่วนใหญ่ก็ยังนิยมทำคอนเทนต์ที่ใส่แค่เพลงเฉย ๆ
โดย Facebook Reels กว่า 61.8% คือ วิดีโอที่ไม่มีเสียงพูดเลย
ทั้งนี้ ต้องบอกว่า คลิปที่มีเสียงเพลงอย่างเดียวก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องการเล่นคลิปซ้ำหรือ Replay Rate
ที่สูงกว่าคลิปมีเสียงพูดที่ 11.9% ซึ่งอาจทำให้ยอด Reach สูงกว่าเล็กน้อย
2. การโชว์หน้าคน (Human Face) ใน 3 วินาทีแรก ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดี
การมีหน้าคนปรากฏอย่างน้อย 1 วินาที ในช่วง 3 วินาทีแรก ช่วยดึงดูดให้คนหยุดดูได้ดี
โดย 10-Second Retention Rate เพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 10.1%
แต่ข้อควรระวังคือ ใบหน้าคน ช่วยดึงดูดให้คนหยุดดูในช่วงต้นคลิปได้ก็จริง
แต่ไม่ได้การันตีว่าคนดูจะดูคลิปจนจบเสมอไป เพราะคอนเทนต์ข้างในก็ต้องดีด้วยเช่นกัน
โดยข้อมูลบอกว่า คลิปที่มีคนปรากฏตัว โดยเฉลี่ยแล้วมักจะได้ ยอด Reach, Engagement Rate และ Replay Rate ต่ำกว่าปกติ จากการไม่สามารถดึงคนดูให้จบคลิปได้
ดังนั้น ถ้าให้เลือกระหว่างการมีเสียงคนพูดเฉย ๆ กับมีคนอยู่ในคลิป เสียงพูดอาจจะช่วยดึงดูดคนได้ดีกว่า
__________________
3. เทคนิค Seamless Loop ช่วยเพิ่ม Engagement ได้ดีมาก
วิดีโอที่มีความยาวสั้นมาก ๆ ประมาณไม่เกิน 7 วินาที ถ้าเราตัดต่อให้ตอนจบคลิปเชื่อมกับตอนเริ่มคลิปได้แบบเนียนตา หรือที่เรียกว่า Seamless Loop จะช่วยเพิ่มยอด Replay Rate ได้ถึง 18.7%
นอกจากนี้ ทั้งยอด Reach และยอด Engagement ก็ยังเพิ่มอีกด้วย ในอัตรา 23.6% และ 16.1%
แต่เทคนิคนี้ จะทำได้ยากมากขึ้นและมีประสิทธิภาพลดลง เมื่อคลิปมีความยาวมากขึ้น
ตัวอย่างการใช้เทคนิคนี้ก็เช่น คลิปสั้นของคุณดาร์ท จากช่อง Yesiamdart เป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับการทำคลิปสั้นแบบ Seamless Loop จนกลายเป็นลายเซ็นของช่องไปแล้ว
1
โดยในช่วงกลางคลิปคุณดาร์ทจะอาศัยเทคนิคการเล่าด้วย Storytelling, การตัดต่อแบบ Cutting on Action, การแตกช็อตและมีมุมกล้องหลาย ๆ แบบ และการทำ Color Grading
มาช่วยให้คลิปสั้นน่าสนใจ ดึงดูดให้คนหยุดดูจนจบ และทำให้เทคนิค Seamless Loop ประสบความสำเร็จ
__________________
4. การใส่ข้อความบนหน้าจอ (Text Overlays) มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
สำหรับคลิปที่ใช้เสียงเพลงเป็นหลัก การใส่ข้อความจะช่วยบอกเล่าบริบทในคลิปได้มากขึ้น และช่วยให้ดึงคนดูจนถึง 30 วินาที ได้มากขึ้นถึง 9.8%
แต่สำหรับคลิปที่มีเสียงพูดเป็นหลัก การใส่ข้อความเยอะ ๆ กลับกลายเป็นสิ่งลดทอนความสนใจในตัวผู้พูด และทำให้ยอดคนดูถึง 30 วินาทีแรก ลดลงกว่าปกติ 6%
__________________
5. การตัดต่อแบบรวดเร็วฉับไว ไม่ได้มีผลต่อความสนใจของผู้ชมอย่างมีนัยสำคัญ
ความเชื่อที่ว่า การตัดต่อเร็ว ๆ จะช่วยดึงดูดผู้ชมได้ดีนั้น อาจไม่จริงเสมอไป
โดยจากข้อมูลพบว่า การดำเนินเรื่องแบบเร็ว ๆ และการตัดคลิปเร็ว แทบไม่มีผลต่อการหยุดดูคลิปในช่วงแรกเลย
แต่กลับกัน คลิปที่เปิดคลิปแบบช้า ๆ ไม่เร็วจนเกินไป กลับมีอัตรา 30-Second Retention Rate สูงกว่าคลิปที่เปิดคลิปแบบเร็วถึง 7.7%
และถ้าคลิปมีจังหวะดำเนินเรื่องแบบช้า ค่อยเป็นค่อยไป ก็มีอัตรา 30-Second Retention Rate สูงกว่าคลิปที่มีจังหวะดำเนินเรื่องเร็วถึง 7.8%
__________________
6. คลิปสั้นที่มีเฟรมแบบแนวตั้ง ได้ผลตอบรับที่ดีกว่าฟอร์แมตอื่น ๆ ในทุกด้าน
คลิปสั้นที่มีฟอร์แมตแนวตั้ง (9:16) มีประสิทธิภาพสูงกว่าคลิปแบบจัตุรัส (1:1) และแบบแนวนอน (16:9) ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น
- ยอด Reach สูงกว่าฟอร์แมตอื่น 20.9%
- ยอด 3-Second Retention Rate สูงกว่าฟอร์แมตอื่น 9.1%
- ยอด 10-Second Retention Rate สูงกว่าฟอร์แมตอื่น 23.0%
- ยอด 30-Second Retention Rate สูงกว่าฟอร์แมตอื่น 38.5%
สรุปอีกครั้ง เทคนิคทำคลิป Reels ให้ปัง จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นคลิปคลิปหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น
- ใช้เฟรมแบบแนวตั้ง ได้ยอดดีกว่าฟอร์แมตแบบจัตุรัสและแนวนอน
- ใส่เสียงพูด (Speech) เข้าไปด้วย จะช่วยให้คนหยุดดูได้ดีกว่าเพลงฮิต (Trending Audio)
- โชว์หน้าคน (Human Face) จริง ๆ ใน 3 วินาทีแรก ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดี
- เทคนิค Seamless Loop ช่วยเพิ่ม Engagement, ยอด Reach และยอด Replay Rate ได้ดีมาก
- ข้อความบนหน้าจอ (Text Overlays) มีข้อดี เมื่อเป็นคลิปแบบมีแต่เสียงดนตรี
- ตัดต่อแบบรวดเร็วฉับไว ไม่ได้มีผลต่อความสนใจของผู้ชมอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจเพิ่มความตื่นเต้นน่าสนใจได้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
โฆษณา