4 เม.ย. เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์

กุหลาบ สายประดิษฐ์ : ข้างหลังภาพชีวิตของนักเขียนนักคิด "ศรีบูรพา"

ครั้งหนึ่ง “หนังสือพิมพ์” เป็นสื่อหลักที่มีบทบาทต่อสังคมในหลายด้าน ทั้งในแง่ของการให้ข้อมูลข่าวสาร สร้างความคิดเห็นสาธารณะ โฆษณาประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงความรู้และความบันเทิง อย่างไรก็ดี ในยุคปัจจุบันของเราที่คนส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ส่วนตัว ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็น หนังสือพิมพ์ก็ค่อย ๆ จากไป
ในอดีต หนังสือพิมพ์มีบทบาทต่อสังคมมาก โดยมีเหล่านักนักสือพิมพ์เป็นผู้นำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองให้ผู้อ่านได้รับรู้ นักหนังสือพิมพ์มีมากมายหลายคน ซึ่งชื่อของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” หรือ “ศรีบูรพา” ก็เรียกได้ว่าเป็นชื่อสำคัญที่คนจำนวนไม่น้อยเคยได้ยินชื่อหรือรู้จักกันเป็นอย่างดี
⭐ กุหลาบ สายประดิษฐ์
กุหลาบ สายประดิษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ปี 2448 ณ ห้องแถวย่านหัวลำโพง โดยเป็นบุตรชายคนเล็กของนายสุวรรณ สายประดิษฐ์ เสมียนกรมรถไฟ กับนางสมบุญ หญิงสาวชาวไร่จากสุพรรณบุรี ด้วยพื้นเพครอบครัวที่แสนจะธรรมดา แน่นอนว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งเด็กชายผู้นี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักคิดนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทย
เป็นเรื่องน่าเศร้าที่โชคชะตาเริ่มทดสอบเด็กชายกุหลาบตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ เมื่อบิดาของเขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยวัยเพียง 35 ปี ภาระทั้งหมดตกอยู่บนบ่าของมารดาผู้รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า และพี่สาวที่ต้องไปหัดละครรำเพื่อหารายได้เสริม ครอบครัวเล็ก ๆ นี้ประคองกันไปด้วยน้ำพักน้ำแรงและความรักที่มีให้กัน กุหลาบเองก็รับรู้ดีถึงความยากลำบากนี้ ซึ่งเป็นรากฐานที่หล่อหลอมจิตใจของกุหลาบให้เป็นผู้เห็นอกเห็นใจผู้ที่มีต้นทุนชีวิตที่ยากลำบากเหมือนกันกับเขา
⭐ จากห้องเรียน สู่ห้องพิมพ์
กุหลาบเริ่มเรียนที่โรงเรียนวัดหัวลำโพง ก่อนที่มารดาจะพาเขาเข้าโรงเรียนทหารเด็กของกรมหลวงนครราชสีมาเพื่อฝึกเป็นทหารรักษาวัง แต่เมื่อเห็นลูกชายต้องไปอยู่เวรยามแบบทหาร มารดาก็สงสารและขอย้ายเขามาที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ สถานที่ที่จะเป็นเบ้าหลอมสำคัญต่ออาชีพนักเขียนของเขา
เทพศิรินทร์นับว่าเป็นโรงเรียนที่มีบทบาทในการสร้างนักคิดนักเขียนของไทยในยุคใหม่หลายต่อหลายคน หนึ่งในนักเขียนคนสำคัญที่กุหลาบได้รู้จักในขณะที่เรียนอยู่ที่เทพศิรินทร์ก็คือ ม.จ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ที่ซึ่งกุหลาบ ม.จ.อากาศดำเกิง และเพื่อน ๆ ได้พากันทำหนังสือพิมพ์ขึ้นอ่านเองในชั้นเรียนภายใต้ชื่อ "ดรุณสาร" และ "ศรีเทพ" แววนักเขียนของกุหลาบเริ่มเป็นที่ประจักษ์
ซึ่งครูหลวงสำเร็จวรรณกิจได้ชักชวนให้เขียนลงหนังสือ "แถลงการณ์เทพศิรินทร์" เกิดเป็นงานเขียนชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของกุหลาบ ชื่อ "ฉันต้องแจวเรือจ้าง"
พอกุหลาบอายุได้ 18 ปี ก็ได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์เรียกเรียนวิชาการประพันธ์อยู่ที่สำนักงานรวมการแปลของนายโกศล โกมลจันทร์ ซึ่งนายโกศลนี้ก็ได้ตั้งนามปากกาให้ลูกศิษย์ของเขา โดยมีคำว่า “ศรี” นำหน้า และนี่เองที่ชื่อ “ศรีบูรพา” ได้เกิดขึ้นมาในบรรณพิภพ
⭐ ชีวิตของนักหนังสือพิมพ์
หลังจากเรียนจบ กุหลาบก็ได้ใช้ชีวิตทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษภาคค่ำ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วิชาชีพในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ในฐานะผู้ช่วยบรรณาธิการกรมยุทธศึกษา จัดทำนิตยสารชื่อ เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นวารสารของโรงเรียนนายร้อยทหารบก ก่อนที่ความรักอิสระจะนำพาให้เขาออกมารวบรวมกลุ่มนักเขียนไฟแรง จัดตั้งเป็น “คณะสุภาพบุรุษ” และออกหนังสือพิมพ์รายปักษ์ขาย โดยมีปณิธานว่าเป็นการหยิบยกเอางานที่เขียนเล่นให้เป็นงานที่สร้างรายได้จริง ๆ ขึ้นมา
หนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษเป็นหนังสือพิมพ์ที่นับว่าประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย ทว่าด้วยความที่เป็นมือใหม่หัดทำ ทำให้การจัดการภายในมีปัญหาจนต้องล้มเลิกกิจการไป ก่อนที่จะย้ายมาทำหนังสือพิมพ์รายวัน ทว่าด้วยการเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมาจนสร้างความไม่พอใจให้ผู้ที่ถูกพาดพิง ทำให้คณะสุภาพบุรุษถูกบีบให้ลาออกไป ชีวิตของกุหลาบในฐานะนักหนังสือพิมพ์ต้องวนเวียนไปอยู่หลายที่ ทำทั้งหนังสือพิมพ์ ไปจนถึงงานเขียนอื่น ๆ อย่างเรื่องสั้น และนวนิยายด้วย
⭐ ข้างหลังภาพชีวิตในกระแสการเมือง
ถ้าพูดถึงกุหลาบหรือศรีบูรพาในฐานะของนักเขียนนวนิยาย เชื่อว่า “ข้างหลังภาพ” น่าจะเป็นชื่อที่ผู้คนส่วนใหญ่จดจำได้มากที่สุด นวนิยายอมตะเรื่องนี้ถูกนำไปผลิตทั้งภาพยนตร์ ละคร และละครเวที หลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความอมตะของพล็อตเรื่องที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ก็ยังคงเป็นเนื้อหาที่ยังสามารถนำมาใช้ได้อยู่เรื่อยมา โดยกุหลาบได้แรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องข้างหลังภาพจากการที่ช่วงหนึ่งได้ไปดูงานที่ญี่ปุ่นนานกว่า 6 เดือน
กุหลาบเป็นนักเขียนนักหนังสือพิมพ์ที่มีอุดมการณ์ และกล้าที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาและไม่เกรงกลัวใคร ดังเช่นครั้งหนึ่งที่เคยเขียนข่าวถึงการทำงานของรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงครามที่ให้ญี่ปุ่นเข้ามาอันเป็นเหตุให้เขาถูกจับกุมเป็นการชั่วคราว แต่ทั้งนี้เหตุการณ์ใหญ่จริง ๆ คือตอนที่เขียนข่าวรณรงค์ต่อต้านสงครามเกาหลี อันเป็นเหตุที่ทำให้นักเขียนนักคิดนักหนังสือพิมพ์จำนวนมากถูกจับกุมในข้อหากบฏสันติภาพ ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวในภายหลัง ซึ่งนวนิยายหลายเรื่องก็เกิดขึ้นมาในช่วงนี้
⭐ มรดกของนักเขียนนักคิด “ศรีบูรพา”
เป็นเรื่องน่าเสียดาย ถึงแม้ว่ากุหลาบจะเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ของไทย ทว่าบั้นปลายชีวิตนั้นจำต้องลี้ภัยอยู่ต่างแดน โดยหลังจากที่ทำหน้าที่ผู้แทนส่งเสริมและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปถึงเมืองจีน สถานการณ์การเมืองไทยก็วุ่นวายหลังจากที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เข้ายึดอำนาจ ศรีบูรพาจึงตัดสินใจที่จะลี้ภัยอยู่ที่เมืองจีน และยังคงทำงานในฐานะของนักเขียนนักหนังสือพิมพ์จนกระทั่งถึงแก่กรรมด้วยโรคปอดบวมและเส้นเลือดหัวใจตีบในวัย 68 ปี
กุหลาบ สายประดิษฐ์ ทิ้งผลงานไว้มากมายในบรรณพิภพทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น สารคดี บทความ และบทกวี ซึ่งทางสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในสิบห้านักเขียนเรื่องสั้นดีเด่นในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีเรื่องสั้นไทย และในปี พ.ศ. 2548 องค์การยูเนสโกได้ประกาศเกียรติให้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล กองทุนศรีบูรพาก่อตั้ง "รางวัลศรีบูรพา" มอบแก่นักประพันธ์ผู้มีผลงานดีเด่น เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงเขาเป็นประจำทุกปีอีกด้วย
#สุดโปรด #ชีวประวัติ #บุคคล #กุหลาบสายประดิษฐ์ #ศรีบูรพา #ประวัติศาสตร์ #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
โฆษณา