วันนี้ เวลา 03:03 • ความคิดเห็น
เมื่อหลายปีมาแล้ว เรานั่งคุย กับหลวงตา ก็มีพระหนุ่มแบกกลด เดินออกไป พระหนุ่มเดินไปทางใต้ ไปหาพระดัง แล้วก็ผ่านมา จะเดินทางไปทางอีสาน หลวงตาท่านก็พูดว่า ดูนั้น ..เค้าเดินตามหาคนดี เดินไป ก็เจอ ไม่ชอบใจ ไม่ถูกใจ .คนดี ..อยู่ที่ไหน อยู่ที่ตัวเราเอง
คนเรานั่นมันมี คนดี คนชั่ว อยู่ในตัวตน ก็อารมณ์นึดคิด ในตัวตนนั้นแหละ ที่เราทำตามอารมณ์ มันเกิดคนดีคนชั่ว แล้วเราก็สังเกตัวเอง สำรวมตรวจสอบตัวเอง เวลาที่เราใช้กายวาจะใจ ไปตามอาราธนานึกคิด ร้ายๆ ไม่ถูกใจ ไม่ได้ดังใจ ก็ว่า.ติเตียน ผรุสวาท ออกไป .มันเป็นลมปากออกไปตากปากใคร มันดีหรือร้าย ทำให้เกิดความสุข .ในตัวตนของเรามั้ย ในอารมณ์ที่เป็นไฟ
หากอารมณ์ที่เป็นไฟ เรารู้จักเท่าทันอารมณ์เราก็หยุดมัน อยู่นิ่งๆเฉยๆ มาดูที่ลมหายใจ ที่เข้าออก ..เราก็ลิงสังเกตดู ลมที่เข้าออกมันปลอดโปร่งมั้ย หรือ ว่า มันจับความรู้สึกของลมไม่ได้ เราก็ลองสังเกตดู บางทีจะอยู่นิ่งๆ มันนิ่งไม่ได้ เพราะอารมณ์มันคอยกระพือ จะเป็นตัวร้าย นางมารร้าย ทำนองนั้น .แล้วเราไปทำตามอารมณ์นึกคิดร้าย จิตที่อาศัยในกายนี้ จะมีความสุขมั้ย
นั้นก็คือ เรา สามารถเรียนรู้ คำว่า อารมณ์ที่ไหลออกมา จากจิตใต้สำนึก .รู้จักจิตใต้สำนึกนั้นคืออะไร จิตใต้สำนึก เป็นเรื่องราว ของการบันทึก จดจำที ตาเห็นภาพหูได้ยินเสียง ส่งไปให้จิต ที่อาศัยในกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ จิตก็ส่งต่อ บันทึกเรื่องราวจดจำลงไปที่ ธาตุทั้งสี่ ที่สมัยนี้เค้าใช้คำว่า จิตใต้สำนึก
. คราวนี้มันก็มีเรื่อวราว ที่ธาตุทั้งสี่ ปล่อยอารมณ์กรรม เรื่องราวที่เราไปใช้วิญญาณหก คล้องเวรกรรม เช่น เราเกลียดคนนี้ โมโหคนนี้ ขื่อนี้ พออยู่นึกชื่อนี้ขึ้นมา อารมณ์โกรธโมโห ก็ไหลออกมา .ส่งผ่านจิต ไหลขึนไปที่สมอง สมองก็ปรุงแต่ง ไปด้วยอารมณ์ ที่อุปาทาน .ด้วยอารมณ์ที่อุปโลกน์ให้ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
คราวนี้ เราก็มาเรียนรู้จากครูบาอาจารย์ ที่ท่านปฏิบัติธรรม ด้วยรอยทั้งสี่ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติอย่างไร ทำอย่างไร ท่านก็ฝึกหัด ทำตาม .ตามที่พระพุทธเจ้าชี้ทางไว้ให้ เรื่องราวการประพฤติปฏิบัติธรรม เค้าก็ทำจิต เรียนรู้ไปถึงคำว่า ธาตุุพ่อแม่ ธาตุทั้งสี่ ที่ว่าดืน น้ำลมไฟ แต่ละธาตุบันทึกอะไรไว้ . นั่นก็เป็นเรื่องราวของจิตที่จะชำระสะสาง ธาตุทั้งสี่ วิ่งทั้งหก เป็นแก้วเจียระไน
เรื่องราว การฝึกหัด เรียนรู้คำ ฝึกหัด อยู่ในรอย ศีล สมาธิ ปัญญา หากเราไม่เจอะเจอ ผู้ที่ท่านทำได้ ท่านไม่ชี้ ไม่แนะนำสอนให้ เราก็ไม่สามรถ ฝึกหัดเรียนรู้ได้เลย .เหมือนที่เราไม่เข้าชั้นเรียน เริ่มต้นตั้งแต่อนุบาล .
เรื่องคำว่า จิตใต้สำนัก ตามตำรา ที่เค้าเขียนกัน มันไม่เหมือนเรื่องราว ของผู้ที่ท่านฝึก ปฏิบัติธรรมภาวนา ไปเรียนรู้ ไปถึง คำว่าธาตุทั้งสี่ แล้วก็ไปเรียนรู้ สิ่งที่สะสมมา เก็บบันทึกที่ธาตุทั้งสี่ เหมือนเมล็ดทราย ทรายเม็ดหนึ่งก็ชาติหนึ่ง เราก็หยิบเมล็ดมาเม็ดหนึ่ง มาส่องดู ..ว่าชาตินั้น ทำอะไรไว้
.. เรื่องราวจิตใต้สำนึก .เรื่องของการที่เราใช้กายนี้ ไปทำอะไร พูดอะไร กินอะไร ไปเสพอะไร ติเตียนคนนี้คนนั้น วิจารณ์ ที่ว่ารวม ๆ คำว่า กายวาจาใจ นั้น ก็ถูกบัลงไปที่ธาตุทั้งสี่ หรือ บันทึกลงไปจิตใต้สำนึก ตั้งแต่เกิดจนตายวันตาย สิ้นสุดทีหทดลมเจ้าและออก
โฆษณา