2 เม.ย. เวลา 02:09 • ธุรกิจ

อวสาน Gaming Phone? มือถือสเปกแรงทะลุโลก แต่ทำไมถึงไปไม่รอด

ลองจินตนาการถึงอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่โทรศัพท์คุยงานได้และเล่นวิดีโอเกมสเปกเทพได้ในตัว
มันคือความฝันของใครหลายคนตั้งแต่ยุคที่โทรศัพท์มือถือเพิ่งถือกำเนิดขึ้นมา
ผู้บริโภคต่างมองหาอุปกรณ์พกพาที่ตอบโจทย์ความบันเทิงอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพกของหลายชิ้นให้วุ่นวาย…
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และดูเหมือนจะเป็นไอเดียธุรกิจที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
บริษัทเทคโนโลยีหลายค่ายพยายามจับเอาความสำเร็จของเครื่องเล่นเกมพกพาอย่าง Game Boy หรือ PSP มารวมเข้ากับโทรศัพท์มือถือ
แต่ความพยายามระดับปรากฏการณ์ของแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายครั้งกลับจบลงด้วยความล้มเหลว
ตัดภาพมาที่ปัจจุบันอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Gaming Phone” แทบจะเลือนหายไปจากตลาดอย่างสมบูรณ์…
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2000 โทรศัพท์มือถือเริ่มฉลาดขึ้นและทำอะไรได้มากกว่าการโทรเข้าออก
แบรนด์อย่าง Nokia, Motorola หรือ BlackBerry ต่างแข่งขันกันสร้างสรรค์อุปกรณ์ที่พกพาง่ายและมีลูกเล่นแพรวพราว
ในขณะเดียวกันตลาดเครื่องเล่นเกมพกพาก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด…
Nintendo คือผู้นำในยุคนั้นด้วยความสำเร็จของ Game Boy ในปี 1989 พวกเขาเอาชนะคู่แข่งที่มีจอสีและกราฟิกดีกว่าอย่าง Atari Lynx ได้อย่างราบคาบ
เคล็ดลับคือการโฟกัสไปที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่และความสะดวกสบายในการพกพาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นเกม
เมื่อเทคโนโลยีโทรศัพท์และเกมพัฒนาถึงจุดหนึ่ง การจับสองสิ่งนี้มารวมกันจึงเกิดขึ้น…
Nokia คือผู้ท้าทายรายแรกที่กล้าบุกตลาดนี้ด้วยการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่น N-Gage ในปี 2003
ตัวเครื่องออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับ Game Boy Advance อย่างมาก มันใช้ระบบตลับเกมที่ถอดเปลี่ยนได้และมีเกมออกมารองรับเกือบ 600 เกม
แต่ปัญหาก็คือวิธีการใช้งานที่สร้างความลำบากให้ผู้ใช้อย่างน่าเหลือเชื่อ…
เวลาจะคุยโทรศัพท์ผู้ใช้ต้องถือเครื่องตะแคงข้างเอาขอบสันโทรศัพท์แนบหู แถมเวลาจะเปลี่ยนตลับเกมก็ต้องปิดเครื่อง ถอดฝาหลัง และถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อน
ความยุ่งยากเกินความจำเป็นและราคาเปิดตัวที่สูงลิ่วทำให้ผู้บริโภคเมินหน้าหนี พวกเขาเลือกซื้อโทรศัพท์ธรรมดาแยกกับเครื่องเล่นเกมพกพาเสียดีกว่า…
ปี 2005 บริษัท Tiger Telematics พยายามบุกตลาดด้วยเครื่อง Gizmondo แต่ก็ต้องพบจุดจบอย่างรวดเร็วเพราะดันไปเปิดตัวชนกับ Nintendo DS และ PSP
เครื่องเล่นเกมพกพาระดับตำนานทั้งสองเครื่องมีคลังเกมที่เหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ติด
ความพยายามในยุคแรกจึงล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะเทคโนโลยียังตามอุตสาหกรรมเกมไม่ทัน…
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ Apple เปิดตัว iPhone และตามมาด้วยระบบปฏิบัติการ Android จาก Google
การถือกำเนิดของ App Store ในปี 2008 ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปตลอดกาล
โทรศัพท์มือถือไม่จำเป็นต้องมีปุ่มกดหรือตลับเกมอีกต่อไป ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเกมผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง…
หน้าจอสัมผัสทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์เกมรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ
เกมอย่าง Angry Birds หรือ Subway Surfers กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่เข้าถึงคนนับพันล้าน
นี่คือยุคที่ผู้ผลิตเริ่มตระหนักว่าโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องคือเครื่องเล่นเกมขนาดย่อม และมันกำลังจะกลายเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล…
เมื่อเกมบนโทรศัพท์มือถือมีกราฟิกที่สวยงามและซับซ้อนขึ้น ความต้องการฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังก็เพิ่มสูงขึ้น
ปี 2011 Sony Ericsson เปิดตัว Xperia Play สมาร์ตโฟนที่เน้นการเล่นเกมอย่างจริงจัง
ตัวเครื่องมีแผงควบคุมเกมแบบสไลด์ที่ถอดแบบมาจากจอยสติ๊กของ PlayStation
แม้มันจะเรียกเสียงฮือฮาได้ในช่วงแรกแต่ก็ไม่ได้สร้างยอดขายที่ถล่มทลาย…
จนกระทั่งปี 2015 จุดเริ่มต้นของสงครามสเปกก็เปิดฉากขึ้น Acer เปิดตัว Predator 6 โทรศัพท์ที่ไม่ได้มีปุ่มกดพิเศษใดๆ แต่เน้นอัดสเปกขั้นสูงสุด
มาพร้อมดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยว ดุดัน และไฟประดับที่สะดุดตา นี่คือจุดกำเนิดของสูตรสำเร็จสำหรับโทรศัพท์เล่นเกมในยุคต่อมา…
การแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นในปี 2017 เมื่อ Razer เข้าซื้อกิจการบริษัทมือถือและเปิดตัว Razer Phone
จุดเด่นที่สร้างกระแสคือการเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมหน้าจอ 120 Hz
สิ่งนี้ทำให้การแสดงผลของเกมมีความลื่นไหลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตามมาด้วยลำโพงคู่ด้านหน้าที่ให้เสียงกระหึ่มและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่…
ปี 2018 ตลาดนี้เดินทางมาถึงจุดสูงสุดเมื่อบรรดาผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ต่างกระโดดเข้าร่วมวง
Xiaomi เปิดตัวแบรนด์ลูกอย่าง Black Shark เพื่อนำเสนอโทรศัพท์สเปกแรงในราคาจับต้องได้
Nubia เปิดตัวซีรีส์ Red Magic ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์และระบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย
และที่ขาดไม่ได้คือแบรนด์ Asus ที่นำแบรนด์ระดับโลกมาสร้างเป็น ROG Phone…
โทรศัพท์รุ่นนี้ถูกยกย่องให้เป็นมาตรฐานสูงสุดของวงการ มาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วยแผ่นทองแดง หน้าจออัตรารีเฟรชสูง และปุ่มสัมผัสด้านข้างเครื่อง
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมมากมายเช่นพัดลมระบายความร้อนที่สามารถประกบติดกับด้านหลังเครื่อง
เอกลักษณ์ของโทรศัพท์ประเภทนี้ประกอบด้วยสี่เสาหลัก…นั่นคือประสิทธิภาพประมวลผลสูงสุด หน้าจอที่ตอบสนองรวดเร็ว แบตเตอรี่ความจุมหาศาล และลำโพงเสียงทรงพลัง
ดีไซน์ตัวเครื่องยังต้องมีความเป็นแนวอวกาศ ลวดลายโฉบเฉี่ยว และมีระบบไฟที่ปรับแต่งสีได้
แต่การยัดเยียดสเปกฮาร์ดแวร์ระดับสูงก็แลกมากับปัญหาความร้อนสะสมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ความร้อนนี้ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่และชิ้นส่วนภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ…
ผู้ผลิตพยายามเอาชนะข้อจำกัดนี้ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มีการนำระบบระบายความร้อนแบบของเหลวไปจนถึงการติดตั้งพัดลมระบายความร้อนขนาดจิ๋วไว้ภายใน
Lenovo Legion Duel ถึงขั้นออกแบบโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด พวกเขาย้ายแบตเตอรี่ไปไว้ที่ขอบสองข้างและวางหน่วยประมวลผลไว้ตรงกลาง…
แม้บริษัทผู้ผลิตจะทุ่มเทงบประมาณพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่ล้ำสมัยเพียงใด
แต่โทรศัพท์ประเภทนี้กลับไม่สามารถเจาะตลาดผู้ใช้งานทั่วไปได้สำเร็จ
สุดท้ายสินค้าหมวดหมู่นี้ก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป
คำถามที่น่าสนใจก็คือ ทำไมโทรศัพท์ที่ทรงพลังที่สุดถึงขายไม่ได้…
เหตุผลข้อแรกคือเรื่องของราคา โทรศัพท์ที่มีสเปกจัดเต็มมักจะมีราคาสูงมากระดับพันดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป
ซึ่งเป็นราคาที่แม้แต่ผู้เล่นตัวยงก็ยังต้องคิดหนัก การจ่ายเงินก้อนโตเพื่ออุปกรณ์เฉพาะทางดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มค่า…
เหตุผลข้อที่สองคือความไม่สะดวกสบายในการใช้งานจริง
การออกแบบที่เน้นระบบระบายความร้อนและแบตเตอรี่ทำให้เครื่องมีความหนาและน้ำหนักมาก มันไม่สามารถออกแบบให้กันน้ำกันฝุ่นได้ดีเหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้นคุณภาพของกล้องถ่ายรูปมักจะถูกลดต้นทุนลงเพื่อไปทุ่มกับหน่วยประมวลผล…
สิ่งนี้ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพและลงโซเชียลมีเดีย
มันประสบปัญหาในการสร้างจุดขายที่ชัดเจนเมื่อต้องแข่งขันกับสมาร์ตโฟนเรือธงระดับพรีเมียม
ผู้ใช้งานหลายคนยังคงบ่นถึงปัญหาการจัดการความร้อนและซอฟต์แวร์ที่มีบั๊กมากกว่ารุ่นปกติ
และที่สำคัญที่สุดคือการขาดแคลนเกมเอ็กซ์คลูซีฟที่สร้างมาเพื่อดึงศักยภาพฮาร์ดแวร์โดยเฉพาะ…
เหตุผลข้อที่สามซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดที่สุดคือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของสมาร์ตโฟนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือซีรีส์ Galaxy S
โทรศัพท์เหล่านี้ได้รับการอัปเกรดให้ทรงพลังขึ้นทุกปี ช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่างสมาร์ตโฟนทั่วไปกับโทรศัพท์เล่นเกมแคบลงจนแทบไม่เห็นความแตกต่าง
ผู้ใช้สามารถหยิบโทรศัพท์รุ่นท็อปมารันเกมกราฟิกหนักได้อย่างลื่นไหลไม่แพ้กัน…
ในขณะเดียวกันพวกเขาได้รับประสบการณ์การใช้งานโดยรวมที่ดีกว่ามาก ทั้งเรื่องความบางเบา กล้องถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยม หน้าจอที่สว่างสวยงาม และระบบซอฟต์แวร์ที่เสถียร
เหตุผลข้อสุดท้ายเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของอุตสาหกรรมเกมมือถือเอง
เกมบนโทรศัพท์ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นภายใต้โมเดลธุรกิจแบบให้เล่นฟรีและเน้นขายไอเทม…
นักพัฒนาต้องการให้เกมของพวกเขาสามารถเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
พวกเขาจึงออกแบบเกมให้สามารถรันได้ดีบนโทรศัพท์ระดับกลางไปจนถึงระดับล่าง
ไม่ได้สร้างเกมมาเพื่อรีดเค้นประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ระดับสูงสุดโดยเฉพาะ
ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อฮาร์ดแวร์ที่เกินความจำเป็น…
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เราจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แบรนด์อย่าง Black Shark หรือ Lenovo Legion ได้เงียบหายไปจากตลาด ส่วน Asus ถึงกับบอกลาตลาดสมาร์ทโฟนไปเลย…
เหลือเพียงแค่ Red Magic เท่านั้น กลยุทธ์ที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดได้คือการนำเสนอสเปกที่แรงที่สุดในตลาดพร้อมพัดลมในตัว
แต่กดราคาขายให้ต่ำกว่าคู่แข่งและสมาร์ตโฟนเรือธงเกือบครึ่งหนึ่ง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มที่ต้องการประสิทธิภาพคุ้มค่าเงินที่สุด…
แม้ว่าหมวดหมู่ของโทรศัพท์เฉพาะทางอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของยอดขายในตลาด mass
แต่มันก็ทำหน้าที่เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับวงการ
เทคโนโลยีอย่างหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรตสูง ระบบชาร์จความเร็วสูง หรือระบบระบายความร้อนล้ำสมัย ล้วนมีจุดเริ่มต้นหรือถูกผลักดันให้แพร่หลายโดยสมาร์ตโฟนเหล่านี้แทบจะทั้งสิ้น…
ในโลกของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การสร้างอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ดีเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะอุปกรณ์เอนกประสงค์ที่สามารถทำทุกอย่างได้ดีในระดับที่น่าพอใจ
การพยายามสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเล่นเกมบนมือถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง
แต่สุดท้ายสมาร์ตโฟนเรือธงที่มอบประสบการณ์รอบด้านที่สมบูรณ์แบบกว่าคือผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามครั้งนี้
References : [theverge, androidauthority, ign, counterpointresearch, gsmarena]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/the-end-of-gaming-phones/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา