Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าหลากหลายกับนายฝัน
•
ติดตาม
8 เม.ย. เวลา 06:00 • ประวัติศาสตร์
พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงยิงข้ามแม่น้ำสะโตงได้หรือไม่ ?
.
พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงยิงข้ามแม่น้ำสะโตงได้หรือไม่
สำหรับผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว เรื่องพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงมักจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ว่ามีความจริงอยู่มากน้อยเพียงใด
เอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น จดหมายเหตุ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่ชำระสมัยอยุธยา เสียหายไปในช่วงเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ ฉบับที่เหลืออยู่ก็มักจะขาดหายไป
ฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ค้นพบในปัจจุบันคือ “พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์” มีเนื้อความแบบย่อมาก และที่สำคัญไม่ได้กล่าวถึงการศึกที่มีการใช้พระแสงปืนต้นไว้โดยตรงที่ใกล้เคียงที่สุดคือ
“ศักราช 946 วอกศก...ครั้นเถิง วันพุธ แรม 9 ค่ำ เดิอน 5 เสด็จออกตั้งทัพไชยตำบลวัดยมท้ายเมืองกำแพงเพชร ในวันนั้นแผ่นดินไหว แล้วจึงยกทัพหลวงเสด็จไปเถิงเมืองแกรง แล้วจึงทัพหลวงเสด็จกลับคืนมาพระนครศรีอยุธยา…”
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจุนทนุมาศ (เจิม) ที่ชำระสมัยรัชกาลที่ 1 นับเป็นพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับเก่าสุดที่มีการชำระหลังเสียกรุงได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไว้ว่า
“...ครั้นวันศุกร์ เดือน ๖ แรม ๓ ค่ำ เพลาตี ๑๑ ทุ่ม ให้เอาพระคชาธารเข้าเทียบเกย ทอดพระเนตรเห็นพระสารีริกบรมธาตุ เสด็จปาฎิหาย์มาแต่ประจิมทิศ ผ่านพระคชาธารไปข้างบุรพทิศ จึงเสด็จพยุหบาตรยาตราทัพออกจากเมืองแครง
พระมหาเถรคันฉอง พระยาเกียรติ พระยาพระราม และญาติโยมก็มาโดยเสด็จ ฝ่าย นายทัพนายกองก็แยกย้ายกันตีครัว ต้อนครัวรายทางมาได้ประมาณ ๑๐๐๐๐ เศษ ครั้นเถิงฝั่งแม่น้ำสะโตง ก็ให้เที่ยวเก็บเรือ หาไม้ผูก พ่วงแพเร่งข้ามครอบครัวรี้พลช้างม้าทั้งปวงเถิงฟากทั้งสิ้นแล้ว ก็ให้ เผาเรือทำลายแพเสีย ครั้นพระเจ้าหงสาวดีแจ้ง
จึงให้พระมหาอุปราชาถือพล ๑๐๐,๐๐๐ ให้สุระกำมาเป็นกองหน้า ตามมาเถิงแม่น้ำสะโตงฟากหนึ่ง สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็ให้นายทัพนายกองนำพระมหาเถรคันฉองกับครอบครัวรีบไปก่อน แต่ พระองค์กับทหารลำลอง ๑๕,๐๐๐ นั้นยังรออยู่ริมฝั่ง จึงทอดพระเนตรไปเห็นสุระกำมากองหน้า ใส่เสื้อแดงขี่ช้างยืนอยู่ริมฟากน้ำ
ตรัสให้ทหารเอาปืนหามแล่น และปืนนกสับคาบชุดยิงระดมไปเป็นอัน มากก็ไม่เถิง จึงสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ก็ทรงพระแสงปืนนกสับยาวกว่าคืบ ยิงไปต้องสุระกำมาตกจากคอช้างตาย รี้พลรามัญ ทั้งนั้นเห็นอัศจรรย์ ด้วยแม่น้ำนั้นกว้างเหลือกำลังปืน ก็กลัวพระเดช เดชานุภาพ และพระมหาอุปราชามิอาจจะตามมาได้ ก็เลิกทัพกลับไป…”
แม้พงศาวดารฉบับนี้จะให้ข้อมูลว่า พระแสงปืนนกสับยาวกว่าคืบ แต่พงศาวดารฉบับอื่นบันทึกไว้ว่า ยาวเก้าคืบ เมื่อเทียบกับพระแสงปืนต้นคาบแม่น้ำสะโตงที่เป็นเครื่องราชูปโภค พบว่ามีความยาวมากกว่าตัวผู้ถือโดยทั่วไป ความยาว 9 คืบ หรือ 225 เซนติเมตร น่าจะเป็นไปได้
จากรายละเอียดของเหตุการณ์ข้างต้นมีประเด็น ที่จะลองแยกพิจารณา ดังนี้
●
ประเด็นที่ 1.แม่น้ำสะโตงกว้างเท่าไหร่
จากหลักฐานข้างต้นที่พระนเรศวรยิงพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงถูกสุรกรรมาที่อยู่อีกฝั่งเสียชีวิตนั้นเกิดขึ้นหลังเสด็จกลับจากเมืองแครง ทรงพาทัพอยุธยาและครัวมอญข้ามแม่น้ำสะโตงมาแล้ว
เมืองแกรงหรือแครง จะเป็นเมืองใดในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชัดเจน สิ่งที่รู้คือเมืองแครงอยู่ทางใต้หงสาวดีลงมาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสะโตง
และการข้ามแม่น้ำของกองทัพอยุธยาก็ไม่ได้ข้ามเมื่อออกจากเมืองแครงทันที ทัพอยุธยาได้ทำการกวาดต้อนครัวตามที่ต่าง ๆ แล้วข้ามแม่น้ำที่จุดหนึ่งใต้เมืองหงสาวดีคือ เมืองพะโค ในปัจจุบันลงมา
และโดยปกติเพื่อความรวดเร็วเข้าใจว่าน่าจะทรงข้ามในจุดที่แคบที่สุด ซึ่งจุดที่แคบที่สุดจุดหนึ่งนั้นคือที่ตั้งของสะพานสะโตงเก่า เมือง Thienzayat รัฐมอญ ประเทศเมียนมาร์ ที่กองทัพอังกฤษระเบิดทิ้งไปในปี ค.ศ.1942 เพื่อป้องกันกองทัพญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักของทางอังกฤษว่า ยุทธการสะพานสิตาง (Battle of Sittang bridge) จุดดังกล่าวห่างเมืองหงสาวดี (พะโค) ทางทิศใต้ตรงกับพงศาวดารพอดี
ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เคยไปสำรวจบริเวณดังกล่าวเพื่อหาข้อมูลสำหรับสร้างภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้วัดระยะจากทั้งสองฝั่งด้วยเลเซอร์พบว่าห่างกันราว 620 เมตร
ทั้งนี้ยังไม่รวมว่าตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมามีการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณดังกล่าวทำให้ความกว้างปัจจุบันเพิ่มมากกว่าเดิมหรือไม่ และตามที่ปรากฏในพงศาวดารเป็นเดือน 5-เดือน 6 ไทย นับเป็นช่วงฤดูแล้งน้ำอาจจะลดลง ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝั่งน้อยลงด้วย
●
ประเด็นที่ 2.พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงเป็นแบบใด
พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงองค์เดิมนั้น ได้สูญหายไปเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310
อย่างไรก็ดี “ตำราราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยา” ที่รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าให้เหล่าข้าราชการครั้งกรุงเก่าชำระขึ้นได้ให้รายละเอียดไว้ดังนี้
“...เครื่องตั้งบนเตียงแว่นฟ้า หีบพระธำมรงค์ ลุ้งพระมาลาเบี่ยง ฉลองพระองค์เกราะ ๑ ฉลองพระองค์นวม ๑ พระเต้าเบญจคัพย์มีพระยันต์รอง ๕ พระมหาสังวาลพราหมณ์สร้อยอ่อน เศวตฉัตร ๑ ผ้ารัตกัมพล ๒ เบญจกกุธภัณฑ์ พระมหามงกุฎ ๑ พระขรรค์ไชยศรี ๑ พัชนีฝักมะขาม ๑ ธารพระกร ๑ ฉลองพระบาท ๑ รวม ๕ สิ่ง พระแสงปืนคลาบชุดข้ามแม่น้ำสะโตง พระแสงหอกไชย พระแสงของ้าว พระแสงดาบชะเลย พระแสงเขนมีดาบด้วย พระแสงจักร พระแสงตรีศูล พระแสงเกาทัณฑ์…”
ในขณะที่พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ให้รายละเอียดว่าเป็นพระแสงปืนนกสับ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
โดยปกติแล้วปืนนกสับตามความหมายทางวิชาการประวัติศาสตร์และการทหารของไทยจะหมายถึง ปืนคาบศิลา ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นหลังเหตุการ์ที่แม่น้ำสะโตงประมาณ 50 ปี เป็นไปไม่ได้ที่จะมีในช่วงข้ามแม่น้ำสะโตง
ปืนที่มีในเวลานั้นได้แก่ ปืนคาบชุด (Matchlock), ปืนคาบชุดแบบมีเครื่องบังแสง (Snaplock-ปืนชนิดนี้ไม่มีชุดชนวนน่าจะเป็น Snap Matchlock มากกว่า/ผู้เขียน), ปืนแบบไฟแช็ก (Wheellock), ปืนแบบ Snaphance
อย่างไรก็ตาม จากตำราราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยาที่เขียนขึ้นจากความทรงจำเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของกรุงศรีอยุธยาที่ยังคงรับราชการจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตลอดทั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ก็เคยทรงรับราชการเป็นมหาดเล็กในยุคกรุงศรีอยุธยาทั้งสองพระองค์ ย่อมได้ทรงเห็นพระแสงปืนต้นองค์เดิมก่อนเสียกรุงมาแล้ว เมื่อตำราดังกล่าวให้ข้อมูลว่าเป็นพระแสงปืนคาบชุด ย่อมเป็นข้อสังเกตว่าต้องมีชุดชนวน (Slow Match) ที่ใช้จุดไฟก็ทำการยิงอยู่ที่พระแสงองค์นี้
ปืน Snaplock,Wheellock และ Snaphance เป็นระบบใช้หินเหล็กไฟ (Flint) ในการจุดระเบิด ไม่ได้ชุดสายชนวน ย่อมไม่ตรงกับเงื่อนไข
พระแสงปืนต้นจึงควรเป็นปืนคาบชุด หรือปืนที่มีรูปแบบผสมของปืนคาบชุดดังที่จะกล่าวต่อไป
●
ประเด็นที่ 3. พระแสงปืนต้นยิงข้ามแม่น้ำสะโตงได้หรือไม่
ถ้าเราเอาระยะ 620 เมตร ที่ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ใช้เลเซอร์วัดระยะห่างของสองฝั่งแม่น้ำสะโตงจุดที่สะพานสะโตงเก่าตั้งอยู่ไว้เป็นเกณฑ์ ปืนในยุคสมัยนั้นที่ยิงทำระยะเกินได้ เป็นไปได้ที่จะสามารถยิงถูกสุรกำมาตามพงศาวดารได้
ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้เคยร่วมมือกับกรมสรรพาวุธ สร้างปืนนกสับตามพงศาวดารขึ้นมากระบอกหนึ่ง ทำการทดลองดูพบว่าถ้าอัดดินดำถูกสัดส่วนสามารถยิงได้ระยะไกลกว่า 800 เมตร
อย่างไรก็ดีปืนนกสับที่ปรากฏในภาพยนตร์นั้นเป็นปืนคาบศิลาซึ่ง ณ เวลาตามพงศาวดารนั้นยังไม่เกิดขึ้นดังได้กล่าวไปแล้ว
เมื่อได้สืบค้นเพิ่มเติมพบว่าเมื่อปี 1995 ที่ออสเตรียเคยมีการทดลองนำปืนเล็กยาวที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายชนิดมาทำการทดลองยิง โดยนายทหารกองทัพบกออสเตรียเป็นผู้ทำการยิง และรายงานผลไว้ใน Material Culture Review เล่ม 42 Fall/Autmn 1995
พบว่าปืน Matchlock LG 1514 ซึ่งมีอายุอยู่ใน 25 ปีแรกของคราิสตศตวรรษที่ 17 (ราว 1601-1625) ความยาว 760 มิลลิเมตร (0.76 เมตร) ขนาดกระสุน 15.1 มิลลิเมตร สามรถยิงได้ระยะสูงสุด 957 เมตร จากการคำนวณทางทฤษฎีเมื่อยกปืนทำมุม 60 องศา
ศักราช 946 วอกศกที่ปรากฏในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์นั้น พบว่าตรงกับ ค.ศ.1581 อันอยู่ในช่วงปลาย 1500 พอดี
ปืนคาบชุดช่วงปลาย 1500 ถึง ช่วงกลาง 1600 เป็นช่วงที่มีการใช้ปืนคาบชุดมากที่สุดและการพัฒนาปืนเพิ่มจากช่วงก่อนหน้าหลายประการ ที่น่าจะอนุมานได้ว่าปืนที่นิยมผลิตในช่วงเวลานี้มีเทคโนโลยีใกล้เคียงกัน
พระแสงปืนคาบชุดยาว 9 คืบ มีความยาวกระบอกปืนและความยาวลำกล้องมากกว่าปืนกระบอกที่ยกตัวอย่าง ความยาวลำกล้องนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเร็วปากกระบอกปืน (Muzzle Velocity)
ถ้ากระสุนออกจากกระบอกปืนมีขนาดเท่ากัน แรงต้านของอากาศ และสภาพแวดล้อมคล้ายกัน กระสุนที่ออกมาด้วยความเร็วปากกระบอกปืนมากกว่าจะไปได้ไกลกว่า และความแม่นยำ (Accuracy) จะมีแปรปรวนน้อยลงเมื่อเทียบกับความเร็วที่ต่ำกว่า
แต่ด้วยความที่พระแสงปืนต้นยาว 9 คืบนี้มีขนาดลำกล้องยาวกว่าปืนร่วมสมัยมาก การอัดดินปืนแค่พอยิงจากปืนปกติ จะไม่พอส่งลูกกระสุนออกจากปลายกระบอก หรือความยาวของลำกล้องปืนจะลดความเร็วของปืนที่ควรจะเป็นลง เว้นแต่ว่าจะอัดดินปืนได้มากพอ ซึ่งนับเป็นความชำนาญที่สำคัญอีกแบบหนึ่ง
การยิงพระแสงปืนต้นโดนคนที่อยู่อีกฝั่งแม่น้ำสะโตงก็ต้องอาศัยจังหวะ ทำนองเดียวกับการตีกอล์ฟลงหลุมขนาดเล็กที่อยู่ไกลแบบโฮลอินวัน นักกีฬากอล์ฟอาชีพเองก็มองว่าเป็นไปได้ยาก แต่ก็ยังมีผู้ที่ทำได้และมีการบันทึกไว้หลายคนจนถึงปัจจุบัน แต่เช่นกันใช่ว่าผู้ที่ทำได้เหล่านั้นจะทำได้ทุกครั้งไป จะเรียกว่ากฤษฎาภินิหารก็คงไม่ผิดนัก
ผมขอเสนอข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมไว้เรื่องหนึ่งคือ พระแสงปืนต้นองค์เดิม อาจจะมีลักษณะผสมคาบชุด แบบเดียวกับ ปืน “Doppelhaken” G 358 Heavy or “Spanish” musket’ wheellock and matchlock, เมือง Styria ประเทศออสเตรีย ปี 1580s ยาว 1655 มิลลิเมตร (1.655 เมตร) ขนาดกระสุน 20.6 มิลลิเมตร สามรถยิงได้ระยะสูงสุด 1,279 เมตร จากการคำนวณทางทฤษฎีเมื่อยกปืนทำมุม 60 องศา ที่ปรากฏอยู่ในรายงานการทดลองเดียงกัน
ด้วยความยาวที่ค่อนข้างมากกว่าปืนยุคเดียวกัน มีทั้งระบบ Wheellock และ คาบชุด (Matchlock) เข้าใจว่าสามารถปรับเปลี่ยนระบบได้แบบปืนในคลิปตัวอย่างที่เป็นระบบผสม Wheellock-Matchlock แต่กระบอกเล็กกว่า
จากลักษณะที่ค่อนข้างพิเศษนี้ เป็นไปได้ว่าชาวยุโรปอาจจะเลือกนำมาถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการแก่ทางราชสำนัก และทางราชสำนักอยุธยาอาจจะตั้งปืนที่พิเศษกว่าปืนทั่วไปไว้ในฐานะพระแสงปืนก็เป็นได้ และในความทรงจำของข้าราชการครั้งกรุงศรีอยุธยาจึงจำได้ว่าเป็นปืนคาบชุด จากการที่มีชุดจุดชนวนอยู่ด้วย
สรุป
พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง เป็นเครื่องราชูปโภคองค์หนึ่งของพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ได้สูญหายไป เมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นมา ได้ทรงโปรดเกล้าให้จำลองขึ้นมาใหม่จากความทรงจำของเหล่าข้าราชการครั้งกรุงศรีอยุธยาที่ยังเหลืออยู่
เมื่อได้พิจารณาด้านต่าง ๆ ตลอดถึงข้อโต้แย้งด้านความแม่นยำ เรื่องการยิงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตงถูกศัตรูมีความเป็นไปได้ อาจจะด้วยว่า มุมมองของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมองว่าการยิงข้ามแม่น้ำสะโตงของปืนยุคนั้นเป็นไม่ได้ แต่เมื่อสามารถข้ามแม่น้ำถูกศัตรูได้ จึงเป็นเรื่องราวที่ดูน่าอัศจรรย์ และอยู่ในความประทับใจของฝ่ายกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้น
เป็นเหตุให้ยกความสำคัญของพระแสงปืนองค์นี้ขึ้นมาเป็นเครื่องราชูปโภคแสดงพระเกียรติยศที่สำคัญพระองค์หนึ่ง จนกระทั่งเสียกรุงศรีอยุธยา
หมายเหตุ
1.รายงานการทดลองยิงปืนเล็กยาวยุคเก่า ปี 1995 ประเทศออสเตรีย
Krenn, Peter, Paul Kalaus, and Bert Hall. 1995. “Material Culture and Military History: Test-Firing Early Modern Small Arms”. Material Culture Review 42 (1). Retrieved April 6, 2026, from
https://journals.lib.unb.ca/index.php/MCR/article/view/17669
.
2.คลิปวีดิโอ ที่แสดงปืน Wheellock ผสมคาบชุด
https://youtu.be/D6tekvebpz0?si=uoPEX6UV3FgRJ2cC
บรรณานุกรม
ภาษาไทย
-พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนนิติ์ ค้นเมื่อ 3 เมษายน 2569,จาก
https://vajirayana.org/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C
-กรมศิลปากร (ผู้รวบรวม). (2479) ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๔ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) (พระยาปฏิภาณพิเศษพิมพ์แจกในงานปลงศพคุณหญิงปฏิภาณพิเศษ (ลมุน อมาตยกุล) ณ วัดประยูรวงศาวาส วันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๙). (ไม่ปรากฏครั้งที่พิมพ์) พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
-ความคิดเห็นของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ในกระทู้ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ทำไมถึงต้องเอาพระแสงปืนต้นมาเก็บไว้กับพระมหาเถร" (ความคิดเห็นที่ 46-47, 51, 53-54) ค้นเมื่อ 4 เมษยน 2569, จาก
https://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2011/03/A10360546/A10360546.html
-กรมศิลปากร (ผู้รวบรวม). 2493. ตำราแบบธรรมเนียมในราชสำนักครั้งกรุงศรีอยุธยา กับ พระวิจารณ์ของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. พระนคร: กรมศิลปากร, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทาน ในงานพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พุทธศักราช ๒๔๙๓.
ค้นเมื่อ 4 เมษายน 2569, จาก
https://vajirayana.org/ตำราแบบธรรมเนียมในราชสำนักครั้งกรุงศรีอยุธยา-กับ-พระวิจารณ์ฯ
-สุนิสา ศรีแตงอ่อน, ร.ต.หญิง. (ม.ป.ป.). ปืนคาบศิลา และปืนนกสับ. ค้นเมื่อ 4 เมษายน 2569, จาก
https://3king.lib.kmutt.ac.th/KingTarksinCD/appendix_6.html
ภาษาต่างประเทศ
-Schenawolf, Harry. (2018) "Matchlocks & Flintlocks: Weapons That Tamed a New World & Armed an American Revolution". Retrieved April 6, 2026, from
https://revolutionarywarjournal.com/matchlocks-flintlocks-firelocks-that-tamed-a-new-world-claimed-an-american-revolution/
-Muzzle Velocity – What Is It and Why Does It Matter? (2019). Retrieved April 7, 2026, from
https://www.ammoforsale.com/ammo-club/muzzle-velocity-what-is-it-and-why-does-it-matter/?__cf_chl_tk=HY8xlC5VR1x2ndkCrN.ketC48.DTq_uz9vlxwCqTrsA-1775456836-1.0.1.1-WsiczAZP0aaw9cxnt7Ey3h5Gri_YmXNmfZPYrC9O6AE
ที่มาภาพปก เพจหอสมุดพิกุลศิลปาคาร
ความรู้
อยุธยา
พม่า
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย