2 เม.ย. เวลา 09:44 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 85 ทุนจัดงานวันเกิด

กล่าวถึงหวางฮูหยินเห็นแม่เฒ่าเจี่ยไปเที่ยวอุทยานแล้วถูกลมเป็นไข้แต่ไม่หนัก เชิญหมอมาจ่ายยาเทียบหนึ่งก็หายดี จึงเรียกพี่เฟิ่งมาตระเตรียมข้าวของที่จะส่งไปให้เจี่ยเจิ้งซึ่งเดินทางไปปฏิบัติราชการ ขณะหารือกันอยู่ แม่เฒ่าเจี่ยให้คนมาตาม หวางฮูหยินจึงพาพี่เฟิ่งมาพบแม่เฒ่า
หวางฮูหยินคารวะแล้วถามว่า “ตอนนี้ดีขึ้นบ้างไหม”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “วันนี้หายดีแล้ว น้ำแกงไก่ป่าอ่อนที่พวกเจ้าส่งมา ข้าชิมดูรู้รสแล้ว ยังกินเนื้อไปสองคำ สบายใจดี”
หวางฮูหยินยิ้มว่า “น้ำแกงนี่ ยายหนูเฟิ่งเป็นคนจัดการให้ นับว่ากตัญญูไม่เสียทีที่เหล่าไท่ไท่เอ็นดู”
แม่เฒ่าเจี่ยพยักหน้ายิ้มว่า “นางยังคอยห่วงใยข้า ถ้ายังมีเนื้อสดอยู่ ก็ทอดมาสองชิ้นใส่เกลือหน่อยกินกับโจ๊กอร่อยดี น้ำแกงนั่นถึงจะดีแต่ไม่เข้ากับข้าวต้ม”
พี่เฟิ่งรับคำ แล้วสั่งการไปยังห้องครัว
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มกับหวางฮูหยินว่า
“ข้าให้คนตามเจ้ามาก็ด้วยเรื่องวันเกิดของยายหนูเฟิ่งในวันที่สองที่จะถึงนี้ เมื่อสองปีก่อนข้าเคยคิดจะช่วยนางจัดงาน แต่พอใกล้วันมัวแต่ยุ่งเรื่องอื่นจึงไม่ได้จัดให้ ปีนี้คนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งไม่มีธุระอะไรยุ่ง พวกเราควรจะรื่นเริงกันสักวัน”
หวางฮูหยินยิ้มว่า “ข้าก็คิดอยู่ ในเมื่อเหล่าไท่ไท่ท่านอารมณ์ดี ก็ควรหารือกันดู”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ข้าคิดว่า ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิดของใคร ต่างคนต่างหาของขวัญให้กันเป็นปกติ ปีนี้ข้ามีวิธีใหม่ ไม่ดูเป็นตัวใครตัวมันทั้งยังครึกครื้น”
หวางฮูหยินรีบถามว่า “เหล่าไท่ไท่คิดดีแล้ว ควรทำอย่างไรหรือ”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ข้าคิดว่าพวกเราควรเอาอย่างครอบครัวเล็กข้างนอก รวมเงินกันได้เท่าไรก็ใช้กันเท่านั้น เจ้าว่าดีหรือไม่”
หวางฮูหยินว่า “วิธีนี้ดีอยู่ แต่จะรวบรวมกันอย่างไร”
แม่เฒ่าเจี่ยกำลังอารมณ์ดี จึงให้คนไปเชิญแม่น้าเซวีย สิงฮูหยิน พวกคุณหนูรวมทั้งเป่าวี่ และข้ามไปอีกจวนเชิญนางอิ๋วสื้อ 尤氏 และภรรยาไล่ต้า 赖大家的 รวมถึงเหล่าสะใภ้แม่งานทั้งหมดมาด้วย
พวกแม่บ้านสาวใช้เห็นแม่เฒ่าเจี่ยอารมณ์ดี ก็พลอยอารมณ์ดีด้วย รีบแยกย้ายกันไปเชิญ เพียงไม่ถึงชั่วมื้อข้าวทุกคนทั้งใหญ่น้อย ต่างมากันแน่นขนัด แม่น้าเซวียนั่งลงตรงข้ามแม่เฒ่า สิงฮูหยิน หวางฮูหยินนั่งบนเก้าอี้หน้าประตูห้อง พวกเป่าไชพี่น้องนั่งกันบนเตียงผิง เป่าวี่นั่งในอ้อมกอดแม่เฒ่าเจี่ย ที่เหลือยืนกันแน่น
แม่เฒ่าเจี่ยสั่งให้นำม้านั่งมาให้มารดาของไล่ต้ากับพวกหม่อมอที่สูงอายุนั่ง ตามธรรมเนียมของจวนเจี่ย ผู้ที่ปรนนิบัติเจ้านายรุ่นบิดามารดาจะได้รับยกย่องเหนือกว่าพวกที่ปรนนิบัติเจ้านายรุ่นเยาว์กว่า ดังนั้นนางอิ๋วสื้อ พี่เฟิ่งและพวกจึงต้องยืน มารดาไล่ต้าและหม่อมอสามสี่คนกล่าวขออภัยแล้วนั่งลงบนม้านั่ง
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มแล้วเล่าเรื่องที่พูดถึงก่อนหน้าให้ทุกคนฟัง ทุกคนต่างยินดีที่จะร่วมสมทบ มีทั้งผู้ที่สนิทสนมกับพี่เฟิ่งที่ย่อมยินดีอยู่แล้ว และผู้ที่กลัวพี่เฟิ่งจึงต้องประจบเอาใจ
แม่เฒ่าเจี่ยเริ่มก่อนว่า “ข้าออกยี่สิบตำลึง”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “ข้าตามเหล่าไท่ไท่ ยี่สิบตำลึง”
สิงฮูหยิน หวางฮูหยินยิ้มว่า “พวกเราไม่อาจตีเสมอเหล่าไท่ไท่ ต้องย่อส่วนลง เป็นคนละสิบหกตำลึง”
นางอิ๋วสื้อ กับหลี่หวานก็ยิ้มว่า “แน่นอนพวกเราย่อลงอีก คนละสิบสองตำลึง”
แม่เฒ่าเจี่ยแย้งหลี่หวานว่า “เจ้าเป็นหม้ายไม่มีทรัพย์สินใดแล้ว จะให้เจ้ามาออกเงินได้อย่างไร ส่วนของเจ้าข้าออกให้”
พี่เฟิ่งยิ้มแล้วรีบแย้งว่า “เหล่าไท่ไท่อย่าเพิ่งอารมณ์ดีจนลืมคิดบัญชี เหล่าไท่ไท่เองต้องออกเงินสองส่วนอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาออกแทนพี่สะใภ้อีกสิบสอง ตอนนี้ยังอารมณ์ดีอยู่ แต่เดี๋ยวมาคิดอีกทีอาจปวดใจแล้วจะมาว่า “เป็นเพราะยายเฟิ่งมาทำให้ข้าฟุ่มเฟือย” แล้วก็หาวิธีหลอกล่อข้าให้ชดใช้คืนสามสี่เท่า”
ทุกคนพากันหัวเราะ
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “แล้วเจ้าเห็นว่าควรทำอย่างไร”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ยังไม่ทันถึงวันเกิดของข้า สิ่งที่ข้าได้รับก็มากเกินพอแล้ว ข้าเองไม่ได้ออกเงินเลยรู้สึกตะขิดตะขวงเกรงใจทุกท่าน เอาเป็นว่าส่วนของพี่สะใภ้ข้าจะช่วยออกให้ ถึงวันงานจะได้กินได้เต็มที่”
สิงฮูหยินและพวกได้ฟังต่างเห็นว่าสมควร แม่เฒ่าเจี่ยจึงยอมตามที่ว่า
พี่เฟิ่งยิ้มอีกว่า “ข้ายังมีอีกเรื่องที่ต้องพูด บรรพชนออกเงินส่วนของตนเองแล้วยี่สิบตำลึง ยังต้องออกส่วนของน้องหลินและของน้องเป่า(วี่)อีกสองส่วน แม่น้าออกส่วนของตนเองยี่สิบตำลึง ยังจะต้องออกของพี่เป่า(ไช)อีกส่วน นับได้ว่ายุติธรรม แต่ไท่ไท่ทั้งสองคนละสิบหกตำลึง ออกน้อยกว่าแล้ว ยังไม่ได้ออกแทนผู้ใด ดูไม่ยุติธรรม บรรพชนเสียเปรียบมากเทียว”
แม่เฒ่าเจี่ยฟังแล้วหัวเราะลั่นว่า
“ยังคงเป็นยายหนูเฟิ่งที่เข้าข้างข้า พูดถูกทีเดียว ถ้าไม่ได้เจ้า ข้าคงถูกเขาหลอกเอา”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “บรรพชนนำส่วนของคุณหนูคุณชายทั้งสองแบ่งให้ไท่ไท่ทั้งสองช่วยออกคนละส่วน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “แบบนี้ยุติธรรม เอาตามนี้”
มารดาของไล่ต้ารีบลุกขึ้นยิ้มแล้วท้วงว่า
“นี่เพี้ยนใหญ่แล้ว ข้าขอระบายโทสะแทนไท่ไท่ทั้งสอง ทางหนึ่งนางเป็นสะใภ้ อีกทางหนึ่งนางเป็นหลานสาว แต่ไม่เข้าข้างแม่สามีกับอาหญิง กลับไปเข้าข้างคนอื่น สะใภ้กลายเป็นคนแปลกหน้า หลานสาวกลายเป็นคนนอกเสียแล้ว”
คำทักท้วงนี้ทำเอาคนหัวเราะกันใหญ่
(หวางซีเฟิ่งเป็นสะใภ้ของสิงฮูหยิน ตัวนางเองเป็นหลานสาวของหวางฮูหยิน)
มารดาของไล่ต้าถามต่อว่า “เมื่อพวกคุณนายน้อยออกกันคนละสิบสองตำลึง พวกข้าก็ต้องลดกันลงไปตามส่วน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “นี่คงไม่ได้ แม้โดยหลักพวกเจ้าควรจะได้ลดลงตามส่วน แต่ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีฐานะระดับเศรษฐี ถึงจะมีสถานะต่ำกว่าก็ตาม พวกเจ้ามีเงินมากกว่าเสียอีก ดังนั้นพวกเจ้าจึงควรออกเท่ากับพวกนาง”
พวกหม่อมอได้ฟัง ต่างพากันรับปาก
แม่เฒ่าเจี่ยกล่าวต่อว่า “พวกสาว ๆ (สาวใช้) จ่ายแค่ค่าเข้าร่วมงาน แต่ละคนออกเงินตามสัดส่วนเงินเดือนก็พอ”
แล้วหันมาบอกยวนยางว่า
“พวกเจ้าก็มีส่วนด้วย ไปตามมาร่วมหารือ”
ยวนยางรับคำ หายไปไม่นาน กลับมาพร้อมกับผิงเอ๋อ สีเหยิน ไฉ่สยาและพวกสาวใช้เงินเดือนสองตำลึงและหนึ่งตำลึง
แม่เฒ่าเจี่ยถามผิงเอ๋อว่า
“เจ้าช่วยงานวันเกิดเจ้านายของเจ้าอยู่แล้ว ยังมาอยู่ในกลุ่มนี้ทำไม”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “โดยส่วนตัวข้ามีให้ต่างหากแล้ว แต่นี่เป็นส่วนรวม ข้าควรมีส่วนร่วมด้วย”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “นี่แหละเด็กดี”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “เบื้องบนเบื้องล่างมากันครบหมดแล้ว ยังมีน้าหญิงอีกสองท่าน จะออกเงินหรือไม่อย่างไรก็ต้องถามดูให้รู้ ไม่เช่นนั้นจะหาว่าเราดูถูกพวกเขา”
แม่เฒ่าเจี่ยรีบบอกว่า “นั่นสินะ ทำไมลืมพวกเขาไปได้ กลัวแต่ว่าพวกเขาไม่ว่าง ให้เด็กไปดูที”
ว่าแล้วก็สั่งสาวใช้ไป ครึ่งค่อนวันจึงกลับมาแจ้งว่า
“แต่ละท่านขอออกสองตำลึง”
แม่เฒ่าเจี่ยชอบใจว่า “เอาหมึกพู่กันมารวมดูแล้วได้เท่าไร”
นางอิ๋วสื้อแอบบริภาษพี่เฟิ่งว่า “ยายม้าดีดกะโหลกไม่รู้จักพอ แม่ยายพี่สะใภ้และพวกสมทบทุนให้เจ้าจัดงานวันเกิดเจ้ายังไม่พอใจ ไปลากเอาสองน้ำเต้าขมมาด้วยทำไม”
พี่เฟิ่งยิ้มแล้วกระซิบตอบว่า “เจ้าพูดให้น้อยหน่อย เดี๋ยวออกจากที่นี่แล้ว ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า สองคนนั้นทุกข์ยากตรงไหน มีเงินก็ไปทิ้งให้คนอื่นเสียเปล่า มิสู้ให้พวกเรามาใช้ดีกว่า”
พอรวมยอดดู เป็นเงินทั้งสิ้นหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงมีเศษ
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เลี้ยงโต๊ะวันเดียวใช้ไม่หมด”
นางอิ๋วสื้อว่า “ไม่เชิญแขกข้างนอกก็มีไม่กี่โต๊ะ พอจัดงานกันสองสามวัน อย่างแรกเลยคือ ไม่ต้องจ่ายค่าอุปรากร ประหยัดตรงนี้ไป”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เช่นนั้น ยายหนูเฟิ่งอยากจะหาคณะไหน ก็เรียกคณะนั้น”
พี่เฟิ่งว่า “คณะของจวนเราก็ฟังกันจนชินแล้ว เสียเงินว่าคณะข้างนอกมากันเถิด”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เรื่องนี้ให้สะใภ้ชายเจิน (นางอิ๋วสื้อ) ดูแลก็แล้วกัน ยายหนูเฟิ่งจะได้ไม่ต้องกังวล รื่นเริงกับงานตัวเองได้เต็มที่สักวัน”
นางอิ๋วสื้อรับคำ สนทนากันอีกสักพัก แม่เฒ่าเจี่ยเริ่มเหนื่อยล้า จึงทยอยกันลากลับ
นางอิ๋วสื้อส่งสิงฮูหยิน หวางฮูหยินกลับไปแล้ว ก็มายังห้องของพี่เฟิ่งเพื่อหารือเรื่องจัดงานวันเกิด
พี่เฟิ่งว่า “เจ้าไม่ต้องมาถามข้า คอยดูสีหน้าเหล่าไท่ไท่ก็พอแล้ว”
นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “เจ้าคนไม่เอาไหนกลับมีโชคใหญ่ ไปตามพวกเรามาคิดว่ามีอะไร ที่แท้ก็เรื่องนี้ ให้ออกเงินยังไม่เท่าไร ยังต้องให้ข้ามาเป็นแม่งาน เจ้าจะขอบใจข้าอย่างไร”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “อย่าปากพล่อย ข้าไม่ได้เรียกเจ้ามา จะขอบใจเจ้าทำไม เจ้ากลัวเหนื่อยก็ไปบอกเหล่าไท่ไท่ให้เปลี่ยนคนอื่น ก็เท่านั้น”
นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “เจ้าเห็นอยู่ ท่านอารมณ์ดีขนาดนี้ ข้าเตือนเจ้ารีบตักตวงไว้ให้พอ มากนักอาจล้นทิ้งเสียเปล่า”
สนทนากันสักพัก นางอิ๋วสื้อก็ลากลับ
วันรุ่งขึ้น เงินที่รวบรวมได้นำส่งมายังจวนหนิงแต่เช้า นางอิ๋วสื้อกำลังล้างหน้าหวีผมอยู่ ถามว่า
“ใครเป็นคนนำมาส่ง”
สาวใช้ตอบว่า “ท่านแม่หลิน 林妈”
นางอิ๋วสื้อสั่งว่า “ตามนางมา”
สาวใช้ออกมาพาภรรยาหลินจือเสี้ยว 林之孝家的 ไปเข้าพบ นางอิ๋วสื้อบอกให้นางนั่งลงบนเก้าอี้วางเท้า
ระหว่างล้างหน้าหวีผมก็ถามว่า
“เงินในห่อนี้รวมแล้วจำนวนเท่าไร”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวตอบว่า “เงินนี่เฉพาะส่วนของพวกเราผู้น้อย ยังไม่รวมของพวกเหล่าไท่ไท่และไท่ไท่”
จังหวะนั้น สาวใช้เข้ามาบอกว่า
“ไท่ไท่กับคุณหญิงน้าจวนฟากนั้นให้คนนำส่วนของพวกท่านมาส่งแล้ว”
นางอิ๋วสื้อยิ้มแล้วดุว่า “ยายม้าดีดกะโหลก เรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้พวกเจ้าจำแม่นนัก เมื่อวานเหล่าไท่ไท่อารมณ์ดีนึกอยากเลียนแบบครอบครัวคนยากรวมเงินเป็นกองกลาง พวกเจ้าถือเป็นจริงเป็นจัง ยังไม่รีบไปรับมา”
สาวใช้ยิ้มแล้วรีบไปรับเงินเข้ามาส่ง ทั้งหมดสองซอง รวมส่วนของเป่าไช ไต้วี่ด้วย
นางอิ๋วสื้อถามว่า “ยังขาดของใครอีก”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “ยังขาดของเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ พวกคุณหนูและะสาวใช้ของพวกคุณหนู”
นางอิ๋วสื้อถามว่า “คุณนายใหญ่ของเจ้าเล่า”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “คุณนายข้ามไปฟากโน้นเถิด เงินจำนวนนี้คุณนายรองเป็นผู้จ่าย เงินมีอยู่แล้ว”
นางอิ๋วสื้อล้างหน้าหวีผมเสร็จสั่งให้เตรียมรถข้ามมาจวนหยงตรงมาหาพี่เฟิ่ง เห็นพี่เฟิ่งนำเงินผนึกซองไว้แล้วเตรียมส่งมาให้
นางอิ๋วสื้อถามว่า “ครบหมดแล้วหรือ”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ครบหมดแล้ว รีบเอาไปเสีย หายไปไม่เกี่ยวกับข้า”
นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “ข้าไม่ค่อยเชื่อ ต้องนับดูต่อหน้า”
แล้วนางก็นับจริง ๆ ไม่เห็นมีส่วนของหลี่หวาน นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “ข้าว่าเจ้าเล่นตลกอะไร ทำไมไม่มีของพี่สะใภ้ใหญ่”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ทั้งหมดนั่นยังไม่พออีกหรือ ขาดไปแค่ส่วนเดียว ไว้ไม่พอใช้จริงข้าค่อยให้”
นางอิ๋วสื้อว่า “เมื่อวานเจ้าพูดเองต่อหน้าทุกคนว่าเจ้าจะเป็นคนออก ตอนนี้มาบอกปัดกับข้า เรื่องนี้คงทำตามเจ้าว่าไม่ได้ ข้าจะกลับไปเอาส่วนนี้จากเหล่าไท่ไท่เอง”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้าว่าเจ้าร้ายกาจ วันหน้าเกิดอะไรขึ้น ข้าถือว่าตาต่อตาฟันต่อฟัน เจ้าอย่ามาโทษข้า”
นางอิ๋วสื้อว่า “เงินส่วนนี้ เจ้าไม่ยอมให้มาก็ช่างเถิด เห็นแก่ว่าปกติเจ้าก็แสดงความเคารพข้า ข้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเจ้า”
ว่าแล้ว นางก็แยกเอาส่วนของผิงเอ๋อออกมา แล้วว่า
“ผิงเอ๋อ มานี่ เอาส่วนของเจ้ากลับไป ถ้าไม่พอ ข้าเติมให้เจ้าเอง”
ผิงเอ๋อรู้สถานการณ์จึงว่า “คุณนายเอาไปใช้ก่อน หากมีเหลือ ค่อยคืนให้ข้าก็เหมือนกัน”
นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “ยอมให้เจ้านายของเจ้าโกงได้ แต่ไม่ยอมให้ข้าแสดงน้ำใจหรือ”
ผิงเอ๋อจำต้องรับส่วนของนางกลับ
นางอิ๋วสื้อกล่าวอีกว่า “ข้าว่าเจ้านายของเจ้าละเอียดละออปานนี้ ได้เงินมาเอาไปใช้ที่ไหน ใช้ไม่หมด วันหน้าคงเอาใส่โลงไปใช้ต่อ”
กล่าวแล้วนางก็มาหาแม่เฒ่าเจี่ย คารวะอวยพรแล้วสนทนาด้วยสองสามคำ ก็มาหายวนยางที่ห้องหารือเรื่องจัดงานว่าควรจัดอย่างไร แม่เฒ่าเจี่ยชอบแบบไหนจะได้จัดให้เหมาะสม ก่อนจะกลับนางอิ๋วสื้อก็เอาเงินสองตำลึงส่วนของยวนยางส่งคืนให้ว่า
“เงินจำนวนนี้คงไม่ต้องใช้”
จากนั้นก็มาสนทนากับหวางฮูหยิน พอได้เวลาหวางฮูหยินเข้าห้องพระสวดมนตร์ ก็นำเงินส่วนของไฉ่หยุนคืนให้นาง
จากนั้น มองดูว่าพี่เฟิ่งไม่อยู่ใกล้ ก็นำเงินส่วนของน้าหญิงโจว น้าหญิงเจ้าคืนให้ ทั้งสองไม่กล้ารับ นางอิ๋วสื้อว่า
“ข้าเห็นใจพวกเจ้า คงไม่มีเงินเหลือใช้มากนัก ถ้ายายเฟิ่งถาม ข้าจะตอบเอง”
ทั้งสองจึงยอมรับคืน พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณอย่างสูง จากนั้นนางอิ๋วสื้อก็ขึ้นรถกลับจวน
ตอนก่อนหน้า : ซีชุนวาดภาพอุทยาน
ตอนถัดไป : เซ่นไหว้ที่อารามสุ่ยเซียน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา