30 มี.ค. เวลา 09:23 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 84 ซีชุนวาดภาพอุทยาน

เป่าไช ไต้วี่เดินมาด้วยกันถึงบ้านข้าวหอม ก็เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า
หลี่หวานเห็นทั้งสองมาถึง จึงยิ้มว่า
“ชมรมไม่ทันเริ่ม ก็มีคนจะหนีงานเสียแล้ว ยายหนูสี่ (ซีชุน) จะขอลาหนึ่งปี”
ไต้วี่ยิ้มว่า “เป็นเพราะเหล่าไท่ไท่พูดไว้เมื่อวานว่า จะให้นางวาดภาพอุทยาน ทำให้นางได้ใจขอลา”
ทั่นชุนว่า “อย่าไปโทษเหล่าไท่ไท่ เป็นเพราะหลิวเหล่าลาพูดขึ้นมาก่อน”
ไต้วี่รีบยิ้มรับลูกว่า “ก็จริงอยู่ เป็นเพราะนางพูดขึ้นมา ว่าแต่นางเป็นท่านยายฝ่ายไหนกัน ข้าว่านางเป็น ยายตั๊กแตน 母蝗虫” (ตั๊กแตนกินพืชไร่เสียหายหมดอย่างว่องไว)
ฉายานี้ทำเอาคนอื่นพากันหัวเราะ
เป่าไชยิ้มว่า “ถ้อยคำบนโลกนี้ ไปถึงปากยายเฟิ่ง (พี่เฟิ่ง) ก็หมดกัน ดีที่ยายเฟิ่งไม่รู้หนังสือ ไม่แตกฉาน ล้อเล่นตามภาษาตลาด ไม่เหมือนปากตะไกรยายผินเอ๋อ (ไต้วี่) ใช้วิธีซ่อนความนัยแบบชุนชิว 春秋的法子 เอาภาษาตลาดมาซ่อนรูปตกแต่งใหม่เป็น “ยายตั๊กแตน” บรรยายภาพยายเฒ่าออกมาแจ่มชัด นับว่าเจ้าหัวไว”
ทุกคนพากันหัวเราะว่า “เจ้าวิจารณ์เขาแบบนี้ ปากเจ้าก็ไม่เป็นรองสองคนนั่นหรอก”
หลี่หวานว่า “ข้าเชิญทุกท่านมาหารือกันว่า จะให้ยายหนูสี่ลาได้กี่วันดี ข้าให้นางหนึ่งเดือน นางว่าน้อยไป พวกเจ้าว่าอย่างไร”
ไต้วี่ว่า “ตามเหตุผลแล้ว หนึ่งปีไม่นับว่ามาก อุทยานแห่งนี้กว่าจะตกแต่งเสร็จใช้เวลาหนึ่งปี หากจะวาดคงใช้เวลาสองปี ไหนจะต้องฝนหมึก ไหนจะต้องจุ่มหมึก ไหนจะต้องปูกระดาษ ไหนจะต้องลงสี ไหนจะต้อง…” พูดแล้วนางเองก็อดหัวเราะไม่ได้ว่า
“ไหนจะต้องดูแบบแล้วค่อยๆ วาด มิต้องใช้เวลาสองปีหรอกหรือ”
ทุกคนพากันตบมือหัวเราะ
เป่าไชยิ้มว่า “น่าสนใจ ร้ายก็ตรงปิดท้ายว่า “ค่อยๆ วาด” ไม่วาดก็ไม่เสร็จ เรื่องเมื่อวานแม้จะน่าขำแต่ไม่มีอะไรมาก แต่วาจาของผินเอ๋อแม้เหมือนไม่มีอะไร หากคิดตามกลับน่าขัน”
ซีชุนว่า “เป็นเพราะพี่เป่าให้ท้ายนางจนพองตัวมาล้อเล่นกับข้าแล้ว”
ไต้วี่ดึงซีชุนไว้ยิ้มว่า “ข้าถามหน่อย เจ้าจะวาดแค่ทิวทัศน์ของอุทยาน หรือจะวาดพวกเราไว้ในนั้นด้วย”
ซีชุนว่า “แรกคิดว่าวาดแค่อุทยาน แต่เมื่อวานเหล่าไท่ไท่ว่า “วาดเพียงอุทยาน เหมือนวาดผังบ้าน” บอกข้าวาดคนกำลังชมทิวทัศน์ด้วยจึงจะเหมาะ ข้าไม่ถนัดใส่รายละเอียดของอาคารทั้งยังไม่สันทัดวาดคน แต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ลำบากใจอยู่”
ไต้วี่ว่า “วาดคนนั่นยังง่าย วาดแมลงคงไม่ไหว”
หลี่หวานว่า “เจ้าพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว จะต้องมีแมลงในนั้นเพื่ออะไร มีนกหรือสัตว์สักอย่างสองอย่างยังพอว่า”
ไต้วี่ยิ้มว่า “แมลงอื่นคงไม่ต้อง แต่หากไม่วาด “ยายตั๊กแตน” เมื่อวาน คงขาดอะไรไป”
คำพูดนางเรียกเสียงหัวเราะรอบวง
ไต้วี่กุมสองมือเสมออกแล้วบอกว่า “เจ้ารีบวาดเถิด ข้าตั้งชื่อภาพไว้แล้วด้วย เรียกว่า 《ภาพพาตั๊กแตนกินฉลองใหญ่ 携蝗大嚼图》”
ทุกคนหัวร่องอหาย แล้วมีเสียงดังโครมอะไรล้ม จึงหันมาดู เซียงหยุนฟุบหน้ากับพนักเก้าอี้ เก้าอี้ตั้งหมิ่นเหม่อยู่แล้ว พอก้มหัวเราะไม่ระวัง เก้าอี้จึงเอียงขวาพาทั้งคนล้มลงไป โชคดีที่มีฉากไม้ตั้งรับอยู่จึงยังไม่ลงถึงพื้น พอเห็นชัดตา ต่างหัวเราะไม่หยุด เป่าวี่รีบเข้ามาพยุงนางลุกขึ้น จนเสียงหัวเราะซาลง
เป่าวี่ขยิบตาให้ไต้วี่ ไต้วี่เข้าใจจึงรีบเข้าไปห้องใน ส่องกระจกเห็นมวยผมกระเซิง จึงหยิบแปรงของหลี่หวานมาแต่งให้เรียบร้อย แล้วกลับออกมาเอามือชี้หลี่หวานว่า
“ท่านควรจะสอนงานเย็บปักและมารยาทให้พวกเราไม่ใช่หรือ กลับเรียกพวกเรามาเพียงคุยเรื่องตลกโปกฮา”
หลี่หวานยิ้มว่า “พวกเจ้าดูนางเพี้ยนเสียแล้ว นางเป็นคนเริ่มเรื่องแท้ ๆ กลับมาโยนให้ข้าเสียนี่ ข้าหวังว่าวันหน้าเจ้าได้แม่สามีร้ายกาจ อาหญิงใหญ่ อาหญิงเล็กตัวแสบพอกัน ดูว่าเจ้าจะเลี่ยงบาลีได้ถึงไหน”
ไต้วี่หน้าแดง เลี่ยงไปดึงเป่าไชไว้แล้วเปลี่ยนเรื่องว่า
“พวกเราให้นางลาหนึ่งปีก็แล้วกัน”
เป่าไชว่า “ข้ามีข้อเสนอที่ยุติธรรม พวกเจ้าลองฟังดู ยายรากบัว (ซีชุน) ถึงจะวาดภาพได้ แต่ก็เพียงตวัดพู่กันเป็น จะวาดภาพอุทยานนี้ยังต้องเรียนรู้ซอกหลืบลึกเร้นอีกมากจึงจะเป็นภาพ อุทยานนี้เสมือนภาพเขียน ต้นไม้ใบหญ้าศิลาผา อาคารบ้านเรือน ถี่ห่างใกล้ไกล ไม่มากไม่น้อยมีพอเหมาะ เพียงดูตามแบบแล้ววาดลงบนกระดาษใช่ว่าจะงามต้องตา ยังต้องดูองค์ประกอบของภาพบนผืนกระดาษ มีใกล้มีไกล ควรแน่นหนาหรือเบาบาง ไหนเจ้าบ้านไหนแขกเหรื่อ ตรงไหนควรเพิ่มหรือลดทอน ตรงไหนควรซ่อนหรือแสดง ต้องร่างแบบมาศึกษาให้ดีจึงจะเป็นภาพ
ข้อสอง บรรดาอาคารห้องหอ จะต้องลากเส้นให้ถูกสัดส่วน 界划 หากไม่ระวัง ระเบียงก็อาจเอียง เสาก็อาจล้ม ประตูหน้าต่างเป็นแนวลักลั่นกัน ขั้นบันไดกลายเป็นช่อง โต๊ะไปอัดอยู่บนกำแพง กระถางดอกไม้ไปวางบนผ้าม่าน กลายเป็นภาพน่าขบขัน
ข้อสาม จะเติมคนลงในภาพ ควรยืนแน่นหรือยืนห่าง ตัวสูงตัวเตี้ย เสื้อผ้าเครื่องประดับ การวางมือวางเท้า หากไม่ระวัง มืออาจจะบวม ขาอาจจะเป๋
ตามความเห็นของข้า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ของง่าย กำหนดเวลาหนึ่งปีคงนานเกินไป เวลาหนึ่งเดือนก็น้อยเกินไป ให้นางลาสักครึ่งปี อีกทั้งให้น้องเป่าคอยช่วยเหลือ นี่ไม่ได้หมายถึงให้น้องเป่ามาคอยบอกว่าต้องวาดอะไรอย่างไร เพราะนั่นกลับทำให้เสียเรื่อง แต่หากพบปัญหาหรือข้อสงสัยไม่เข้าใจ ยังได้วานน้องเป่านำปัญหาไปถามพวกอาจารย์ศิลปะได้ งานจะได้ง่ายขึ้น”
เป่าวี่ฟังแล้วชอบใจว่า “ใช่แล้ว จานจื่อเลี่ยง 詹子亮 วาดภาพอาคารได้ดีมาก เฉิงยื่อซิง 程日兴 วาดสาวงามได้งดงามยิ่ง เดี๋ยวข้าจะไปถามพวกเขาดู”
เป่าไชว่า “ข้าถึงว่าเจ้า “หาเรื่องยุ่ง 无事忙” พอพูดถึงก็จะไปถาม ยังไม่รู้เลยว่าจะไปถามอะไร ตอนนี้มาตกลงกันก่อนว่าจะใช้อะไรวาด”
เป่าวี่ว่า “บ้านเรามีกระดาษคลื่นหิมะ 雪浪纸 แผ่นใหญ่และซึมหมึกดี”
เป่าไชยิ้มเยาะว่า “ข้าถึงว่าเจ้านี่ใช้ไม่ได้ กระดาษคลื่นหิมะใช้สำหรับเขียนหนังสือ อักษรศิลป์ วาดภาพทิวทัศน์แนวซ่งใต้ 南宗山水 ห้ามใช้กับการวาดหินผาแบบชุนหยั่น 皴染 หากจะเอามาใช้วาดภาพอุทยานนี้ จะปิ้งสีก็ไม่ได้ วาดได้ก็ไม่ดี น่าเสียดายกระดาษ
ข้าจะบอกให้วิธีหนึ่ง เมื่อตอนจะเริ่มสร้างอุทยานนี้ จะต้องเขียนผังแสดงรายละเอียด แม้จะเป็นภาพผังของนายช่าง ระยะและทิศทางนั้นไม่ผิดเพี้ยน เจ้าต้องไปขอมาจากไท่ไท่ คะเนดูขนาดจากภาพผังนั้นแล้ว ไปขอผืนผ้าหนาตามขนาดมาจากพี่เฟิ่ง เอาไปให้พวกอาจารย์ข้างนอกวางตำแหน่งอาคารถี่ห่าง ภูมิทัศน์ใกล้ไกลขึ้นเป็นภาพต้นร่าง เติมคนลงไปก็ใช้ได้แล้ว
มาถึงตอนลงสีฟ้าสีเขียว ปิดทองปิดเงิน ก็ต้องให้พวกอาจารย์ข้างนอกลงให้ เจ้ายังต้องมีเตา ไว้เตรียมกาว ทากาว ล้างพู่กัน ต้องมีโต๊ะตัวใหญ่ปูสักหลาด จานสีเจ้ายังมีไม่ครบ พู่กันก็ยังไม่ครบขนาด ต้องจัดหามาเพิ่ม”
ซีชุนว่า “ข้าเคยมีอุปกรณ์ที่ว่าที่ไหนกัน แค่ใช้พู่กันที่มีวาดไปก็เท่านั้น สีก็มีใช้อยู่เพียงสี่สี ดินเหลือง คราม รงทอง ชาด พู่กันลงสีก็มีเพียงสองด้าม”
เป่าไชว่า “เจ้าก็ไม่บอกก่อน ของพวกนี้ข้าพอมีอยู่ ข้าจะเก็บไว้ให้ก่อน ถ้ายังไม่ได้ใช้ เอาไปวางทิ้งไว้ก็เสียเปล่า ตอนนี้ข้าจะช่วยเจ้าทำรายการของที่ต้องใช้ ให้น้องเป่าช่วยเขียนใบเบิกไปเบิกกับเหล่าไท่ไท่ ซึ่งอาจจะยังไม่ครบต้องหาซื้อเพิ่ม”
เป่าวี่จึงช่วยจดรายการยาวเป็นหางว่าว เช่น พู่กันขนาดที่ต้องใช้ขนาดละกี่ด้าม สีต่างๆ หนักกี่ชั่งกี่ตำลึงและอุปกรณ์ที่ต้องใช้กี่ชิ้น
ไต้วี่ตรวจดูรายการที่เป่าวี่จด ยิ้มแล้วลากทั่นชุนมาดูว่า
“เจ้าดู วาดภาพสักภาพ ใช้ของเป็นหีบ ดูเหมือนเตรียมบัญชีของแต่งงานไม่มีผิด”
ทั่นชุนหัวเราะไม่หยุดแล้วว่า
“พี่เป่า ท่านยังไม่หยิกปากนางว่านางค่อนแคะอะไรท่าน”
เป่าไชยิ้มว่า “ไม่บอกก็รู้ ไม่มีงาช้างงอกจากปากสุนัข”
แล้วเดินมาจับไต้วี่กดลงกับเตียงแล้วหยิกปากนาง
ไต้วี่หัวเราะ อ้อนวอนว่า
“พี่คนดี ไว้ชีวิตข้า ผินเอ๋อยังเยาว์เอาแต่พูดไม่รู้หนักเบา เป็นพี่ต้องสอนน้อง พี่ไม่ไว้ชีวิตข้า ข้าจะไปขอร้องใคร”
คนอื่นไม่รู้ว่าในคำพูดนางซ่อนความนัย พากันหัวเราะว่า
“พูดเสียน่าสงสาร พวกเรายังใจอ่อน ปล่อยนางเถิด”
เป่าไชเพียงจะล้อนางเล่น พอเห็นนางพาดพิงถึงเรื่องหนังสือต้องห้าม จึงปล่อยนาง ไต้วี่ยิ้มว่า
“อย่างไรก็เป็นพี่ ถ้าเป็นข้า จะไม่ไว้ชีวิตใคร”
เป่าไชยิ้มแล้วชี้หน้านางว่า
“มิน่าท่านย่าถึงหลงรักเจ้า ใครใครก็รัก ข้าก็เหมือนกัน มานี่ ข้าจะจัดผมให้”
เป่าวี่เห็นแล้ว แรกก็ว่าดี แล้วพลันนึกเสียใจว่าไม่น่าให้นางจัดผมแต่แรกน่าจะปล่อยทิ้งไว้ จะได้เรียกตนช่วยจัด กำลังคิดเหลวไหลอยู่นั้น เป่าไชก็บอกว่า
“เขียนเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เอาไปให้ไท่ไท่ ถ้าของในบ้านไม่มี ก็เอาเงินไปซื้อข้างนอก ข้าจะช่วย”
เป่าวี่รีบเก็บรายการขึ้น
หลังอาหารเย็น ต่างชวนกันไปคารวะแม่เฒ่าเจี่ย แม่เฒ่าเจี่ยแรกก็ไม่ได้เจ็บไข้อย่างใดหนักหนา พอได้พักผ่อนทั้งวันกินยาอีกเทียบ เย็นนั้นก็หายดี
(จบบทที่สี่สิบสอง)
ตอนก่อนหน้า : ของฝากให้หลิวเหล่าเลา
ตอนถัดไป : ทุนจัดงานวันเกิด

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา