26 มี.ค. เวลา 09:09 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 83 ของฝากให้หลิวเหล่าเลา

หลิวหล่าเลาเดินตามผิงเอ๋อไปยังอีกห้อง เห็นของกองไว้ครึ่งเตียง ผิงเอ๋อหยิบแต่ละอย่างขึ้นมาให้ดูว่า
“นี่คือผ้าควันจางสีฟ้าหนึ่งพับที่ท่านอยากได้เมื่อวาน คุณนายยังจัดผ้าโปร่งอย่างหนาสีขาวไว้รองซับ นี่คือผ้าแพรจากไหมดิบไว้ตัดเสื้อคลุมหรือกระโปรง ในห่อนี้มีผ้าไหมสองพับไว้ตัดเสื้อปีใหม่”
ในกล่องนี้คือขนมชาววังคละชนิด บางอย่างท่านชิมแล้ว บางอย่างก็ยัง เอาไปไว้รับแขกดีกว่าไปหาซื้อเอา ในสองกระสอบที่ท่านใส่ของมานี้มีข้าวเหนียวที่ปลูกในวังสองโต่ว หาได้ยากยิ่ง ในนี้มีผลไม้จากอุทยานของเราและผลไม้แห้งหลายอย่าง
ในห่อนี้มีเงินขาวแปดตำลึงจากคุณนายของเรา ส่วนสองห่อนี้ห่อละห้าสิบตำลึงรวมเป็นหนึ่งร้อยตำลึงจากไท่ไท่ ให้ท่านไว้ใช้สอย หรือทำทุนค้าขาย หรือนำไปซื้อที่ทางสักหลายหมู่ วันหน้าจะได้ไม่ลำบากไปขอความช่วยเหลือจากญาติมิตร”
ผิงเอ๋อยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า
“ส่วนนี่เสื้อคลุมและกระโปรงอย่างละสองตัว ผ้าโพกหัวสี่ชิ้น ด้ายไหมหนึ่งห่อ ของข้าเองมอบให้เหล่าเลา เสื้อผ้าถึงจะเก่าแล้วแต่ข้าไม่ค่อยได้ใส่ หากท่านรังเกียจข้าก็ไม่ว่าอะไร”
ผิงเอ๋อพูดถึงหนึ่งอย่าง ยายเฒ่าก็สวดถึงพระพุทธหนึ่งเที่ยว สวดไปได้สักพันคำ พอผิงเอ๋อพูดถึงของที่นางเองมอบให้ ก็รีบยิ้มตอบว่า
“แม่นางพูดอะไรเช่นนั้น ข้าจะรังเกียจได้อย่างไร ของดีอย่างนี้ มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ เพียงแต่ข้าละอายใจ จะรับก็ไม่ดี ไม่รับก็หมิ่นน้ำใจ”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “พูดเสียเหินห่าง พวกเราคนกันเอง ท่านรับไปเถิด ข้ายังมีเรื่องจะขอจากท่าน ถึงปีใหม่ ท่านนำพวกผักหลี ถั่ว มะเขือน้ำเต้าเส้นตากแห้งมาด้วย คนในจวนทั้งนายบ่าวต่างชอบกิน อย่างอื่นไม่ต้องไปเสียเงินให้สิ้นเปลือง”
หลิวเหล่าเลากล่าวขอบคุณและรับปาก
ผิงเอ๋อว่า “ท่านเข้านอนหลับให้สบายเถิด เดี๋ยวข้าช่วยจัดของให้ ของพวกนี้ไว้ที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยให้บ่าวว่ารถมาขนไป”
หลิวเหล่าเลากล่าวขอบคุณ กลับเข้าไปลาพี่เฟิ่ง แล้วกลับมาค้างแรมที่เรือนแม่เฒ่าเจี่ย
เช้าวันรุ่งขึ้นล้างหน้าหวีผมแล้วก็มาบอกลาแม่เฒ่าเจี่ย
แม่เฒ่าเจี่ยไม่สบาย ทุกคนเข้ามาอวยพรเช้าแล้ว ออกมาบอกให้เชิญหมอ พอแม่บ้านมาแจ้งว่า
“ท่านหมอมาแล้ว”
เหล่าหม่อมอก็เชิญแม่เฒ่าเจี่ยเข้าไปนั่งหลังม่าน
(สตรีมีฐานะ พบบุรุษที่ไม่ใช่คนคุ้นเคยหลังม่านกั้น)
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ข้าแก่แล้ว พอที่จะเป็นแม่เขา จะพิธีรีตองอะไรอีก ไม่ต้องเอาม่านลง พบกันแบบนี้แหละ”
พวกแม่บ้านจำต้องฟัง นำโต๊ะเล็กมาตั้ง วางหมอนขนาดเล็กแล้วสั่งให้เชิญท่านหมอ
เจี่ยเจิน เจี่ยเหลียน เจี่ยหยงทั้งสามนำหมอหลวงหวาง 王太医 มา หมอหลวงหวางไม่กล้าเดินตามทางปูลาดตรงกลาง เลี่ยงไปเดินทางข้าง ตามหลังเจี่ยเจินขึ้นบันไดมา แม่บ้านสองคนแหวกม่านให้ แม่บ้านอีกสองคนนำทางเข้าห้องใน เป่าวี่เดินออกมาต้อนรับ
แม่เฒ่าเจี่ยสวมเสื้อคลุมผ้าไหมย่นสีดำบุด้วยหนังลูกแกะขนไข่มุก 青绉绸一斗珠儿的羊皮褂子 (หนังลูกแกะยังไม่คลอดขนจะม้วนกลมเหมือนไข่มุกสีขาว) นั่งอยู่บนตั่ง สาวใช้เด็กยังไม่เกล้าผมสี่คนถือแส้ปัดและกระโถนยืนอยู่สองข้าง หม่อมออีกห้าหกคนยืนขนาบอยู่สองปีก ในห้องปี้ซาฉู 碧纱厨 (ห้องเล็กกั้นส่วนในห้องโถงใหญ่) เห็นสตรีสวมชุดแดงๆ เขียวๆ ประดับเครื่องทองอยู่หลายนาง หมอหลวงหวางไม่กล้าเงยหน้ามองตรงๆ รีบคารวะอวยพรแม่เฒ่า
แม่เฒ่าเจี่ยสังเกตเห็นเสื้อผ้าเครื่องยศขั้นหกก็รู้ว่าเป็นหมอหลวง จึงยิ้มทักทายว่า
“ก้งเฟิ่ง 供奉 สบายดีหรือ” (ก้งเฟิ่ง 供奉 คำเรียกยกย่อง)
แล้วหันมาถามเจี่ยเจินว่า “ก้งเฟิ่งท่านนี้มีนามใด”
เจี่ยเจินตอบว่า “แซ่หวาง 王”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เมื่อก่อนมีหัวหน้าสำนักหมอหลวงชื่อหวางจวินเสี้ยว 王君效 เชี่ยวชาญจับชีพจร”
หมอหลวงหวางค้อมกายยิ้มตอบว่า “ท่านเป็นท่านอาปู่ 叔祖”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เช่นนี้ ก็นับว่าเป็นสหายเก่า”
ว่าแล้วก็ค่อยๆ ยื่นมือไปวางบนหมอนใบเล็ก หม่อมอยกม้านั่งเตี้ยมาวางเยื้องข้างหน้าโต๊ะ หมอหลวงหวางย่อเข่าลงนั่งเอียงคอจับชีพจรอยู่ครึ่งวัน แล้วเปลี่ยนตรวจจับอีกมือ เสร็จแล้วก็ค้อมกายก้มหน้าเดินถอยออกมา
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ลำบากท่านแล้ว ชายเจินนำท่านออกไปที ดูแลน้ำชาด้วย”
เจี่ยเจิน เจี่ยเหลียนรับคำ แล้วนำหมอหลวงหวางมายังห้องหนังสือด้านนอก
หมอหลวงหวางว่า “ไท่ฮูหยินไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อน เป็นเพียงไข้หวัด อันที่จริงไม่ต้องกินยา เพียงควบคุมอาหารไม่มันหรือรสจัด ดูแลร่างกายให้อบอุ่นก็เพียงพอ แต่จะเขียนใบสั่งยาเอาไว้ หากท่านผู้อาวุโสอยากกินยา ก็เจียดยาต้มตามนี้ แต่หากไม่อยากกิน ก็ไม่เป็นไร”
กล่าวจบ ดื่มชาเสร็จ เขียนใบสั่งยา เตรียมลากลับ แม่นมอุ้มคุณหนูใหญ่ออกมายิ้มว่า
“นายท่านหวางช่วยตรวจให้ด้วย”
หมอหลวงหวางลุกขึ้น ดึงมือซ้ายของคุณหนูใหญ่มาตรวจชีพจร แล้วตรวจมือขวา คลำดูศีรษะ บอกให้แลบลิ้นมาดู แล้วยิ้มว่า
“ข้าบอกไปแล้ว หนูน้อยจะต่อว่าข้า ต้องงดอาหารสักสองมื้อก็หายแล้ว ไม่ต้องกินยาต้ม ข้าจะส่งยาลูกกลอนมาให้ ก่อนนอนบดผสมน้ำขิงดื่มก็หายแล้ว”
กล่าวจบก็ลากลับ
เจี่ยเจินนำใบสั่งยามารายงานแม่เฒ่าเจี่ย วางใบสั่งยาไว้บนโต๊ะแล้วลากลับ
หวางฮูหยิน หลี่หวาน พี่เฟิ่ง เป่าไช เห็นหมอหลวงกลับไปแล้ว ออกจากห้องปี้ซาฉูมาสนทนาด้วยสักพักก็ลากลับ
หลิวเหล่าเลาเห็นว่างแล้ว จึงเข้ามาบอกลาแม่เฒ่าเจี่ย
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ว่างก็มาอีก”
แล้วตามยวนยางมาสั่งว่า
“ไปส่งหลิวเหล่ากลับที ข้าไม่ค่อยสบาย ไปส่งไม่ได้”
หลิวเหล่าเลากล่าวขอบคุณ แล้วลากลับออกมากับยวนยาง พอถึงห้องด้านนอก ยวนยางชี้ให้ดูของห่อหนึ่งบนเตียงว่า
“นี่เป็นเสื้อผ้าของเหล่าไท่ไท่ ที่ลูกหลานกตัญญูมอบให้เมื่อวันเกิดปีกลาย เหล่าไท่ไท่ไม่สวมเสื้อผ้าตัดจากภายนอก จึงไม่เคยได้ใส่เลย เก็บไว้น่าเสียดาย เมื่อวานบอกให้ข้านำมามอบให้ท่านสองชุด จะใส่เองหรือไปกำนัลใครก็สุดแล้วแต่ท่าน ในกล่องนี้คือขนมผลไม้ทอดที่ท่านต้องการ ในห่อนี้คือยาที่ท่านถามถึง มีเหมยฮวาเตี่ยนเสอตัน 梅花点舌丹 จื่อจินติ้ง 紫金锭 หัวเหลาตัน 活络丹 ชุยเซิงเป่ามิ่งตัน 催生保命丹 แต่ละอย่างมีใบกำกับยาไว้ในห่อ ส่วนนี่คือถุงหอมสองใบไว้ประดับ”
ว่าแล้วก็แก้เชือกออก หยิบเอาแป้นวางพู่กันทอง มีอักษร “ปี่ติ้งหยูอี้ 笔锭如意” ออกมาให้ดูสองชิ้น
(วางพู่กันสมประสงค์ 笔锭如意 เป็นการใช้คำพ้องเสียงแทน 必定如意 สมประสงค์แน่นอน ; 笔锭 พ้อง 必定)
ยวนยางยิ้มว่า “ถุงหอมท่านเอาไป ส่วนนี่ข้าขอไว้”
หลิวเหล่าเลาดีใจจนสวดมนตร์สรรเสริญพระพุทธองค์ไปพันเที่ยวแล้ว พอยวนยางกล่าวเช่นนั้นจึงรีบบอกว่า
“แม่นางเก็บเอาไว้เถิด”
ยวนยางเห็นนางเชื่อว่าจริง ยิ้มแล้วเก็บกลับไปในถุงว่า
“ข้าล้อท่านเล่นดอก ข้าก็มีอยู่แล้ว ท่านเก็บไว้ให้เด็กตอนปีใหม่เถิด”
สาวใช้นางหนึ่งนำถ้วยกระเบื้องจากเตาเฉิงเหยา 成窑 มามอบให้หลิวเหล่าเลาว่า
“สิ่งนี้นายรองเป่ามอบให้ท่าน”
หลิวเหล่าเลาว่า “ข้าจะพูดอย่างไรดี ข้าทำบุญมาแต่ชาติไหนถึงได้รับกลับมาเช่นนี้”
กล่าวแล้ว ก็รับเอามาไว้
ยวนยางว่า “วันก่อนข้าให้ท่านอาบน้ำแล้วผลัดชุดของข้าใส่ ท่านไม่รังเกียจ วันนี้ข้ายังมีบางชุดให้ท่านอีก”
ยายเฒ่ากล่าวขอบคุณ ยวนยางนำเสื้อผ้าออกมาห่อให้เรียบร้อย
หลิวเหล่าเลาอยากจะเข้าไปลาเป่าวี่และพวกพี่น้องในอุทยานและบอกลาหวางฮูหยิน ยวนยางว่า
“ไม่ต้องไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็ไม่พบใคร ไว้ข้าช่วยบอกลาแทนท่าน ว่างก็มาอีก”
แล้วตามแม่บ้านนางหนึ่งมาสั่งว่า
“ไปที่ประตูสองตามบ่าวสองคนมาช่วยเหล่าเลาขนของพวกนี้”
แม่บ้านรับคำ แล้วยังตามหลิวเหล่าเลามาขนของอีกส่วนที่เรือนพี่เฟิ่ง ให้บ่าวขนออกประตูหัวมุมส่งหลิวเหล่าเลาขึ้นรถกลับไป
กล่าวถึงพวกเป่าไช หลังอาหารเช้ามาเยี่ยมคารวะแม่เฒ่าเจี่ยแล้วกลับอุทยานแยกย้ายกันไปตามเรือน เป่าไชเรียกไต้วี่ไว้ว่า
“ผินเอ๋อตามข้ามา ข้ามีอะไรจะบอกเจ้า” (ผินเอ๋อ 颦儿 ชื่อที่เป่าวี่ตั้งให้ไต้วี่ตอนแรกพบ)
ไต้วี่ยิ้มแล้วตามมายังลานขิงหอม เข้ามาในห้อง เป่าไชนั่งลงแล้วว่า
“เจ้ายังไม่คุกเข่าอีก ข้าจะสอบสวนเจ้า”
ไต้วี่ไม่รู้สาเหตุ จึงยิ้มว่า
“ดูยายเป่า เป็นบ้าไปแล้ว”
เป่าไชยิ้มหยันว่า
“เป็นคุณหนูพันชั่ง 千金小姐 อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน แต่พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำ สารภาพมาดีดี”
ไต้วี่ไม่เข้าใจได้แต่ยิ้ม อดฉงนใจไม่ได้แต่ปากว่า
“ข้าเคยพูดอะไร เจ้าคอยแต่จับผิดข้า มีอะไรก็ว่ามา”
เป่าไชยิ้มว่า “เจ้ายังแกล้งโง่อีก เมื่อวานตอนเล่นเกมบัญชาสุรา เจ้าพูดอะไรออกมา หรือข้าไม่รู้ว่ามาจากไหน”
ไต้วี่ตรองดูแล้วนึกได้ว่า เมื่อวานอ้างคำจาก 《ศาลาโบตั๋น 牡丹亭》 และ《บันทึกหอตะวันตก 西厢记》 ไปสองวรรค จึงรู้สึกหน้าแดง ตรงเข้ากอดเป่าไชยิ้มว่า
“พี่คนดี ข้าไม่รู้แค่ปากพาไป ท่านชี้แนะข้าที”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าก็ไม่รู้ ฟังเจ้าแล้วแปลกดี จึงมาขอคำชี้แนะ”
ไต้วี่ว่า “พี่คนดี ท่านอย่าไปพูดให้ใครฟัง ข้าไม่พูดอีกแล้ว”
เป่าไชเห็นนางอายจนหน้าแดงทั้งยังวิงวอนขอร้อง จึงไม่ถามต่อ ดึงนางให้นั่งลงดื่มน้ำชา แล้วบอกว่า
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร ข้าก็เป็นคนซุกซนอยู่ ตอนเด็กเจ็ดแปดขวบก็ดื้อจนคนปวดหัวอยู่ ที่บ้านข้านับได้ว่าเป็นคนรู้หนังสือ ท่านปู่มีหนังสือเก็บไว้มากมาย เมื่อก่อนที่บ้านคนคับคั่ง พี่น้องชายหญิงอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า กลัวนักเรื่องท่องตำรา พี่ชายน้องชายชอบอ่านโคลงกลอน เรื่องอย่าง 《หอตะวันตก 西厢》、《ผีผา 琵琶》 กระทั่ง 《ร้อยลำนำนักประพันธ์หยวน 元人百种》 มีครบทุกเล่ม พวกผู้ใหญ่เขาแอบอ่านไม่ให้เด็กเห็น พวกเด็กเราก็แอบอ่านไม่ให้ผู้ใหญ่เห็น ต่อมาถูกจับได้ ถูกตีบ้างด่าบ้าง เผาบ้างทิ้งบ้าง
ถึงว่าสตรีไม่รู้หนังสือเสียดีกว่า บุรุษรู้หนังสือแต่ไม่เข้าใจถ่องแท้มิสู้ไม่รู้ เรื่องอ่านเขียนแต่งโคลงกลอน ไม่ใช่ธุระของเจ้ากับข้า อันที่จริงไม่ใช่แม้แต่ธุระของบุรุษ พวกบุรุษศึกษาเล่าเรียนให้รู้ถ่องแท้เพื่อช่วยบ้านเมืองปกครองประชาจึงนับว่าประเสริฐ แต่ทุกวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนี้ รู้หนังสือกลับเลวร้าย นี่ไม่ใช่เพราะหนังสือทำให้พวกเขาเป็นเช่นนั้น แต่เป็นเพราะพวกเขาเหยียดหยามหนังสือใช้ในทางผิด มิสู้ไปทำไร่นาค้าขาย กลับไม่สร้างความเสียหายอันใหญ่หลวง
อย่างเจ้ากับข้า ควรมุ่งแต่งานเย็บปักถักร้อยกลับมารู้หนังสือ รู้หนังสือแล้วเรียนรู้ตำรับตำราพอทำเนา ยังมาอ่านหนังสือประโลมโลก สร้างความว้าวุ่นใจเกินเยียวยา”
ไต้วี่ฟังแล้วก้มหน้าดื่มชา จะตรงกับใจหรือไม่ ได้แต่ตอบว่า “ใช่”
สู้หยุน 素云 พลันเข้ามาแจ้งว่า
“คุณนายของพวกเราให้มาเชิญคุณหนูทั้งสองไปหารือเรื่องสำคัญ คุณหนูสอง คุณหนูสาม คุณหนูสี่ คุณหนูสื่อ นายรองเป่ามารอกันอยู่ด้วย”
เป่าไชว่า “มีเรื่องอะไรกันอีก”
ไต้วี่ว่า “พวกเราไปก็ถึงก็รู้เอง”
ตอนก่อนหน้า : คุณหนูใหญ่ได้ชื่อใหม่
ตอนถัดไป : ซีชุนวาดภาพอุทยาน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา