23 มี.ค. เวลา 09:40 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 82 คุณหนูใหญ่ได้ชื่อใหม่

แม่เฒ่าเจี่ยรู้สึกอ่อนเพลีย จึงสั่งให้หวางฮูหยินกับหยิงชุนพี่น้องดื่มสุราเป็นเพื่อนแม่น้าเซวีย ตนเองจะไปพักผ่อนที่บ้านข้าวหอม 稻香村 พี่เฟิ่งรีบสั่งให้นำเกี้ยวเก้าอี้ไม้ไผ่มาให้แม่เฒ่าเจี่ยนั่ง ให้แม่บ้านสองคนมาหาม พี่เฟิ่ง หลี่หวาน กับพวกแม่บ้านสาวใช้เดินล้อมวงตามไป
แม่น้าเซวียก็ขอตัวกลับเช่นกัน หวางฮูหยินบอกให้พวกเหวินกวนกลับได้ แล้วให้พวกสาวใช้นำกล่องอาหารที่เตรียมไว้มาแจกจ่ายไปกินกัน ตนเองก็ถือโอกาสเอนหลังพักบนตั่งที่แม่เฒ่าเจี่ยนั่งก่อนหน้า สั่งให้สาวใช้ลดม่านลง และทุบขาให้ ทั้งสั่งว่า
“หากเหล่าไท่ไท่สั่งอะไรมา เจ้าค่อยเรียกข้า”
แล้วเอนหลังนอน
เป่าวี่ เซียงหยุนนั่งมองดูพวกสาวใช้นำอาหารแยกย้ายกันไปกินตามจุดต่างๆ บ้างก็นั่งกันบนก้อนหิน บ้างนั่งบนพื้นหญ้า บ้างนั่งพิงต้นไม้ บ้างนั่งริมน้ำ
ยวนยางพาหลิวเหล่าเลาเดินเล่นผ่านมา คนก็คอยล้อยายเฒ่าเล่น พอเดินมาถึงซุ้มประตู 牌坊 ของเรือนแรมเยี่ยมญาติ 省亲别墅 อันเป็นตำหนักรับรองเจ้าจอม หลิวเหล่าเลาว่า
“ไอ้หยา ที่นี่มีวัดใหญ่ขนาดนี้”
ว่าแล้วก็คุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้น ทุกคนหัวเราะจนตัวงอ
หลิวเหล่าเลาว่า “หัวเราะอะไรกัน ซุ้มประตูมีตัวหนังสือข้างบนนี่ข้ารู้จักดี แถวบ้านข้ามีวัดกับศาลเจ้าหลายแห่ง ทุกแห่งมีซุ้มประตูแบบนี้ อักษรบนนั้นคือชื่อวัดหรือศาล”
ทุกคนพากันหัวเราะว่า
“ท่านอ่านออกไหมว่าศาลอะไร”
ยายเฒ่าเงยหน้าเอานิ้วชี้ว่า “นี่ไม่ใช่ตำหนักจักรพรรดิหยกหรือ” (เง็กเซียนฮ่องเต้)
ทุกคนตบมือหัวเราะแล้วล้อนางเล่น
หลิวหล่าเลารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน รีบลากสาวใช้คนหนึ่งมาขอกระดาษสักสองแผ่น แล้วจะแก้กระโปรงออก ทุกคนหัวเราะอีกแล้วเอ็ดว่า
“ตรงนี้ไม่ได้”
แล้วสั่งแม่บ้านผู้หนึ่งให้พาไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือ
หลิวหล่าเลาดื่มเหล้าไปมาก ท้องไส้ไม่สามัคคีกับเหล้าเหลือง กินของมันไปมากก็กระหายน้ำ ดื่มชาตามไปอีกหลายชาม เกิดท้องเสียขึ้นมา ต้องนั่งยองๆ อยู่ครึ่งค่อนวันจึงถึงที่สุด พอออกจากห้องสุขามาถูกลมโชยเข้า อายุก็มากนั่งยองนานไป พลันตาลายวิงเวียน มองทางไม่รู้ ดูไปรอบด้านเห็นแต่ต้นไม้และหินผา หาทางกลับไม่ถูก จึงอาศัยทางที่มีหินปูเอาไว้ค่อยๆ ก้าวย่างมาจนถึงเรือนหลังหนึ่งแต่หาประตูเข้าไม่เจอ เดินหาอยู่ครึ่งวันจึงเห็นรั้วไม้ไผ่ ยายเฒ่ารำพึงว่า
“บนรั้วมีถั่วแปบ 扁豆 ด้วย”
ยายเฒ่าเดินเลียบแนวพุ่มไม้มาพบประตูวงเดือนจึงเดินเข้าประตูมา เห็นด้านในมีสระน้ำกว้างราวเจ็ดแปดฉื่อ ริมตลิ่งมีหินปูเป็นทาง น้ำในสระเขียวใสไหลเอื่อยไปทางที่มีหินสีขาวขวางอยู่ด้านบน ยายเฒ่าเดินตามทางปูหินเลี้ยวสองเลี้ยวมาพบเรือนหลังหนึ่ง เดินเข้าประตูมาเห็นสาวน้อยนางหนึ่งเดินยิ้มมาต้อนรับ หลิวหล่าเลายิ้มว่า
“พวกคุณหนูทิ้งข้าไว้ เลยเดินสะเปะสะปะมาถึงที่นี่”
พูดจบ สาวน้อยไม่ตอบ หลิวเหล่าเลาจึงเดินเข้ามาคว้ามือนาง แต่ชนไม้กระดานเข้าโครมใหญ่จนเจ็บหัว พอเพ่งมองดูจึงเห็นว่าเป็นเพียงภาพวาด หลิวเหล่าเลาตรองว่า “วาดอย่างไรถึงโผล่ออกมาได้”
พอคลำดูอีกที ที่แท้ก็แบนเรียบ ไม่ได้นูนออกมา ยายเฒ่าถอนหายใจแล้วหันหลังกลับ เห็นประตูเล็กบานหนึ่ง มีมู่ลี่สีเขียวแขวนบังไว้
หลิวเหล่าเลาเลิกมู่ลี่เดินเข้าประตู เงยหน้ามองเห็นผนังทั้งสี่ด้านตกแต่งอย่างงดงาม มีทั้งพิณ กระบี่ เตา แจกัน ทั้งหมดแนบผนัง ผ้าปักงามวิจิตร ทองสุกปลั่งมุกทอประกาย แม้อิฐปูพื้นสีมรกตยังมีลายดอกไม้ ยายเฒ่าชมจนตาลายจะกลับออกทางประตู ประตูหายไปไหนแล้ว ซ้ายเป็นชั้นหนังสือ ขวาเป็นฉากบังตา พอเดินอ้อมมาหลังฉากก็เห็นประตู มียายเฒ่าผู้หนึ่งเดินสวนทางเข้ามาจากข้างนอก
หลิวเหล่าเลาแปลกใจ หน้าตาคุ้นหรือจะเป็นแม่ยายของลูกชายจึงถามว่า
“เจ้าก็มาด้วยหรือ คงเห็นข้าไม่กลับบ้านหลายวันเลยมาตาม แล้วแม่นางคนไหนพาเจ้าเข้ามาล่ะ”
พอมองดูเห็นนางปักแซมดอกไม้เต็มหัว จึงหัวเราะว่า
“เจ้าไม่ดูหนังหน้าตัวเองบ้างเลย เห็นดอกไม้ที่นี่สวย เลยปักเอาเป็นเอาตายจนเต็มหัว”
ยายเฒ่าผู้นั้นก็หัวเราะด้วยแต่ไม่ตอบอะไร
หลิวเหล่าเลายื่นมือจะไปลูบหน้ายายเฒ่า ยายเฒ่าก็ยื่นมือมาพร้อมกัน พอแตะหน้านางกลับแข็งเย็นยะเยียบ หลิวเหล่าเลาตกใจแล้วพลันนึกได้ว่า
“เคยฟังว่าบ้านเศรษฐีมีกระจกแต่งตัว 穿衣镜 นี่เป็นตัวข้าในกระจกกระมัง”
หลิวเหล่าเลายื่นมือคลำดูรอบด้านเป็นไม้แกะสลัก กระจกนี้อยู่ตรงกลาง จึงหัวเราะแล้วว่า
“แล้วทีนี้จะออกไปได้อย่างไร”
หลิวหล่าเลาคลำไปคลำไปได้ยินเสียงตึงตัง กระจกเหวี่ยงออกมาเป็นประตูบานหนึ่ง ยายเฒ่าใช้น้ำหนักถูกที่ไปถูกกลไกแบบตะวันตกเข้า ยายเฒ่าทั้งตกใจทั้งดีใจรีบเดินผ่านประตู แลเห็นเตียงมีที่นอนหมอนมุ้งอลังการ ยายเฒ่าดื่มมามาก ทั้งเมาและเดินจนเหนื่อย จึงนั่งลงบนเตียงว่าจะนั่งพัก หนังตาหนักกลายเป็นหลับไม่รู้ตัว
กลับมาที่พวกแม่บ้านสาวใช้ รออยู่นานไม่เห็นยายเฒ่ากลับออกมา ปั่นเอ๋อไม่เห็นย่า ก็ร้อนใจร้องไห้งอแง ทุกคนพากันขำว่า
“ตกส้วมไปแล้วกระมัง ใครไปดูหน่อย”
แม่บ้านสองคนเข้ามาหา แล้วกลับมาบอกว่า “ไม่มี”
ทุกคนพากันงง
สีเหยินตรองดูแล้วว่า “น่าจะเมาแล้วหลงทาง ถ้าเดินไปตามทางจะไปถึงหลังเรือนของเรา และหากเดินผ่านแนวพุ่มไม้จะไปถึงประตูหลัง คงจะเจอพวกสาวใช้บ้าง แต่หากเดินไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ถ้าออกมาได้ก็ดีไป ถ้าไม่ได้คงหลงทางอยู่ในวงกต ต้องกลับไปดู”
สีเหยินรีบกลับมายังลานชื่นแดง ตะโกนเรียกแต่ไม่มีใครขาน พวกสาวใช้หนีเที่ยวกันหมด สีเหยินเดินเข้าบ้าน พออ้อมชั้นวางของตกแต่งมา ก็ได้ยินเสียงกรนดังลั่น รีบเข้าห้องมา ได้กลิ่นเหล้าฉุนเตะจมูก มองไปเห็นหลิวเหล่าเลานอนแผ่กางแขนขาอยู่บนเตียง สีเหยินตกใจ รีบเข้ามาเขย่าตัวปลุกให้ตื่น ยายเฒ่าลืมตาตื่นเห็นสีเหยิน ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นว่า
“แม่นาง ข้าสมควรตาย คงไม่ได้ทำเตียงเลอะเทอะสกปรกมัง”
พูดไป ก็เอามือปัดเตียงไป
สีเหยินเกรงจะรู้ไปถึงเป่าวี่ จึงโบกมือไม่ให้ยายเฒ่าพูดอะไร แล้วรีบนำผงหอมเติมลงในติ่งสามขาบนพื้นห้องสามสี่กำ แล้วปิดฝา คิดว่ายังดีที่ยายเฒ่าไม่อาเจียน จึงยิ้มออกหันมาบอกว่า
“ไม่เป็นไร มีข้าอยู่ ท่านตามข้ามาเถิด”
หลิวเหล่าเลาตามสีเหยินออกมายังห้องสาวใช้ สีเหยินให้นางนั่งลงแล้วบอกว่า
“เดี๋ยวท่านบอกว่า เมาหลับไปบนก้อนหินงีบใหญ่ ก็พอ”
หลิวเหล่าเลารับคำ
สีเหยินเอาน้ำชาให้นางดื่มอีกสองชามใหญ่ จึงสร่างเมา
หลิวเหล่าเลาถามว่า “เป็นห้องนอนของคุณหนูท่านไหน สวยงามยิ่งนัก เหมือนอยู่บนสวรรค์”
สีเหยินยิ้มว่า “นั่นห้องของนายรองเป่า”
ยายเฒ่าตกใจไม่กล้าส่งเสียง
สีเหยินพาหลิวหล่าเลาเดินออกมาทางประตูหน้ามาสมทบกับคนอื่นแล้วว่า
“นางไปหลับอยู่บนพื้นหญ้า ข้าเลยพานางกลับมา”
คนอื่นได้ฟัง ก็ไม่สนใจไต่ถามอะไร
พอแม่เฒ่าเจี่ยตื่นจากนอนพัก อาหารเย็นก็จัดเตรียมไว้ที่บ้านข้าวหอม แต่แม่เฒ่าเจี่ยไม่รู้สึกหิว จึงนั่งเกี้ยวเก้าอี้ไม้ไผ่ให้คนหามกลับไปยังเรือนของตน หวางฮูหยินตามกลับไปด้วย พี่เฟิ่งและพี่น้องคนอื่นกินอาหารเย็นกันเสร็จ ต่างคนต่างแยกย้ายในวันนั้น
(จบบทที่สี่สิบเอ็ด)
วันรุ่งขึ้น หลิวเหล่าเลาพาปั่นเอ๋อมาหาพี่เฟิ่งว่า
“พรุ่งนี้ก็ต้องกลับบ้านแล้ว ถึงจะพักอยู่สองสามวัน เวลาก็ไม่นับว่ามากพอ ได้พบสิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยกิน ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ได้รับความเมตตาจากเหล่าไท่ไท่ คุณนายอา เหล่าคุณหนูและพวกแม่นางทั้งหลาย จนไม่รู้จะตอบแทนได้อย่างไร นอกจากจุดธูปสวดมนตร์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ปกป้องคุ้มครองพวกท่านให้มีอายุยืนยาวนับร้อยปี”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ท่านอย่าเพิ่งด่วนดีใจ เป็นเพราะท่าน เหล่าไท่ไท่จึงถูกลมจนล้มป่วย คุณหนูใหญ่ของข้าก็เป็นไข้”
หลิวเหล่าเลาฟังแล้วถอนหายใจว่า
“เหล่าไท่ไท่สูงอายุแล้ว ไม่คุ้นกับการต้องตรากตรำเป็นเวลานาน”
พี่เฟิ่งว่า “ท่านไม่เคยสนุกสนานเช่นเมื่อวาน แต่ก่อนเวลาเข้าไปเดินเล่นในอุทยานก็ไปแวะเพียงแห่งสองแห่งแล้วก็กลับ แต่เมื่อวานเป็นเพราะท่านจึงพาเที่ยวไปกว่าครึ่งของอุทยาน คุณหนูใหญ่ร้องหาข้าจึงตามเข้าไปในอุทยาน ไท่ไท่ให้ขนมมากินชิ้นหนึ่ง คิดไม่ถึงว่ากินของแปลกที่แปลกทาง เกิดเป็นไข้ขึ้นมา”
หลิวเหล่าเลาว่า “เกรงว่าคุณหนูใหญ่จะแปลกที่แปลกทางในอุทยาน ผิดกับเด็กๆ แถวบ้านข้า พอวิ่งได้ สุสานไหนไม่เข้าไปเที่ยววิ่งซุกซนบ้าง ส่วนคุณหนูใหญ่ หนึ่งอาจเป็นเพราะถูกลม สองอาจเป็นด้วยนางยังบริสุทธิ์ ไปพบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอุทยานเข้า ข้าว่าท่านควรตรวจตำราโหร 祟书 ดูบ้าง”
พี่เฟิ่งได้คิดจึงบอกให้ผิงเอ๋อ 平儿 ไปเอาตำรา 《วี่สยาจี้ 玉匣记》 มาให้ไฉ่หมิง 彩明 อ่านให้ฟัง
(ตำราวี่สยาจี้ 玉匣记 คล้ายกับ ตำราพรหมชาติ เป็นตำราหมอดูประจำบ้าน ทำนายดวงชะตา บอกฤกษ์ยามดีร้าย ตำราวี่สยาจี้ แต่งโดยนักพรต สวี่เจินเหยิน 許真人 สมัยจิ้นตะวันออก 东晋)
ไฉ่หมิงพลิกดูสักพักก็อ่านว่า
“ผู้ที่เจ็บป่วยในวันที่ยี่สิบห้าเดือนแปด เป็นเหตุจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พบภูตหญิงผูกคอตาย หรือได้พบเทพบุปผา 花神 ใช้เงินกระดาษห้าสีสี่สิบแผ่น เดินไปทางตะวันออกเฉียงใต้สี่สิบก้าวเผาส่งเป็นมงคล”
พี่เฟิ่งยิ้มได้ว่า “ไม่ผิดจริงๆ ในอุทยานมีเทพบุปผา เกรงว่าเหล่าไท่ไท่ก็พบสาเหตุเดียวกัน”
จึงสั่งให้คนไปนำเงินกระดาษมาแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งนำไปเผาสำหรับแม่เฒ่าเจี่ย ส่วนหนึ่งสำหรับคุณหนูใหญ่ หลังจากนั้นคุณหนูใหญ่ก็หลับสนิทไม่งอแง
พี่เฟิ่งยิ้มกับหลิวเหล่าเลาว่า “นับว่าท่านเป็นผู้อาวุโสมีประสบการณ์มาก คุณหนูใหญ่มักเจ็บออดๆ แอดๆ ไม่รู้ว่ามีสาเหตุใด”
หลิวหล่าเลาว่า “เรื่องนี้เกิดขึ้นเสมอ ครอบครัวเศรษฐีมีทรัพย์ประคบประหงมลูกราวกับไข่ในหิน จึงทนความลำบากไม่ได้ คุณนายอาก็ไม่ควรเอาอกเอาใจลูกจนเกินไป”
พี่เฟิ่งว่า “ก็มีเหตุผลอยู่ มาคิดดูแล้วยังไม่ได้ตั้งชื่อให้นางเลย ท่านช่วยตั้งชื่อให้นางด้วยอาศัยบุญของท่านที่มีอายุยืน อีกทั้งท่านเป็นเกษตรกรหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินไม่เกรงความยากลำบาก ชื่อที่ท่านตั้งจะได้ช่วยนางผ่านพ้นความทุกข์ยากหากต้องผจญ”
หลิวเหล่าเลาตรองสักพักยิ้มแล้วถามว่า “ไม่ทราบว่านางตกฟากวันเวลาใด”
พี่เฟิ่งว่า “วันที่ไม่เป็นมงคลนัก เผอิญตรงกับวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด”
(วันแห่งความรักของจีน หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าพบอุปสรรคต้องอยู่กันคนละฟากของทางช้างเผือก ปีหนึ่งมีโอกาสพบกันคืนเดียว)
หลิวเหล่าเลารีบยิ้มว่า “นี่ก็ดีสิ เรียกนางว่า คุณหนูเฉี่ยวเอ๋อ 巧姐儿 (เฉี่ยวเจี่ยเอ๋อ) นี่เรียกว่าใช้พิษข่มพิษ ใช้ไฟข่มไฟ คุณนายอาตั้งชื่อตามที่ข้าบอก รับรองว่าต้องมีอายุยืนยาวเป็นร้อยปี วันหลังเติบใหญ่ไปมีครอบครัว หรือพบอุปสรรคใด อาศัยคำว่า “เฉี่ยว 巧 (เผอิญ, แคล่วคล่อง)” แก้ร้ายกลายเป็นดี แก้กาลีเป็นมงคล”
พี่เฟิ่งฟังแล้วชอบใจรีบกล่าวขอบคุณว่า
“ขอให้คุ้มครองนางสมพรปากของท่านด้วยเถิด”
แล้วเรียกผิงเอ๋อมากำชับว่า
“พรุ่งนี้พวกเรามีงานยุ่งเกรงจะไม่มีเวลา ถือโอกาสตอนนี้ยังว่าง เจ้าจัดของที่เตรียมไว้มอบให้เหล่าเลา พรุ่งนี้เช้าจะได้ออกเดินทางได้เลย”
หลิวเหล่าเลาว่า “ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองให้มาก มารบกวนหลายวันแล้ว ยังจะเอาของไปอีกรู้สึกไม่สบายใจ”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ไม่ได้มีอะไรมาก เป็นเพียงของใช้ประจำวัน อย่างไรก็นำไปเถิด เพื่อนบ้านเรือนเคียงได้เห็นยังรู้ว่าได้เข้าเมืองมา”
ผิงเอ๋อเดินมาบอกว่า “เหล่าเลาเชิญมาดูทางนี้”
ตอนก่อนหน้า : อารามหลงชุ่ย
ตอนถัดไป : ของฝากให้หลิวเหล่าเลา

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา