5 เม.ย. เวลา 02:22 • สิ่งแวดล้อม
ระยะสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีพระท่านพูดเรื่องราวที่ว่า ต่อไปเค้าจะเก็บจิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ ท่านบอกให้หมั่นสร้างบุญกุศล อาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ ที่รู้จักดีชั่วได้ .สร้างบุญกุศลมาหนุนนำจิต .ที่ว่า ยกกายยกจิค .ให้พ้นบ่วงอบาย เกิดทีไรมันก็มีแต่ทุกข์ .
อาทิตย์นี้ พอดี มีพระท่านพูดให้ฟัง เรื่องราวต่อไปนี้ ดินฟ้าอากาศ จะเก็บจิต ..ที่ได้กายมาเป็นมนุษย์ ที่มัวเมา จิตที่มาอาศัยกายพ่อแม่ ใช้กายนี้ สร้างแต่กรรม ยึดถือ อารมณ์โลภโกรธหลง ละเลย ไม่ช่วยเหลือจิตของตัวเอง ที่ได้มาอาศัยกายชั่วขณะหนึ่ง เค้าเก็บด้วยสงคราม
ที่ว่า มีความรู้ ความเจริญ มีสมองเฉลียวฉลาด . แต่ก็ไม่รู้จัก แก้ไขอารมณ์นึกคิด .ที่เป็นตัวทุกข์ จิต..ก็ยึดติด อารมณ์นึกคิดต่างๆ ที่อยู่ในกาย .อารมณ์นึกคิดนั้น เป็นตัวทุกข์หนัก มุ่งหาปัจจัยมาแค่บำเรอกายให้เป็นสุข . แต่จิตนั้น .กลับได้แต่กรรม แล้วก็ไม่รู้จักคำว่าจิตของตัวเองเลย . ที่มาอาศัยกายมนุษย์ . มาอาศัยกายนี้ กายนี้เป็นมายา แค่กินกับนอน มันก็แก่ชราตาย .เป็นโมฆะ ไม่รู้จักดีขั่วได้ รู้ดีชั่ว เพียง บำเรอกายด้วยตัณหา บำเรอที่ลิ้น สัมผัสว่าเอร็ดอร่อย แลัวจิตก็ใช้กาย ไปหาไปยึด เสพให้กายมีสุข
แม้แต่จะบำเรอกายอย่างไร ไปแก่งแย่ง เป็นใหญ่เป็นไปเท่าไหร่ กายเค้่รแก่ตาย นั่นก็คือ มาอาศัยในกาย กินนอนในกาย แล้วกายนี้ ก็หมดอายุหมดสภาพ มีผู้บอกว่า จืตที่ออกจากกายมนุษย์สมัยนี้ หลุดออกจากกาย ก็มีแต่กระโดดลงนรก ที่จะขึ้นไปที่สูงๆ เทพยดาอินทร์พรหม หายาก
โลกนี้ ก็ยังมี่ ที่ว่า มีจิตที่รอมาเกิดอาศัยกายมนุษย์ อีกมากมายก่ายกอง เค้าก็เลยช่วยสงเคราะห์ เก็บจิตที่ได้กายมนุษย์ .ช่วยสงเคราะห์ หยุดลมหายใจ จะได้ไม่สร้างกรรมมีกรรมมากขึ้น
. แล้วก็มีสิ่งหนึ่งที่ว่า คนเป็นใหญ่โต ผู้นำที่ว่า พกกรรมมามาก เหมือนมีบุญกุสล ก็หลงใหล ที่ว่า สรรเสริญเยินยอ ทะเยอทะยาน เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ร่ำรวยวัตถุ หลงใหล มองผู้อื่นก็เหมือนวัตถุ มีอารมณ์มาก มากด้้วยเวรกรรมที่นึกคิด พูดมาแต่ละคำ คนก็เดือดร้อน .มีบริวารมาช่วยหนุนนำ สร้างเวรกรรม ที่ว่า ไม่ต่างจากหัวหน้าทุรชนโจรอันธพาล แต่ใจมันมี แต่ความโลภจมอยู่กรรม มันก็สร้างทุกข์ให้คนเดือดร้อนได้มากมายก่ายกอง .
จิตอาศัยในกาย ..มันมีแต่จิต ที่เป็นสีดำ ไม่มีน้ำดี .แก่้ไขให่จิตสะอาดสะอ้านขึ้นมาบ้าง ที่เค้าว่า ประตูอบายภูมินั้น สวยงาม เค้าไปแล้วออกยาก ผู้คน .ก็ละลายเรื่องราวศาสนา ดูถูก ดูหมิ่น ทำลายศาสนา ที่จะช่วยเหลือจิต ให้มีทานบุญบารมี
ต่อไปนี้ เค้่าก็จะเก็บมากขึ้น ด้วย คำว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนที่เค้า ว่า ดินฟ้าอากาศวิปริตแปรปรวน แล้วก็มีเรื่องราวเชื่อโรค ต่างๆ ที่รุนแรงขึ้น เหมือนว่า พอไปถูก .รับเชื้อ ก็เ่สมหมดลมไป .ไม่มีมีกายให้ใช้อีก จิตที่ออกจากกาย ก็ไม่ ..สะสมแต่กรรมสีดำ .ก็อุ้มจิต ลงอบายภูมิ ไปทุกข์ยาวนาน ระยะห้าปี ต่อไปนี้ .เค้าจะเ ก็บจิต .ที่สะสมแต่เวรกกรรม ที่ลืมเลิอน เเรื่องราวบุญกุศลบารมี เพราะจิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ยุคนี้ เค้ามาจากอบายกันมาก ก็ต้องเก็บจิตลงไปทีเก่า .ภพภูมิเก่า นรกสัตว์เปรตอสุรกาย
มีพระ ท่านพูดให้ฟัง เมืองไทย มีบ่อทอง ที่ว่าเป็นดินแดนสุวรรณภูมิ เรื่องรองด้วย ด้วยเรื่องราวร่อน ศาสนา ของพระพุทธเจ้า ที่ชี้ ให้อาศัยกาสยพ่อแม่ เป็นมนุษย์ ที่ต้องหาเลี้ยง แสวงหาปัจจัย มา .มายึด ..กรรมที่เสาะแสวงหาวัตถุปัจจัย มายึด ..จิตมันก็ยึดอยู่อย่างนั้น ปัจจัยที่หามาใครมาหยิบเอาไป ก็หวงแหน .ก็หามามากมาย จิตมันก็ยึด .ปัจจัยที่มีอารมณ์โลภผโกรหลงอยู่ เค้าจึงมีการ สร้างวัด ถวายพระพุทธเจ้า ให้เป็นสถานที่ๆ สร้างบุญกุศล
.มีสมมุติสงฆ์ สมมุติว่า เป็นพระ แต่จิตก็ยังไม่เป็นพระ ..มาครองผ้ากาสาวพัสตร์ มาขอนิสัยพระ ไปฝึดหัดตัวเอง เสมือนว่า มาดำรงตน พอใจแต่ อาหารที่ญาติโยม ใช้กายพ่อแม่ ไปหาปัจจัย ด้วยความเหนื่อยล้ายากทุกข์ยาก ก็แบ่งปัจจัยนั้น เจียดปัจจัย เป็นอาหารข้างถุงแกงถุง ถวายให้ภิกษุได้ขบฉันเลี้ยงสังขาร ข้าวแต่ละเม็ดนั้น จะเป็นเหมือน เหลักร้อน ที่เค้าเอาไปเผาไฟ แล้วมาวางในจาก ให้ภิกษุนั้น ขบฉัน หากภิกษุนั้นไปสวดมต์ภาวนา ปฏิบัติธรรม ลดละนิสัย ลดละอารมณ์ สิ่งที่ญาติโยมถวายให้ขบ ก็จะไปทำลายกายของภิกษุองค์นั้น
พอมาถึงยุคนี่ .เราก็เห็นวัดวา ที่เค้าสร้างมาเพื่อให้คนสร้างบุญกุศล คนเค้า ก็ไป .มีเรื่องราวไสยศาสตร์ มีเรื่องราวที่คิดจะเป็นใหญ่ในศาสนา สอนคนนั้นคนนี้ ว่าต้อง ลดละอารมณ์ แต่ตนเอง กลับยึดเสาะแสวงหาความสุขสบาย ละเลย ที่จะสวดมนตร์ ปฏิบัติธรรม .มันก็เลยมี แต่เรื่องราวยึดถือ เรื่องราวที่สร้างแต่เวรกรรม
คราวนี้ .เมื่อมีแต่คำว่ากรรม สร้างบุญก็อยากได้กรรม ให้ยิ่งใหญ่ ร่ำรวย .มันก็เลยไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่า พระ แสงรัตนะมาช่วย หนุนนำ แปรสภาพวัตถุปัจจัยที่หามา ให้เกิดเป็นบุญ บุญนั้นเป็นแสงรัตนะสีเหลือง กระจายขึ้น จิตที่เค้าอยู่ในโลกวิญญาณ ไมมีกายเป็นมนุษย์ เช่นเปรตอสุรกาย
จิตที่เป็นนามธรรม เค้าได้เห็นแสงรัตนะ สัมผัสแสง ก็มีความสุข อิ่มเอิบ หากทำดีๆ เค้าก็เหมือน อื่มไปได้ยาวนาน เป็นเดือน เรื่องราวอย่างนี้ ที่ว่า ทำบุญแต่ละครั้งให้เกิดเป็นบุญ นับวัน.ก็หากันไม่ได้ บางคน ก็บอกว่า ทำบุญที่ใจ .นึกคิด ก็เป็นบุญแล้ว แล้วก็ไม่เคยเห็นรับรู้ได้ ว่า บุญที่แท้จริงเป็นอย่างที่จะช่วยหนุนนำกายและจิต . สิ่งหนึ่งที่ค่อยๆจางหายไป ก็เรื่องราว ความนอบน้อม กตัญญูรู้คุณพ่อแม่ . มันหายไป ทำนอง
ที่ว่า เกิดมาก็จากพ่อแม่ ไปเล่าเรียน พ่อแม่ก็ทำทำนา ส่งลูกเรียน พอลูกเรียนจบ ก็ทำงานทำการ มีครอบครัว แนกครอบครัว นานกลับบ้าน พ่อแม่ ก็แก่เฒ่า บางคนกลับบ้าน ก็บอกว่า พ่อแม่ไม่ได้เรียนรู้มา เหมือนตัวเอง ทำตนยิ่งใหญ่กว่าพ่อแม่ ดูถูกพ่อแม่ หาว่าแกมันเรียนรู้น้อยไม่รู้เรื่องอะไร ว่ากันยาวไกล แล้วที่ว่าเรียนรูนั้น .. มันเจริญตรงไหน
เรื่องแบบนี้ก็มีให้พบเห็นบ่อยๆ คือ ใช้แต่อารมณ์กรรม ใช้วาจาที่ไม่ดีกับพีอแม่ตนเอง แต่นั่นแหละ บางทีก็เรื่องราวพ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นแบบนั้น ที่โบราณเค้าใช้คำ เจ็บแสบ พ่อแม่แกไม่สั่งสอนหรือไง.
แล้วเรื่องราวคำว่า สร้างบุญกุศลบารมี มนุษย์ยุคนี้เค้าได้ยิน หูเค้าก็ร้อน ส่วไปให้จิต ในกายร้อนเป็นไฟ .เหมือนถูกน้ำชะล้าง น้ำดี ไปชะล้าง .กระทบสิ่งสกปรก ไหลออกมา .
มันก็เลยไม่ชอบใจ . ในสิ่งสกปรกที่ไหลออกมาจากกายตนเอง ที่ว่า..เกิดขึ้นที่กายนั้น มีความหงุด ร้อน.เร่าร้อน .มันเกิดขึ้นที่กายของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ..ทิฐิต่างๆที่ยึดมา จดจำได้ ก็ไหลออกมา ท่วมกายวาจะใจ มีความหงุดหงิดรำคาญ .เกิดขึ้นในตัวตนที่จิตนั้นอาสัย หมดโอกาสที่จะแก้ไข ลดละอารมณ์กรรมตัวกระทำ .
โฆษณา