6 เม.ย. เวลา 04:07 • ความคิดเห็น
คุณว่าผู้นำพูดโกหกกันทุกคนไหม มีความจำเป็นต้องโกหกหรือพูดเพื่อให้ดูดี ?
คำถามนี้ถูกลบ
ผู้นำ .นำอะไรล่ะ เนี่ย .เค้าก็เป็นคน มีหูมีตามีปากมีลิ้น มีอารมณ์มากมาย นึกคิดเรื่องราว อย่างนั้นอย่างนี้ มีที่ปรึกษา มีคนห้อมล้อม พวกประจบสอพลอ ก็มาก พวกมาก ..คนรับใช้ ก็มากดีครับท่านดีครับนาย ยิ่งเป็นคนหลงตัวตน ข้าเก่งข้าดี จิตมันก็เล็กลงๆ สติสตัง ไม่เท่าอารมณ์ อารมณ์ไม่พอใจ ไม่ได้ดังใจ ก็เพ่นพ่าน .ดุดัน วาจาสามหาว .พูดจาไปตามอารมณ์ .ทิฐิไม่ยอม กลัวน้อยหน้า เสียหน้า .ความเป็นคนก็น้อยลงไป ..ที่ว่าดีชั่ว กลั่นกรองไม่ได้ . เสมือนว่า สติปัญญาหายหมด .มาีแต่ทำเอาหน้ารอด ให้ดูว่าดี . สร้างภาพมายา
ผู้นำ.ความคิดเค้า เคยคิดเรื่องราวที่ได้กายพรอแม่เป็นมนุษย์มั้ย เค้าให้ได้กายพ่อแม่เป็นมนุษย์รู้จักดีชั่วได้ แล้วก็ใช้กาย ให้สมศักดิ์ศรี ที่ได้กายนี้มา .เอากายไปสร้างเรื่องราวอะไร .บ้าง ดีหรือไม่ดี ดีหรือชั่ว ยอกย้อนมาใคร่ครวญได้มั้ย รู้จักดีชั่วไม่ได้ มีแต่อารมณ์นำไป .ยึดถือ อุปโลกน์ มันเกิดขึ้นที่ใคร ไปหักล้างทำลาย .ที่เค้าเปรียบเทียบ เป็นยักษ์อสุรกาย.อาศัยในกาย .สิ่งนั้นไม่มีความเป็นมนุษย์มนุษย์หลงเหลืออยู่เลย ที่เค้าเรียกว่า สันดานความเป็นมนุษย์ไม่มี มีแต่คำว่า สันดานสัตว์เยี่ยงอย่างเดรัจฉาน
.หากดูๆ ไปลึกๆ ค่าของความเป็นมนุษย์ไม่เหลือเลย นั่นเค้าเรียกว่า จิต ..ที่เป็นทาสของอารมณ์นึกคิด ที่ว่า เป็นของหนักทับจิตน้อยๆ ในกายนั่น . เป็นผู้นำกรรม นำทุกข์ ให้กระจัดกระจายไปทั่ว ที่เค้าว่า เป็นใหญ่เป็นโต บุญก็เยอะ กรรมก็เยอะ หากใช้อารมณ์ นึกคิดไปทางดี ก็ดีไป หากเป็นอารมณ์นึกคิดร้าย ตัวร้าย สิ่งที่ออกมา สิ่งที่ได้ ก็คือกรรม มากมายที่จะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แล้วนี่ ..เกิดมาทั้งที มันแก่เจ็บตาย .ความเป็นคนไม่มีเหลือ .ชาติหน้าจะได้ สังขารเป็นอะไร สังขารกรรมที่รู้จักดีชั่วไม่ได้
ผู้นำส่วนมาก คิดเรื่องราวชาติหน้าไม่ได้ คิดไปไม่ถึง .มองไม่เห็น ไม่มีเวลา ที่จะทบทวน จิตของตัวเอง . ไม่มีโอกาสเรียนรู้จักกรรม มีแต่เกิดมา .ชาตินี้ ทะเยอทะยานด้วอารมณ์ที่ปรุงแต่ง ที่ห้อมล้อมจิตน้อยๆในกาย ..ที่เค้าว่า เป็นทาสของอารมณ์ตลอดเวลา ไม่มีเวลาพักกายพักจิตได้เลย . เมื่อจากโลกนี้ไป .ก็แบกกรรม ไปทุกข์ทรมานยาวนาน ไม่รู้ว่า ชาติไหนจะมีกายพ่อแม่เป็นมนุษย์อีก ..
เราเคยถามพระเรื่องราวอย่างนี้ ท่านบอกว่า โลก ที่ให้อารมณ์นึกคิด เค้าส่งเสริม เหมือนพญามารส่งเสริม . ให้สร้างกรรมมากเข้าไว้ . จิตออกจากกาย จะได้ตกนรก ให้มันลึกๆ นรกอเวจี ที่ว่า เป็นอสงไขย นับชาติไม่ได้เลย เกิดมาทั้งที..นำพะาจิตไปสถานที่ๆ สูงๆไม่ได้เลย ด้วยเกิดมา มุ่งมั่นหาเงินทอง ลาบยศสรรเสริญ .ไม่รู้จักพอ. ก็ทะเยอทะยาน ไปตามอารมณ์นึกคิดในตัวตน ที่ว่า อวดเก่ง อวดดี .ต่ออารมณ์ ในตัวตน .นำพาไปสร้างกรรม จะต้องไปทุกข์ยาวนาน
เรื่องราวผู้นำ ก็ทำให้นึกถึงเพลง โลกนี้คือละคร .ที่เค้าให้มาเล่น บทบาท เป็นอะไร ..ชั่วขณะหนึ่ง แล้วจากลาโลก .โลกนี้ไม่เที่ยง โลกนี้ให้แต่อารมณ์ พาไปสร้างกรรม สิ่งที่หลงใหล ใช้อารมณ์ นั่น เป็นตัวทุกข์หนัก .แก้ไข .ไม่ได้ เหมือนผู้ร้าน ฆ่าคนตาย ถูกศาลตัดสินจำคุก เมื่อจิตออกจากกาย ก็มีการตัดสิน .หากเราได่มีโอกาสเรียนรู้ ได้เห็นบ้าง คนร่ำรวย มีเงินเป็นร้อยล้าน พอจิตไม่มีกาย ..โอ้วตัวสูงใหญ่ .เป็นผู้ยิ่งใหญ่ สูงเท่าเสาไฟฟ้า .มองตามไป เอ้า ..นี่มันเปรตนี่นา
..เรื่องราวอย่างนี้ หากเราอยากเรียนรู้ ก็หมั่นสร้างทานบุญกุศลบารมี เราก็จะได้ เรียนรู้จัก ในเรื่องราวของจิต ที่ออกจากกายมนุษย์ ที่ว่า กายนั้นแปรสภาพ ขันธ์ห้า เปลี่ยนแปลง ไม่ใช้ กายมนุษย์ ขันธ์ ที่ไม่ใช้มนุษย์ . แต่นั่น .คนสมัยนี้ เค้าไม่สนใจ เรียนรู้จัก คำว่า บุญกุศลบารมี นำพาจิต ไปหาสุข .
โฆษณา