6 เม.ย. เวลา 12:13 • ปรัชญา

เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

เชื่อว่าเกือบทุกท่านกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังบีบรัดความเป็นอยู่ในแต่ละวันให้อยู่ยากยิ่งขึ้น
ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดห่างจากประเทศไทย ๕,๔๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาบิน ๗~๘ ชม. และใช้เวลาเดินเรือ ๑~๒ สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความเร็วของเรือ ระวางบรรทุกสินค้า และสภาพอากาศ ผ่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นระยะทางที่สั้นที่สุด ๘,๘๘๑ กิโลเมตร
ส่วนคู่กรณีมี ๒ ราย ตัวหลักคืออเมริกา อยู่ห่างจากอิหร่านทางอากาศ ๑๒,๐๐๐ กม. ใช้เวลาบิน ๑๕ ชม. ตัวรองที่เป็นต้นเหตุสำคัญคืออิสราเอล ประเทศนี้อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ห่างกันแค่ ๒,๓๔๙ กม.เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลา ๒๗ ชม. พอๆกับเบตงไปแม่สายบ้านเรา
ขีปนาวุธพิศัยกลางของอิหร่านจึงเป็นอันตรายมากสำหรับอิสราเอล แม้จะมีระบบป้องกันภัยที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองหลายชั้นก็ตาม เมื่อเจอฝูงห่าโดรนพลีชีพราคาถูกโจมตีล่วงหน้าเป็นเป้าล่อ ไอออนโดมที่แข็งแกร่งก็แยกไม่ออก อันไหนจริงอันไหนลวง ทำให้ยิงสะเปะสะปะ สกัดไม่ทัน ขีปนาวุธจึงทะลุทะลวงเข้าเป้าหมายจนเมืองทั้งเมืองยับเยินตามที่ปรากฎ
อเมริกาวางแผนใช้กำลังควบคุมภูมิภาคตะวันออกกลางมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้ว ด้วยการตั้งฐานทัพไว้เกือบทุกประเทศ รวมทั้งสิ้น ๑๙ แห่ง โดยมีฐานทัพหลักและศูนย์บัญชาการยุทธศาสตร์สำคัญ ๘ แห่ง ตั้งอยู่ในบาห์เรน อียิปต์ อิรัก จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี มีกำลังพลประจำการรวมประมาณ ๕๐,๐๐๐ นาย
ในส่วนของสมาคมโลก อเมริกาก็วางแผนการเมืองโดยใช้สหประชาชาติเป็นศูนย์กลางควบคุมโลก และพยายามแทรกแซงตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทั้งออกหน้าและแอบอยู่ข้างหลัง ในรูปมูลนิธิการกุศลในภาพนักบุญอย่างพวกเอ็นจีโอทั้งหลาย
กลุ่มอิทธิพลของอเมริกาทั่วโลกมีครบทุกด้าน ความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
กลุ่มพันธมิตรด้านความมั่นคงและกองทัพ อย่างองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO พันธมิตรทางการทหารหลักที่อเมริกาเป็นแกนนำร่วมกับยุโรปและแคนาดา
เครือข่ายฐานทัพทั่วโลก อเมริกามีฐานทัพทหารกระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี และตะวันออกกลาง เพื่อรักษาอิทธิพลและความมั่นคง
กลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค ประกอบด้วยอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย (AUKUS) อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย ( Quad )เพื่อคานอำนาจในภูมิภาคอินโด แปซิฟิก
กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเงิน (Economic & Financial Influence)
อเมริกามีอิทธิพลอย่างสูงในธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) ที่อเมริกา เป็นสมาชิกหลัก
การใช้เงินดอลลาร์ (US Dollar) เป็นสกุลเงินหลักในการแลกเปลี่ยนและเป็นสำรองระหว่างประเทศ ทำให้อเมริกาสามารถส่งอิทธิพลผ่านนโยบายการเงินครอบคลุมไปทั่วโลก
กลุ่มอิทธิพลทางวัฒนธรรมและสังคม (Cultural & Soft Power)
วัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) ผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวูด ดนตรี และสื่อบันเทิง
เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Google, Facebook, Apple, Microsoft) ทำให้อเมริกาเป็นเจ้าในการครองระบบสื่อสารและข้อมูลโลก
สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยชั้นนำของอัมริกาเป็นศูนย์กลางการศึกษาและงานวิจัยระดับโลก
กลุ่มอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitical Influence)
อเมริกาเป็น ๑ ใน ๕ ของสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มีสิทธิยับยั้ง (Veto) มติสหประชาชาติได้
อเมริกามีความร่วมมือทวิภาคี มีความสัมพันธ์พิเศษกับหลายประเทศ เช่น อิสราเอล สหราชอาณาจักร และพันธมิตรในอาเซียน
จึงสรุปได้ว่า อเมริกายังคงเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางการทหาร การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และอำนาจทางวัฒนธรรมที่แผ่ขยายไปทั่วโลก
ปัจจุบันจึงมีการรวมกลุ่มจากอีกขั้วอำนาจขึ้นมาเพื่อคานอำนาจกับกลุ่มอเมริกา มีชื่อว่า บริกส์ (BRICS) ที่ประกอบด้วยผู้ก่อตั้งเริ่มต้น ๕ ประเทศ ได้แก่บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้
ในปี ๒๕๖๗ -๒๕๖๘ ได้มีสมาชิกใหม่อย่างอียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย เพิ่มเติม เปลี่ยนสัญลักษณ์เป็น BRICS+
การก่อกำเนิดของกลุ่มบริกส์ ถือเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองเพื่อคานอำนาจตะวันตก
กลุ่ม BRICS+ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๓๖% ของโลก มีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และมีสัดส่วน GDP เกือบ ๔๐% ของโลก
วัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และเป็นเวทีประสานงานทางการเมืองของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South)
มีการตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank : NDB) เป็นสถาบันการเงินหลักของกลุ่มบริกส์
เพราะเหตุนี้ อเมริกาจึงต้องดิ้นสุดฤทธิ์ เพื่อรักษาสถานะความเป็นมหาอำนาจเพียงขั้วเดียวของโลกเอาไว้ให้ได้
เราจึงได้เห็นความกักขบะ กร่าง ถ่อย เถื่อน และความอำมหิตของอเมริกา อย่างที่ไม่มีใครทำมาก่อน ไม่เคารพระเบียบกติกาอะไรทั้งนั้น เป้าหมายหลักเพื่อเอาชนะเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจวิธีการ
ตัวอย่างล่าสุดที่สมคบกับอิสราเอล เข้าโจมตีอิหร่าน สังหารผู้นำสูงสุดพร้อมทีมบริหารชุดใหญ่ของประเทศอิหร่านเอาดื้อๆ ด้วยข้อกล่าวหาเท็จว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้กระทั่งเด็กนักเรียนหญิงระดับประถมศึกษา อเมริกาก็ยิงจรวดโทมาฮอว์กใส่ ตายยกโรงเรียน เกือบสองร้อยชีวิต แล้วก็ออกมาโกหกหน้าตายว่าตัวเองไม่ได้ทำ
อย่างที่บอกว่ากลุ่มบริกส์ที่มีจีน รัสเซีย และอีกหลายประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดอเมริกา จึงต้องวางแผนต่อต้านอย่างเต็มที่ อิหร่านจึงได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆอยู่อยู่เบื้องหลังจากจีน และรัสเซีย ประเทศที่มีเทคโนโลยีทางอาวุธเทียบเท่ากับหรือล้ำหน้าอเมริกา ทำให้งานนี้กลายเป็นงานหินที่อเมริกาเคี้ยวไม่เข้า
แม้อเมริกาจะมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็ต้องคิดทบทวนหลายตลบหากจะถล่มอิหร่าน คงไม่ง่ายเหมือนเมื่อครั้งที่บอมฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่น
หากอิหร่านถูกบอม คิดหรือว่าจีนและรัสเซียจะนิ่งเฉย
ภาระหนักจึงตกอยู่กับผู้นำบ้าเลือดอย่างทรัมป์ ยิ่งม็อบในอเมริกาเองก็ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกรัฐรวมๆกันแล้วเกือบเก้าล้านคน ที่ต่อต้านการรุกรานอิหร่านของอเมริกาครั้งนี้
ลองใช้สามัญสำนึกไตร่ตรองดู การใช้กำลังเข้าข่มเหง ห้ำหั่นกันด้วยอาวุธ เป้าหมายเพื่อเอาชีวิตฝ่ายตรงข้าม จะไม่มีทางจบสิ้นได้ วันนี้ฝ่ายอ่อนแอกว่าแพ้ ก็ต้องหลบไปเลียแผล ยอมกลืนเลือดเก็บกดสั่งสมความเคียดแค้นเอาไว้ ซุ่มพัฒนอาวุธรอจังหวะแก้แค้น วนเวียนเป็นวัฏจักรบาปไม่รู้จักจักสิ้น ตั้งแต่ยุคโบราณเป็นหมื่นเป็นพันปีมาแล้ว
มนุษย์เราก็ยังไม่เลิกราที่จะรุกรานกันเพื่อแย่งผลประโยชน์กัน
อเมริกาใช้ข้ออ้างเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงจำเป็นต้องปราบปรามอิหร่านไม่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ทั้งที่ชาวโลกรู้ดีว่า อเมริกาต้องการยึดครองปิโตรเลียมที่เป็นทรัพยากรอันมหาศาลในอิหร่านเท่านั้นเอง
การสาดน้ำเข้าใส่กัน ทั้งสองฝ่ายก็ต้องเปียก ต่างกันแค่เปียกมากเปียกน้อยเท่านั้นเอง
การทำสงครามสาดอาวุธใส่กัน เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องโชคเลือดด้วยกันทั้งคู่ หากถึงขนาดต้องล้างเผ่าพันธุ์กันด้วยนิวเคลียร์ ยังนึกภาพไม่ออกว่าสภาพโลกทั้งใบหลังสงครามจะเป็นอย่างไร
หากทุกฝ่ายยังแข่งขันสะสมอาวุธเพื่อทำลายล้างกันต่อไป สันติสุขก็จะยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
ด้วยเหตุนี้จึงกำเนิดนักต่อสู้เพื่อสันติภาพโลกขึ้นหลายท่าน ที่ได้รับการยกย่องในประวัติศาสตร์ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รณรงค์สันติภาพในแนวอหิงสา สิทธิมนุษยชน และการลดอาวุธ ซึ่งหลายท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เช่น
เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ นักสู้เพื่อความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชน
มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi) ผู้นำการประท้วงโดยไม่ใช้ความรุนแรง (อหิงสา) เพื่อเรียกร้องเอกราชของอินเดีย
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) ผู้นำขบวนการสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกาด้วยแนวทางอหิงสา
นิฮง ฮิดังเคียว (Nihon Hidankyo) องค์กรตัวแทนผู้รอดชีวิตจากระเบิดนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ที่รณรงค์ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพในปี ๒๐๒๔
เจน แอดดัมส์ (Jane Addams) นักสังคมสงเคราะห์และผู้นำขบวนการสตรีเพื่อสันติภาพ
มาลาลา ยูซัฟไซ (Malala Yousafzai) นักรณรงค์เพื่อการศึกษาของเด็กผู้หญิงชาวปากีสถาน
พระอริยวังโสภิกขุ (ศ.เกียรติคุณ ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์) นักต่อสู้เพื่อสันติภาพและทูตสันติภาพแห่งองค์การสภาธรรมนูญโลก
แม่ชีเทเรซา เป็นนักพรตหญิงในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ท่านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ช่วยเหลือและผู้ต่อสู้เพื่อคนยากไร้ทั้งในประเทศที่ยากจนและร่ำรวย จนเมื่อปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) ท่านจึงได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี พ.ศ.๒๕๒๒ และหลังจากมรณกรรมก็ได้รับการประกาศเป็นบุญราศีโดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ ๒ มีนามว่า "บุญราศีเทเรซาแห่งกัลกัตตา ต่อมาในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ประกาศให้ท่านเป็น "นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา"
ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี บุคคลสำคัญทางศาสนาของประเทศไทย ด้านส่งเสริมขันติธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของมวลมนุษย์ ที่องค์การยูเนสโก ประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี ชาตกาล
ด้วยความโลภของผู้นำที่หัวใจมืดบอดเพียงไม่กี่คน ที่อยากได้อำนาจเพื่อยึดครองทรัพยากรที่ไม่ใช่ของตัวเอง จึงเป็นเหตุให้คนทั้งโลกต้องมาเดือดร้อน อย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้
เพียงทางเดียวที่โลกใบนี้จะได้พบสันติภาพ คืนสันติสุขสู่มวลมนุษยชาติ ก็ต้องอาศัยเมตตาธรรมเท่านั้น
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
โดย.. พี่ชื่อวิช
โฆษณา