เมื่อวาน เวลา 13:50 • ความคิดเห็น
สิ่งเหล่านี้ .เค้าเรียกว่า เห็นตัวเองดีแล้ว คำพูด กิริยาท่าทาง ที่เค้าใช้ดีแล้ว เพราะเค้ายึดถือว่าดี .มันก็มีตัวหลงดี .พอใครมาบอกว่า ไม่ควรทำอย่างนี้ อย่างนั้น เค้่าก็มีอารมณ์ไม่ชอบใจ ทิฐิเกิดขึ้น .ไม่ได้ไปทำอะไรผิด นี่น่ะ ที่เค้าว่า พอไม่ชอบใจ ทิฐิความคิดเห็นที่เกิดขึ้นก็มาจากอาราธนา ทิฐิยอมไม่ได้ . ตัวไม่ยอกเกิดขึ้น ทิฐิก็เห็นตัสเอวดี เห็นว่าฉันก็พูดของฉันดีๆเป็นปกติ อย่างนี้แหละ
.ยิ่งสมัยนี้ โทรคุยกัน มันไม่ได้เห็นหน้าเห็นตา แล้วอารมณ์ความยึดถือ ความห่วงใย มันก็จูงจิต ในสิ่งที่เราได้สะสมมา จดจำมา โอ้ว.มันใหลออกมาจากเรื่องราวที่เราจำในอดีต ว่าน้องชายเป็นมาอย่างนี้ มีอารมณ์ ที่ไม่ขอบใจ ปรุงแต่งทิฐิความคิดเห็น
พอดี ก็มีพระท่าน มาสอนให้ทบทรน พิจารณา เรื่องที่ว่า ปกติของเรานั้นมันก็ไม่มีอะไร แต่เราไปเอา เรื่องราวคนนั้นคนนี้ มาคนนี้ ชคนนั้น คำพูด วาจา ท่าทางกิริยา .ไปเอาของเค้ามา เอามายึด..คิดเรื่องราวคนนั่นคนนี้ เค้าโมโห ไม่ชอบใจ เราก็ยึดเอา เรื่องราวอารมณ์ของมา คิดมานึก เผาผลาญจิตของตัวเอง
เรื่องราวที่พระท่านบอก ท่านให้เอาทบทวน สิ่งเราไปยึด ไปห่วง คล้องกรรมด้วยอารมณ์นึกคิด นั้นมันเป็นทุกข์. ทุกข์กับเรื่องราว ที่ยึกทุกข์ยึด คำพูดต่างๆ เอามา .ไปเอาขอบผู้อื่นมา .จิตเร่ก็เลยไม่เป็นจิตของตัวเราเอง .เพราะหปเอาจอบผู้อื่นมา นี่บางครั้ง สิ่งเรายึด เช่นว่า คนนั้นคนนี้ มาทำให้เร่ไม่ชอบใจเ เรากมีทิฐิความคิดเห็น อ้อ.ไมาอยากคุยด้วยไม่อยากยุ่งเกี่ยว .สิ่งนี้ แท้จริง มันก็เป็นอารมณ์เป็นกอยไฟเผาผลาญจิต ถึงคราวจะตาย อารมณ์เหล่านี้ ก็บ่วงกรรมไหลมาเกิดขึ้ร ผูกล่ามโซ่ ให้ไปไหรไม่ได้
มีกษัตริย์ไทย หลายพระองค์ ท่านเล่าให้ฟัง ตอนจิตที่จะออกตากกาย อารมณ์ห่วงบ้านเมือง ก็เกิดขึ้นไหล มาที่จิต .จิตท่านก็ไปยึดอารมณ์นั่น จิตก็ลอยขึ้นสูงไม่ได้ .ก็ต้องอยู่ อยู่ในสถานที่ ที่ท่านห่วงท่านยึด ..จิตนึกถึงพระไม่ทันการเสียแล้ว แค่ช่วงเวลานิดเดียว จิตจะออกจากกาย .ก็มีห่วงบ่วงมายึด .ต้องอยู่ยาวนาน บางองค์ก็ว่า ได้แปดสันเอง แปดวันโลกวิญญาณ มันแปดร้อยปี โลกมนุษย์ สิ่งต่างไหลมาแต่เหตุ อดีตที่ทำมา มันไหลออกมาให้จ้ตนั้นยึด พอจิตมันยึด มันก็เลยไปไหนไม่ได้เลย ก็ยึดอยู่ในสถานที่นั้น .
แล้ว ก็มีเรื่องราวหนึ่ง พระท่านบอก สมมุติว่า เราทำอะไรผิดพลาด เราก็มีอารมณ์นึกคิด ค้างคา โทษตัวเอง ..ท่านก็บอกว่า สิ่งที่เร่ผิดพบาดไปมันก็เป็นอดีต ไปแล้ว เราก็ให้อภัยตัวเอง เริ่มต้นใหม่ ประคองประคองจิตของตัวเอง ไม่ไปจมกับอารมณ์นึกคิด ที่ผ่านมา
หากว่า.มันยังไม่หยุด อารมณ์นึกคิด ..มันไหลมา เราก็หายใจลึกๆ กั้นลมหายใจ นึกถึงพระ พูดคำว่าพุทโธๆ ออกไป อารมณ์นึกคิดมันก็กระเด็นออกไป .แต่นั่นแหละ มันต้องอาศัยการฝึกหัด หากเราฝึกหัดไม่ได้ จิตเรามันอ่อนต่ออารมณ์ เรานำกายไปทำบุญ ใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศกุศลให่เค้าไป เรื่องราวอย่างนี้ มันก็ทำกันยาก เพราะ ไม่เคยสะสมนิสัยสร้างบุญกุศลมากับจิต .
โฆษณา