8 เม.ย. เวลา 09:47 • ความคิดเห็น
ความที่ว่า เราเคยเห็น หมอชาวบ้าน เมื่อตอนสมัยที่เราเด็กๆ เค้าถูกตรา .ว่าเป็นหมอเถื่อนกัน ตำรับตำรา ยาไทย ที่เคยเห็น เค้าบันทึกลงในสมุดข่อย มาก็จางหายไป เมื่อตอนเด็กๆ เป็นตาแดง .ลืมตาไม่ได้เลย .มีคุณตาคนหนึ่งมาเจอ ก็บอกว่า เดี๋ยวจะไปเอายามาหยอดให้ ตอนหยอดก็ บอกว่า แสบหน่อย เหมือนเม็ดทรายอยู่ในตา พอเม็ดทรายนั้นหายไป ก็ลืมตาได้ ก็หายเป็นปกติ
พอดี.ไปเจอพระที่ท่านมีความรู้เรื่องยาสมุนไพร ท่านจักยาเบาหวาน ยาหม้อ ไปให้พระอีกองค์หนึ่ง ปรากฏว่า พอฉันไป อ่อนแรง ..พระที่ให้ยา บอกว่า ..ยาไทย นั้นเป็นยาขับพิษ .คนกินยาก็ไม่เข้าใจ ต้องกินยาอย่างไร ท่านบอกว่า การกินยาไทย ยาหม้อ ต้องกินที่ละน้อย แล้วสังเกตุตัวเองด้วย ว่าเป็นอย่างไร เพราะยามันขับพิจารณา พออ่อนเพลีย ก็หยุดกินก่อน พอมีกำลังก็เริ่มกินใหม่ เพราะมีเรื่องราวจองกำลังธาตุในกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน พระท่านก็แนะนำการกินยาไทย ยาหม้อว่า จะกินอย่างไร
มันมีเรื่องราวตลก ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหนึ่ง เราก็ .ประทับตราที่หน้าผากแต่ละคน .พวกที่ไปกัน เราเอาเจ็มเจาะเลือด เจาะเลือดดำออก แล้วรีบเอาเลือดที่สีดำออกไป .คราวนี้ มันก็เป็นรอยที่หน้าผาก เป็นจ้ำแดงๆ ความรู้พวกนี้ เราก็ได้จาก ทหารแก่เสนารักษ์ชาวเวีนดกง .เค้าช่วยทำให้ตอน เป็นไข้ ปวดหัว ลุกไม่ไหว เค้าทำให้ ใช้เศษแก้วจากหลอดไฟ สะกิดที่หน้าผากเอาเลือดดำออก เพียวสิบห้านาที ก็หาย
.แหม ..ทำให้นึกถึงทหารมะกัน เป็นไข้กินยา นอน. ทหารเวียดกง เจาะเอาเลือดออก แล้วก็ยังมียา ที่เค้าพกติดตัวเวลาโดนยิ่ง ก็โรยสมุนไพรห้ามเลือด อาการหนัก ก็กินยาเม็ดสีชมพู
เรื่องราวที่เค้าโฆษก โอ้ว .บางที่ต้องรีบ .หนี..ไม่น่าฟังเลย
ที่เราเสียดาย ก็คนที่มีความรู้ยาไทย รู้จักอาการของโรคพื้นบ้าน .รักษายังไง พิษภูมิแพ้ต่างๆ ความรู้ของคนรุ่นก่อนที่สะสมมา มันหายไป
เมื่อตอนทำงานบนเรือ มีลูกเรือ ฟิลิปปินส์ หัวแตก แผลเปิด กลางกบาล มาหา .บอกว่า เย็บเลย ..เราก็เลยช่วยจัดให้ เพราะมีอุปกรณ์ช่วยเย็บแผล อยู่ในเรือ .เกิดมาได้เย็บหัวคน ก็ครั้งนั้นแหละ มีกองเชียร์ด้วย แหม..หัวคนนี่มันหนังเหนียวชะมัด .ไอ้คนที่ถูกเย็บ เพื่อนก็ช่วยเอาผ้าส่งให้ ให้เค้ากัดผ้าไว้ อยู่นิ่งๆ
โฆษณา