9 เม.ย. เวลา 04:17 • ยานยนต์

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างมาตรฐานการทดสอบระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 รูปแบบ (NEDC, WLTP และ EPA)

1. NEDC (New European Driving Cycle)
ที่มาและสถานะ: เป็นมาตรฐานของยุโรปที่เก่าแก่และล้าสมัยที่สุด เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 1980 และปรับปรุงล่าสุดในปี 1997
ลักษณะการทดสอบ: ใช้เวลาทดสอบสั้นเพียง 20 นาที เป็นการทดสอบแบบ Single Test ซึ่งไม่สะท้อนการขับขี่ในชีวิตจริงเท่าที่ควร
ความแม่นยำ: มีความแม่นยำน้อยที่สุด โดยตัวเลขระยะทางที่ได้มักจะสูงกว่าการขับขี่จริงประมาณ 25-30%
2. WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicles Test Procedure)
ที่มาและสถานะ: มาตรฐานของยุโรปที่นำมาใช้แทน NEDC ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำขึ้น
ลักษณะการทดสอบ: มีความเข้มงวดกว่า NEDC มาก โดยเพิ่มเวลาทดสอบเป็น 30 นาที และเพิ่มระยะทางในการทดสอบเป็น 2 เท่า
มีการจำลองการขับขี่แบบไดนามิกที่สมดุลระหว่างในเมืองและนอกเมือง ทั้งความเร็วสูง-ต่ำ และการเปลี่ยนระดับความเร็ว รวมถึงทดสอบในอุณหภูมิที่สมจริง
ความแม่นยำ: มีความน่าเชื่อถือมากกว่า NEDC โดยตัวเลขระยะทางที่ได้จะสูงกว่าความเป็นจริงเพียงประมาณ 10%
3. EPA (United States Environmental Protection Agency)
ที่มาและสถานะ: มาตรฐานของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในบรรดาทั้งหมด
ลักษณะการทดสอบ: ทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์ (Dyno) โดยจำลองสถานการณ์จริงแยกเป็น 2 ส่วน คือ การขับในเมือง (เร่งและชะลอจนหยุดนิ่งสลับไปมา) และการขับบนทางหลวง (วิ่งด้วยความเร็วคงที่และปรับเปลี่ยนระดับความเร็วโดยไม่หยุดรถ)
กระบวนการพิเศษสำหรับ EV: รถจะถูกชาร์จไฟเต็มและทิ้งไว้ข้ามคืน ก่อนจะนำมาวิ่งทดสอบสลับไปมาจนกว่าแบตเตอรี่จะหมดเกลี้ยงเพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำที่สุด
ความแม่นยำ: มีความแม่นยำและใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เมื่อเทียบกับ NEDC และ WLTP
ย่างไรก็ตาม ระยะทางที่วิ่งได้จริงยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และพฤติกรรมการขับขี่ (เช่น การเหยียบคันเร่งแรง ๆ) ซึ่งจะทำให้ระยะทางสั้นลงกว่าที่มาตรฐานระบุไว้ได้
#รู้ไม๊ว่า
โฆษณา